5 พ.ค. 2026
3 นาที
5 พ.ค. 2026
3 นาที
5 พ.ค. 2026
3 นาที

หากพูดถึง "เที่ยวโซล ฤดูใบไม้ผลิ" หรือ "Seoul Spring" ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของกรุงโซล เกาหลีใต้ แบบไม่เกินจริง เพราะทั่วทั้งเมืองจะถูกแต่งแต้มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่ง โดยเฉพาะ "ดอกซากุระเกาหลี (Cherry Blossom Korea)" หรือที่หลายคนเรียกว่า "พ็อตกต" ที่จะเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นสีชมพูสุดโรแมนติก

ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะชื่อดัง ริมแม่น้ำ คาเฟ่วิวดี หรือถนนสายฮิต ทุกมุมล้วนเหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และเก็บโมเมนต์สวยๆ เหมาะมากสำหรับสายเที่ยว สายคอนเทนต์ และสายถ่ายรูปที่กำลังมองหา พิกัดชมดอกไม้โซล แบบครบจบในทริปเดียว

บทความรีวิวนี้รวมมาให้แล้วกับ "20 ที่เที่ยวโซลหน้าดอกไม้บาน" ที่ห้ามพลาด รับรองว่าทั้งสวย ทั้งปัง และได้รูปกลับไปลง IG แบบรัวๆ แน่นอน ตลอดการเดินทางในทริปนี้ เราเลือกใช้ "บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" ในทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร หรือของใช้จุกจิกต่างๆ ก็รูดจ่ายด้วยบัตรเดียวครบเลย เพิ่มเติมคลิก แถมยังมีโปรโมชั่นให้เราได้เอ็นจอยอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น
1. "ช้อปคุ้ม รูดสกุลเงินต่างประเทศ" เที่ยว กิน คาเฟ่ ช้อปของฝาก รูดจ่ายเป็น "สกุลเงินต่างประเทศ" ครบตามเงื่อนไข ก็รับเครดิตเงินคืน* เช่นกัน! เพิ่มเติมคลิก
2. "จองทุกอย่างในทริปเที่ยว" จองที่พัก โรงแรม ผ่านแอปชั้นนำ Agoda, Traveloka, Trip.com, Booking.com จองเที่ยวบินกลับไทย ช้อปที่ King Power ครบตามเงื่อนไข ก็รับเครดิตเงินคืน* เพิ่มเติมคลิก
3. "0% สั่งได้ทุกอย่าง" เวลาที่เรารูดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป และรวมยอดแบ่งชำระเริ่มต้น 3,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถเปลี่ยนเป็นผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน ได้เลย (ไม่มีดอกเบี้ยเกิดขึ้นสักบาท) เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการเงินระหว่างทริปสุดๆ เพิ่มเติมคลิก
4. "พอยท์ช่วยผ่อน" เมื่อมียอดใช้จ่ายในหมวดโรงแรม และสายการบิน การใช้จ่ายสกุลเงินต่างประเทศจากร้านค้า หรือบริการในต่างประเทศ และ/หรือจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ใช้คะแนนเพื่อเปลี่ยนยอดรูดเต็มเป็นผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน เพิ่มเติมคลิก

สำหรับเรา "บัตรเครดิตเฟิร์สช้อยส์" ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้การเที่ยว คุ้มค่าและคล่องตัวมากขึ้น ทั้งเรื่องโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่างๆ แต่ที่สำคัญที่สุด คือ วินัยทางการเงิน เราใช้เท่าที่จำเป็น และชำระเต็มจำนวนตามกำหนดทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย 16% ต่อปี ทำให้ทุกการใช้จ่ายในทริปนี้ "คุ้มจริง ใช้จริง" แบบสบายใจ

คาเฟ่ลับที่เปิดขายเพียง 7 วันต่อปี เท่านั้น! และในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ต้องบอกเลยว่าฮอตสุดๆ เพราะมีคนต่อคิวยาวมากกว่า 1 ชั่วโมงแทบทุกวัน แค่ชื่อก็เดาได้ไม่ยากว่า ที่นี่คือหนึ่งใน "คาเฟ่ซากุระ โซล ที่สวยที่สุดในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ เกาหลีใต้"

ตัวร้านเป็นบ้านสีขาว 2 ชั้น สไตล์มินิมอล โดดเด่นด้วยต้น "Cherry Blossom" (พ็อตกต) ขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่หน้าบ้าน เมื่อถึงช่วงดอกบาน ทั้งต้นจะกลายเป็นสีชมพูฟูๆ สวยละมุน ให้ฟีลเหมือนอยู่ในฉากซีรีส์เกาหลีเลย

เมื่อเข้าไปด้านในร้านแล้ว ทางร้านจะมีการ จัดคิวขึ้นไปถ่ายรูปบนชั้น 2 และมีการจับเวลาให้แต่ละกลุ่ม ทำให้ทุกคนมีโอกาสได้ภาพสวยๆ แบบทั่วถึง แต่ถ้าใครมีเวลาจำกัด หรือไม่อยากรอคิวนาน แค่ถ่ายรูปบริเวณ หน้าบ้านด้านนอก ก็ได้ภาพน่ารัก ฟีลเกาหลีไม่แพ้กันเลย
เวลาเปิด - ปิด : 11.00 - 22.00 น. (เฉพาะช่วงที่เปิดให้บริการ) แนะนำให้มาต่อคิวตั้งแต่ประมาณ 10.00 น. เพื่อเลี่ยงคิวยาว

ถ้ามาโซลช่วงซากุระบาน แล้วไม่ได้แวะที่นี่ บอกเลยว่าเหมือนมาไม่ถึง! เพราะที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน "แลนด์มาร์คชมดอกไม้โซล" ที่ฮิตที่สุด เรียกได้ว่าใครพลาดคือเอ้าท์สุดๆ แถมยัง เข้าฟรี อีกด้วย

แม้ว่าเกาหลีจะไม่มี "Tokyo Disneyland" แบบญี่ปุ่น แต่ที่นี่ก็สามารถเติมเต็มฟีลแฟนตาซีได้ไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะ "Seokchon Lake" เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่โอบล้อม Lotte World ไว้ตรงกลาง ภาพที่ได้คือวิวทะเลสาบ + ปราสาท + เครื่องเล่น ผสมกับอุโมงค์ Cherry Blossom สีชมพูตลอดสองฝั่งทาง บอกเลยว่าหวานละมุนเหมือนหลุดเข้าไปในโลกการ์ตูนเลย

ไฮไลต์ของที่นี่ คือ "ทางเดินรอบทะเลสาบ" ที่เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่ง เหมาะมากสำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป หรือทำคอนเทนต์ โดยเฉพาะสายคาเฟ่เกาหลี / สายคอนเทนต์ แนะนำให้เช่าชุดนักเรียนมาใส่ จะได้ฟีลเกาหลีแบบสุดๆ เลย และที่สำคัญคือ ภายในสวนยังมี มุมลับถ่ายรูป ที่สามารถหลบฝูงชนได้ ใครที่อยากได้ภาพโล่งๆ ยังพอมีโอกาส
ช่วงเย็นว่าโรแมนติกแล้ว แต่ช่วงกลางคืนคือดีไม่แพ้กัน! เพราะตัวปราสาทและสวนสนุกจะมี ไฟ light illumination เปิดขึ้นมา ให้บรรยากาศอบอุ่น น่ารัก และโรแมนติกมากๆ เหมาะกับการจูงมือแฟนมาเดินเล่นสุดๆ เลย

ถ้าพูดถึง สวนสาธารณะโซล ขนาดใหญ่ ที่ทั้งสวยและบรรยากาศดี "Seoul Forest" คือหนึ่งในพิกัดที่ห้ามพลาดเลย ที่นี่เป็นสวนกลางเมืองของโซล เกาหลีใต้ ที่เปิดให้เข้าชม ฟรี และเปิด ตลอด 24 ชั่วโมง

ด้วยพื้นที่กว้างกว่า 1.2 ล้านตารางเมตร ทำให้ที่นี่ถูกขนานนามว่าเป็น "ป่ากลางกรุงโซล" ที่รวมทั้งธรรมชาติ ความร่มรื่น และมุมถ่ายรูปสวยๆ ไว้อย่างครบเลย โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิเกาหลีใต้ ที่ "ดอกพ็อตกต Cherry Blossom" บานสะพรั่ง ที่นี่จะเต็มไปด้วย "อุโมงค์ซากุระขนาดใหญ่" เดินถ่ายรูปได้เพลินตลอดเส้นทาง

ไฮไลต์สำคัญ คือ "สะพานสีขาวลอยฟ้า" มุมถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่ ถ่ายจากด้านบนลงมา จะได้ภาพฉากหน้าที่เต็มไปด้วยดอกซากุระแน่นๆ ฟีลละมุนมาก เหมือนอยู่ในซีรีส์เกาหลีเลย แม้ว่าสวนจะเปิด 24 ชั่วโมง แต่แนะนำว่าให้มาช่วง เช้าตรู่ เพราะเป็นพิกัดยอดนิยม ถ้ามาเร็วจะได้ภาพโล่ง คนไม่เยอะ และแสงเช้าก็สวยเหมาะกับการถ่ายรูปมาก

ถ้าใครมีแพลนเที่ยวโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่อยากให้พลาดสวนนี้เลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในโซล เกาหลีใต้ ที่เราจะได้เห็นทั้ง "ดอกทิวลิปและดอกซากุระ" บานพร้อมกันในที่เดียว ความพิเศษนี้ทำให้ "Yeonhui Supsok Shimteo" กลายเป็นอีกหนึ่งพิกัดชมดอกไม้โซลที่มีสีสันสดใส และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ภายในสวนมีทางเดินเลียบลำธารน้ำไหล บรรยากาศร่มรื่น น่ารัก และมีความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนแบบชิลๆไฮไลต์สำคัญคือการได้ภาพดอกซากุระสีชมพูคู่กับดอกทิวลิปสีสดอยู่ในเฟรมเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นมุมที่หาได้ยากในโซล

สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับใครที่กำลังมองหาที่ "เที่ยวโซล" ดอกไม้บาน หรือสวนสวยในโซลที่มีความแตกต่างและไม่ซ้ำใคร ที่นี่คืออีกหนึ่งพิกัดที่ควรเซฟไว้เลย

ขอยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในคาเฟ่ยอดนิยมของโซลที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด กับ "House of Vinyl" คาเฟ่ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศด้านนอกที่ตกแต่งได้สวยและละมุนมาก ตัวร้านเป็นบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล โทนสีขาว มีทั้งเก้าอี้สีขาว ป้ายจราจร และป้ายชื่อร้านน่ารักๆ จัดวางอยู่หน้าบ้านอย่างลงตัว และเมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระหรือพ็อตกตจะบานแน่นอยู่บริเวณหน้าร้าน ทำให้มุมนี้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่

สำหรับคาเฟ่นี้ มุมถ่ายรูปหลักจะอยู่บริเวณด้านนอก ซึ่งสวยโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์มาก ทำให้มีการต่อคิวเพื่อถ่ายรูปอยู่ตลอด แนะนำว่าหลังจากถ่ายรูปด้านนอกแล้ว อย่าลืมเข้าไปอุดหนุนเครื่องดื่ม กาแฟ หรือขนมของทางร้านกันด้วย เพื่อให้ทริปนี้ครบทั้งบรรยากาศและประสบการณ์คาเฟ่ในโซลอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งพิกัดชมซากุระในโซลที่กำลังมาแรงในโซเชียลช่วงหลัง กับ "Yangjaechon Stream" สวนสาธารณะริมลำธารที่ให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่าที่อื่นๆ

จุดเด่นของที่นี่คือ "ลำธารที่มีโขดหินเรียงตัวอยู่ตรงกลาง" และสองฝั่งทางเดินที่รายล้อมไปด้วยต้นซากุระหรือพ็อตกตขนาดใหญ่ เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะบานสะพรั่งตลอดแนว ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งพิกัดถ่ายรูปยอดนิยมในโซล ภายในพื้นที่ยังมีทางเดินเลียบแม่น้ำ สะพานลอย และมุมนั่งพักผ่อนสาธารณะหลายจุด ทำให้สามารถเดินเล่น ถ่ายรูป หรือใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

ด้วยความที่พื้นที่ริมลำธารมีความยาวต่อเนื่องค่อนข้างมาก จึงทำให้สามารถเลือกมุมถ่ายรูปได้หลากหลาย และยังมีโอกาสได้ภาพโล่ง ไม่ต้องเบียดกับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเดินเล่นในช่วงเย็น ที่แสงกำลังสวย และบรรยากาศกำลังดี
สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สำหรับคาเฟ่ในเกาหลี ต้องบอกเลยว่ามาตรฐานดีมาก ทั้งขนมและเครื่องดื่มแทบจะไม่เคยทำให้ผิดหวัง ทำให้ทริปนี้เราตั้งใจเลือกคาเฟ่ที่มีเอกลักษณ์เรื่องดอกไม้เพิ่มเติม และ "Sandston Café" คือหนึ่งในร้านที่โดดเด่นมาก

ตัวร้านเป็นบ้านสีเขียวสไตล์มินิมอล ออกแบบวางผังเป็นรูปตัว L และมีการปลูกต้นซากุระหรือพ็อตกตขนาดใหญ่ไว้บริเวณมุมของตัวอาคาร เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้จะบานสะพรั่งพอดี ทำให้ภาพรวมของร้านมีความมินิมอลตัดกับสีชมพูอ่อนอย่างลงตัว

จุดเด่นของที่นี่คือมุมหน้าร้าน ที่สามารถถ่ายภาพตัวอาคารคู่กับต้นซากุระได้แบบเต็มเฟรม เป็นอีกหนึ่งพิกัดคาเฟ่โซลที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด
เวลาเปิด - ปิด
วันธรรมดา 09.00 - 18.00 น.
วันเสาร์ 09.00 - 21.00 น.
วันอาทิตย์ 09.00 - 19.00 น.
แนะนำให้มาในช่วงเช้าตั้งแต่ร้านเปิด เพื่อจะได้ถ่ายภาพหน้าร้านแบบโล่งๆ และได้แสงที่สวยเหมาะกับการถ่ายรูปมากที่สุด

ขอยกให้เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิ กับ "Kyung Hee University" ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ดูหรูหราและอลังการ ตัวอาคารของมหาวิทยาลัยถูกออกแบบให้มีความคลาสสิก ผสมผสานกับบรรยากาศของดอกซากุระหรือพ็อตกตที่บานสะพรั่งอยู่ทั่วพื้นที่ ทำให้ภาพรวมของที่นี่ดูโรแมนติกและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่อื่น เมื่อเดินเข้ามาภายในมหาวิทยาลัย จะได้เห็นทั้งอาคารหินขนาดใหญ่ ถนนสายหลัก และแนวต้นซากุระที่เรียงรายตลอดทาง เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพ

ช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วงเย็นของวันธรรมดา หรือช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ เนื่องจากที่นี่ยังเป็นพื้นที่การเรียนการสอนจริง จะมีนักศึกษาใช้งานอยู่ตลอดอีกหนึ่งมุมที่ไม่ควรพลาดคือการขึ้นไปถ่ายภาพจากมุมสูงภายในอาคาร ซึ่งบางจุดจะมีหน้าต่างให้สามารถมองเห็นวิวของมหาวิทยาลัยจากด้านบน ทำให้ได้ภาพมุมกว้างที่สวยและแตกต่างออกไป
สำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดถ่ายรูป "ซากุระโซล" ที่มีฉากหลังเป็นสถาปัตยกรรมยุโรป และให้ฟีลเหมือนอยู่ต่างประเทศ Kyung Hee University คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ควรอยู่ในลิสต์เที่ยวโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิ

หนึ่งในคาเฟ่ลับของโซลที่ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จัก โดยเฉพาะคนไทย กับ "Sunwoongak Gahwa" คาเฟ่บ้านฮันอกเกาหลีขนาดใหญ่ ที่ให้บรรยากาศสวย สงบ และมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ที่นี่เป็นบ้านฮันอกแบบดั้งเดิม ซึ่งปกติจะใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน แต่ในช่วงที่ไม่มีงาน ทางสถานที่จะเปิดให้บริการเป็นคาเฟ่ ทำให้บรรยากาศมีความพิเศษและไม่เหมือนคาเฟ่ทั่วไป ก่อนเดินทาง แนะนำให้ตรวจสอบวันและเวลาเปิด - ปิดผ่าน Naver Map เนื่องจากร้านไม่ได้เปิดทุกวัน และมีการเปลี่ยนแปลงตามตารางงาน

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศของที่นี่จะเต็มไปด้วย "ดอกซากุระหรือพ็อตกต" ที่บานสะพรั่ง พร้อมระเบียงไม้สองชั้นที่สามารถขึ้นไปถ่ายรูปใกล้กับดอกไม้ได้อย่างสวยงาม อีกหนึ่งจุดเด่นคือภายในพื้นที่ยังมี "ต้น Magnolia" กระจายอยู่หลายมุม ทำให้สามารถเก็บภาพดอกไม้ได้หลากหลายบรรยากาศในที่เดียว

นอกจากนี้ โซนคาเฟ่ยังมีเบเกอรี่และเครื่องดื่มที่คุณภาพดี เหมาะกับการนั่งพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศบ้านฮันอกแบบส่วนตัว สำหรับใครที่กำลังมองหา "คาเฟ่โซลสไตล์ฮันอก" หรือพิกัดชมซากุระที่เงียบ สวย และไม่แออัด Sunwoongak Gahwa Studio คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ควรเซฟไว้

สวนสาธารณะชื่อดังของโซลที่สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล กับ "Namsan Park" ที่ไม่ว่าจะมาในช่วงใบไม้ผลิ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือฤดูร้อน ก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป จุดเด่นของที่นี่คือเส้นทางเดินขึ้นเขาที่ค่อยๆ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ทำให้สามารถเดินเล่น ชมวิว และแวะถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทาง

โดยระหว่างทางในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีต้นซากุระหรือพ็อตกตแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ เพิ่มความละมุนให้กับบรรยากาศของสวน และทำให้การเดินขึ้นเขาไม่น่าเบื่อ ปลายทางของเส้นทางนี้คือ "N Seoul Tower" จุดชมวิวสำคัญของโซล ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองแบบพาโนรามาได้จากมุมสูง
สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แนะนำให้มาในช่วงเย็น เพราะอากาศกำลังสบาย และบรรยากาศโดยรวมจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการเดินเล่นและชมวิวเมืองโซลในอีกมุมหนึ่ง

สวนสาธารณะในโซลที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กับ "Gyeongui Line Forest Park" สวนเส้นตรงยาวที่พัฒนามาจากเส้นทางรถไฟเก่า และกลายเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

จุดเด่นของที่นี่คือแนวทางเดินที่ทอดยาว พร้อม "ต้นซากุระหรือพ็อตกต" ขนาดใหญ่ที่ปลูกเรียงรายตลอดเส้นทาง เมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะบานสะพรั่งจนกลายเป็นอุโมงค์ซากุระสวยงาม เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายรูป
บรรยากาศโดยรอบมีความชิลและเป็นกันเอง มีทั้งโซนสนามหญ้า มุมนั่งพักผ่อน และคาเฟ่กระจายอยู่ตามแนวสวน ทำให้สามารถใช้เวลาได้หลากหลายรูปแบบ สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ชี้เป้าคาเฟ่มินิมอลสำหรับชมซากุระในโซลที่สวยตรงปกมาก กับ "Parkside Café and Wine" ซึ่งตั้งอยู่ติดกับ "Gyeongui Line Forest Park" สามารถวางแผนเที่ยวต่อเนื่องกันได้ง่าย

หนึ่งในข้อจำกัดของการถ่ายรูปซากุระในเกาหลีคือ ต้นมีความสูงและขนาดใหญ่มาก ทำให้การหามุมถ่ายใกล้ๆ กับดอกไม้ค่อนข้างยาก คาเฟ่นี้จึงตอบโจทย์มาก เพราะเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ที่อยู่ติดกับแนวอุโมงค์ซากุระพอดี
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งสามารถมองเห็นและถ่ายภาพดอกซากุระได้ในระยะใกล้แบบเต็มเฟรม เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่สวยและได้รับความนิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

แนะนำให้มาในช่วงเช้า ประมาณ 09.30 - 10.00 น. จะได้บรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว และสามารถถ่ายรูปได้สะดวกโดยไม่ต้องรอคิวมากเมื่อเข้าสู่ช่วงสายประมาณ 11.00 น. เป็นต้นไป จะเริ่มมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่ยังสามารถขยับหามุมถ่ายรูปได้ไม่ยาก
นอกจากบรรยากาศที่โดดเด่นแล้ว ขนม เค้ก และเครื่องดื่มของร้านก็มีคุณภาพดีตามมาตรฐานคาเฟ่เกาหลี ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งถ่ายรูปและพักผ่อนในที่เดียว ร้านเปิดให้บริการเวลา 09.00 - 24.00 น.

เราขอตั้งชื่อเล่นให้"บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" ว่า "บัตรแคชแบ็ค" เลย เพราะเป็นบัตรที่ใช้แล้วรู้สึกว่าได้ เงินคืนตลอดทริป โดยเฉพาะทริปนี้ที่ใช้จริงแล้วถูกใจมาก โปรที่ชอบที่สุดจะเป็น 2 ส่วนนี้
1. "ช้อปคุ้ม รูดสกุลเงินต่างประเทศ" เที่ยว กิน คาเฟ่ ช้อปของฝาก รูดจ่ายเป็น "สกุลเงินต่างประเทศ" ครบตามเงื่อนไข ก็รับเครดิตเงินคืน* เช่นกัน! เพิ่มเติมคลิก
2. "จองทุกอย่างในทริปเที่ยว" จองที่พัก โรงแรม ผ่านแอปชั้นนำ Agoda, Traveloka, Trip.com, Booking.com จองเที่ยวบินกลับไทย ช้อปที่ King Power ครบตามเงื่อนไข ก็รับเครดิตเงินคืน* เพิ่มเติมคลิก

นอกจากซากุระแล้ว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของโซลยังมี "ดอกแมกโนเลีย" ที่บานสะพรั่งสวยงามไม่แพ้กัน โดยปกติดอกไม้ชนิดนี้จะเริ่มบานก่อนดอกพ็อตกตเล็กน้อย ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เหมาะกับการวางแผนเที่ยว Onesto เป็นร้านอาหารในโซลที่โดดเด่นด้วยต้นแมกโนเลียขนาดใหญ่ที่ปลูกอยู่บริเวณหน้าร้าน เมื่อถึงช่วงดอกบาน จะให้บรรยากาศที่สวยและโรแมนติกมาก

เมนูของร้านจะเน้นอาหารสไตล์ตะวันตก เช่น สปาเก็ตตี้ พาสต้า และสเต็ก เหมาะกับการนั่งทานอาหารพร้อมชมวิวดอกไม้ไปด้วย

แนะนำให้เลือกนั่งบริเวณริมหน้าต่างชั้นสองของร้าน ซึ่งเป็นมุมที่สามารถมองเห็นต้นแมกโนเลียได้แบบเต็มตา และเป็นจุดที่ได้รับความนิยมสำหรับการถ่ายรูป ร้านเปิดให้บริการเวลา 11.30 - 23.00 น.

อีกหนึ่งคาเฟ่โซลบรรยากาศอบอุ่นที่เหมาะกับการมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ กับ Fjord คาเฟ่สไตล์โฮมมี่ที่โดดเด่นด้วยสวนรอบร้านและบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติ

ความพิเศษของที่นี่คือสามารถชมได้ทั้งดอกแมกโนเลียและดอกซากุระหรือพ็อตกตในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีความสดใสและหลากหลายมากขึ้น ตัวร้านมีทั้งโซนที่นั่งด้านในที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และโซนสวนด้านนอกที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการนั่งพักผ่อนและถ่ายรูปในบรรยากาศสบายๆ
ร้านเปิดให้บริการเวลา 10.00 - 21.30 น.

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวโซลที่มีทั้งประวัติศาสตร์และความสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ กับ Yongsan Park อดีตพื้นที่พักอาศัยของทหารอเมริกันที่ถูกปิดมานานกว่า 100 ปี และเพิ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายในพื้นที่จะโดดเด่นด้วยอาคารบ้านสองชั้นโทนสีน้ำตาลแดงที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ให้บรรยากาศแตกต่างจากสวนสาธารณะทั่วไปในโซล

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บริเวณรอบอาคารจะมีทั้งต้นซากุระหรือพ็อตกต และต้นแมกโนเลียที่ปลูกแทรกอยู่ตามจุดต่างๆ ทำให้สามารถถ่ายภาพดอกไม้คู่กับสถาปัตยกรรมได้อย่างสวยงาม
ด้วยความที่ยังเป็นสถานที่ที่เพิ่งเปิดใหม่ ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังไม่แออัดมาก เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปแบบสบายๆ
เวลาเปิด–ปิด 09.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สวนสาธารณะอีกแห่งที่อยู่ใกล้กับ Yongsan Park แต่มีทางเข้า - ออกแยกกันอย่างชัดเจน ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวต่อเนื่องกันได้สะดวกYongsan Children’s Garden เปิดให้เข้าชมฟรี และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะกับการมาเดินเล่นพักผ่อนในทุกช่วงเวลา
บรรยากาศภายในสวนเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีสีสันสดใสและความร่มรื่นที่เหมาะกับการถ่ายรูปและใช้เวลาชิลๆ ด้วยความที่พื้นที่ค่อนข้างกว้างและยังไม่แออัดมาก ทำให้สามารถเดินเล่นได้แบบสบายๆ และเลือกมุมถ่ายรูปได้หลากหลาย
สำหรับใครที่กำลังมองหาสวนสาธารณะโซลที่เงียบ สงบ และอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวหลัก Yongsan Children’s Garden คืออีกหนึ่งพิกัดที่ควรเซฟไว้ในลิสต์เที่ยวโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ

อีกหนึ่งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ในโซลที่ครบจบในที่เดียว กับ Seoul Children’s Grand Park ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพิกัดถ่ายรูปยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะตอนดอกซากุระหรือพ็อตกตบาน

แม้ภายในจะมีโซนเครื่องเล่น เช่น ม้าหมุน และรถไฟเหาะขนาดเล็ก แต่จุดเด่นจริงๆ ของที่นี่คือบรรยากาศโดยรวมที่น่ารักและเหมาะกับการถ่ายรูปมากกว่า ภายในสวนมีพื้นที่หลากหลาย ทั้งสวนสีเขียว ศาลาเกาหลีโบราณขนาดใหญ่ อุโมงค์ซากุระ และโซนพักผ่อน ทำให้สามารถใช้เวลาเดินเล่นได้ยาวๆ แบบไม่เบื่อ
ด้วยความที่เป็นสวนแบบ All-in-one ทำให้สามารถมาเที่ยวได้ครบทั้งถ่ายรูป พักผ่อน และทำกิจกรรมในที่เดียว
สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี
สำหรับโซนเครื่องเล่น เช่น ม้าหมุน จะเริ่มเปิดให้บริการประมาณ 10.00 น.

คาเฟ่สไตล์มินิมอลในโซลที่เหมาะกับการมาช่วงฤดูใบไม้ผลิ กับ Spring Bakery ที่โดดเด่นด้วยอุโมงค์ซากุระหรือพ็อตกตบริเวณหน้าร้าน ซึ่งกลายเป็นฉากถ่ายรูปยอดนิยม ตัวร้านมีมุมกระจกบริเวณชั้นสอง ที่สามารถนั่งจิบกาแฟพร้อมชมวิวดอกไม้ได้แบบใกล้ชิด ให้บรรยากาศสบายและผ่อนคลาย เหมาะทั้งการถ่ายรูปและนั่งพักผ่อน
อีกหนึ่งข้อดีของร้านนี้คือทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Café Cherry Blossom House ทำให้สามารถวางแผนเที่ยวต่อเนื่องกันได้ง่ายหากร้านหลักมีคิวค่อนข้างยาว สามารถเลือกมาที่ Spring Bakery แทนได้ โดยยังคงได้บรรยากาศซากุระสวยๆ ไม่แพ้กัน
ร้านเปิดให้บริการเวลา 09.00 – 21.00 น. และปิดทุกวันจันทร์

พิกัดชมซากุระในโซลที่คนเกาหลีไปกันจริง แต่ยังไม่ใช่แลนด์มาร์กของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหมาะมากสำหรับสายที่ชอบสถานที่เงียบ สงบ และไม่แออัด North Seoul Dream Forest เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของโซล บรรยากาศโดยรวมมีความเป็นธรรมชาติสูง และมีพื้นที่กว้างมาก เหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปแบบสบายๆ

ความน่าสนใจของที่นี่คือความหลากหลายของโลเคชันภายในสวน ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ บ้านฮันอกแบบเกาหลี จุดชมวิวบนเนินเขา และโครงสร้างหลังคากระจกที่สามารถถ่ายภาพคู่กับดอกซากุระหรือพ็อตกตได้อย่างสวยงาม

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระจะบานกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ทำให้สามารถเลือกมุมถ่ายรูปได้หลากหลาย และยังมีโอกาสได้ภาพที่ไม่ติดคนมากแนะนำให้มาในช่วงกลางวันหรือช่วงบ่าย เพื่อจะได้มีเวลาเก็บภาพในหลายจุด เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และมีมุมสวยหลายมุม
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวโซลแบบ local experience หรือพิกัดชมซากุระที่บรรยากาศดีและไม่พลุกพล่าน North Seoul Dream Forest คืออีกหนึ่งสถานที่ที่ควรเซฟไว้ในลิสต์เที่ยวโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ สวนเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

สวนสาธารณะในโซลที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กับ "Gyeongui Line Forest Park" สวนเส้นตรงยาวที่พัฒนามาจากเส้นทางรถไฟเก่า และกลายเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
เสน่ห์ของการเที่ยวโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิ คือการเดินถ่ายรูปตาม "ถนน" ที่มีต้นซากุระหรือพ็อตกตปลูกเรียงรายอยู่สองข้างทาง ซึ่งมีอยู่หลายเส้นทั่วเมือง หนึ่งในย่านที่บรรยากาศดีและน่าเดินมาก คือ Jongno-gu ย่านที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และอาคารที่มีดีไซน์น่ารักผสมความเกาหลีแบบร่วมสมัย ทำให้การเดินเล่นและถ่ายรูปมีความหลากหลายมากขึ้น

จุดเด่นของถนนในย่านนี้คือการได้ภาพซากุระคู่กับร้านค้าสไตล์มินิมอลและร้านสะดวกซื้ออย่าง GS25 ที่ยังคงความน่ารักและเข้ากับบรรยากาศโดยรอบได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งไอเดียสนุกๆ สำหรับสายถ่ายรูป คือการหยิบพร็อพเล็กๆ อย่าง “นมกล้วยเกาหลี” มาถือถ่ายภาพคู่กับซากุระ จะช่วยเพิ่มความเป็นเกาหลีและทำให้ภาพดูมีสตอรี่มากขึ้น
สำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดถ่ายรูปซากุระโซลแบบสตรีท หรืออยากเก็บบรรยากาศเมืองในมุมที่แตกต่างจากสวนสาธารณะ Jongno-gu คืออีกหนึ่งโลเคชันที่ควรเดินเล่นและเซฟไว้ในลิสต์เที่ยวโซลช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ

พิกัดแถมสุดท้ายสำหรับทริปนี้ กับห้องสมุดสาธารณะในโซลที่มีบรรยากาศโดดเด่นไม่เหมือนใคร Jeongdok Public Library ซึ่งรีโนเวทมาจากโรงเรียนมัธยมเก่า ตัวอาคารเป็นตึกสีขาวสไตล์มินิมอล ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นซากุระหรือพ็อตกตที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทำให้บรรยากาศโดยรอบดูสงบ อบอุ่น และเหมาะกับการมาพักผ่อน

ไฮไลต์ของที่นี่คือช่วงเย็น ที่บริเวณสนามหญ้าจะมีการจัดวางที่นั่งแบบ beanbags พร้อมตะกร้าหนังสือให้สามารถหยิบมาอ่านได้ฟรีใต้ต้นไม้ เป็นอีกหนึ่งมุมที่ให้ฟีลผ่อนคลายและแตกต่างจากพิกัดอื่นๆ
เปิดให้บริการเวลา 08.00 – 22.00 น.
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทั้งหมดนี้ก็คือ "Seoul Cherry Blossom Travel Guide 2026" กับการตะลุย 20 พิกัดชมดอกไม้ในโซลแบบจัดเต็ม ทั้งสวนสาธารณะ คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปสวยๆ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของเกาหลีใต้ ทริปนี้เราสองคนเลือกใช้ "บัตรเครดิตเฟิร์สช้อยส์" เป็นตัวช่วยหลักในการใช้จ่ายตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือค่าใช้จ่ายจุกจิกต่างๆ
ใครที่อ่านรีวิวแล้วรู้สึกว่าอยากมี "บัตรเครดิต" ไว้ใช้เวลาเที่ยวต่างประเทศ บอกเลยว่าบัตรนี้ตอบโจทย์มาก เพราะสามารถ "สมัครบัตรเครดิตออนไลน์" ได้ง่าย เพียงมีรายได้ประจำ 15,000 บาทขึ้นไป ผ่านแอป UCHOOSE สะดวก รวดเร็ว และสามารถเช็กสถานะได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งเอกสารให้ยุ่งยาก
"บัตรเครดิตเฟิร์สช้อยส์" เป็นบัตรที่โดดเด่นทั้งในเรื่องโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะสายเที่ยวที่มีการใช้จ่ายต่างประเทศบ่อย จะยิ่งรู้สึกถึงความคุ้มค่าได้ชัดเจน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือวินัยทางการเงิน เราเลือกใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนเต็มจำนวนตามกำหนดทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย 16% ต่อปี ทำให้ทุกการใช้จ่ายในทริปนี้เป็นการใช้เงินที่คุ้มค่าและสบายใจในระยะยาว
ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
4 ม.ค. 2025
157221
7 ส.ค. 2025
144033
1 ม.ค. 2025
108099
21 มิ.ย. 2024
382614
3 ก.ค. 2024
194211
4 ม.ค. 2025
157221