แจ้งการปรับอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคล คลิก

วงเงินในบัตร

  • 0% สั่งได้ทุกอย่าง

  • เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

  • สินเชื่อดิจิทัล เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช

  • บริการรวมสินเชื่อ Balance Transfer

  • สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส

  • มาตรการช่วยเหลือลูกค้า

  • เซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

  • ตรวจสอบข้อมูลบัตร

  • วงเงินในบัตร

  • ใบแจ้งยอดบัญชี

  • ช่องทางการชำระเงิน

  • ช่องทางกดเงินสด

  • รหัสกดเงินสด ATM

  • รหัส PIN สำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ

  • วิธีเปิดบัตรใหม่

  • เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว

  • การขอเปลี่ยนแปลงประเภทบัตร

  • ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ

  • ตรวจสอบผลการสมัคร

  • การอายัดบัตร

  • บัตรเสริม

  • พริวิเลจ บลูพลัส & บลูเมมเบอร์

  • อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

  • ข้อควรระวัง

  • ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อ

0% สั่งได้ทุกอย่าง

0% สั่งได้ทุกอย่าง คืออะไร ?

banner_kfv_planondemand-(1).jpg


อภิสิทธิ์พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล
“แผนผ่อนชำระ O% สั่งได้” อภิสิทธิ์เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต เป็นยอดแบ่งจ่ายรายเดือน 0% นาน 3 เดือน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อมีประวัติชำระเงินตามเงื่อนไขของบริษัทฯ เพื่อให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการใช้จ่ายแบบไร้ความกังวล ทั้งนี้ที่นำมาทำรายการแบ่งชำระรายเดือนจะไม่ได้รับคะแนนสะสมกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ รีวอร์ด และ คะแนนสะสมเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

 0% 3 เดือน สั่งได้ทุกอย่าง หรือ ผ่อนชำระตามใจ 3-10 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป และรวมยอดแบ่งชำระเริ่มต้น 3,000 บาทขึ้นไป และเป็นยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนวันสรุปยอดบัญชี ในรอบบัญชีปัจจุบัน คลิก

 0% 6 เดือน หมวดประกัน
โดยมียอดใช้จ่าย 40,000 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป ยกเว้น ประกัน AIA ทุกประเภท, ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Link), ประกันผ่านบริษัท กรุงศรี เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ (KGIB), บริษัท โลตัสส์ เจเนอรัล อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ (LGIB) และ บริษัท โลตัสส์ ไลฟ์ แอสชัวรันส์ โบรกเกอร์ (LLAB) ทุกประเภท (เปิดให้บริการในวันที่ 1 ก.ค. 66 - 31 ธ.ค. 66) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

แค่เลือกยอดที่ยังไม่เรียกเก็บ • กดเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระ • อนุมัติผ่านแอป UCHOOSE ทันที
หรือติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ ตลอด 24 ชั่วโมง


 

เงื่อนไขบริการ 0% สั่งได้ 3 เดือน

เงื่อนไขบริการแผนผ่อนชำระ 0% สั่งได้ นาน 3 เดือน

 

  • ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป (ผ่านวงเงินบัตรเครดิต) และรวมยอดใช้จ่ายเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระเริ่มต้น 3,000 บาทขึ้นไป

  • เป็นยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนวันสรุปยอดบัญชี ในรอบบัญชีปัจจุบัน

  • ยกเว้น ยอดใช้จ่ายในเชิงธุรกิจ, ยอดใช้จ่ายจากการซื้อกองทุนรวม (รวมรายการเอไอเอ Unit link), ยอดการชำระค่าสาธารณูปโภค, และค่าบริการอื่นๆจากการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม หรือ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล และยอดใช้จ่ายที่ผิดวัตถุประสงค์และผิดกฏหมายบัตรเครดิต

  • โดยยอดใช้จ่ายดังกล่าวจะไม่ได้รับคะแนนสะสมกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ รีวอร์ด และ คะแนนสะสมเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

  • หากทำรายการแบ่งชำระรายเดือนแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข ลูกค้ายังคงต้องผ่อนชำระจนครบกำหนดสัญญา

  • กรณีที่ท่านคืนสินค้าหรือบริการที่ร้านค้า กรุณาแจ้งทางบริษัทเพื่อทำการปิดรายการเงินผ่อนด้วยหลังจากท่านติดต่อแจ้งกับร้านค้าเรียบร้อยแล้ว

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเปลี่ยนยอดซื้อสินค้าแบบปกติเป็นแบ่งจ่ายรายเดือนตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ ทั้งนี้บริษัทจะพิจารณาจากประวัติการชำระเงินในเดือนล่าสุด

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข และยกเลิกรายการส่งเสริมการตลาด รวมถึง เงื่อนไขต่างๆโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

  • ให้บริการสินเชื่อโดย บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด

 

เงื่อนไขบริการผ่อนชำระตามใจ แบ่งชำระอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

เงื่อนไขการแบ่งชำระอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
 

  • เปลี่ยนยอดรูดเต็มเป็นแบ่งชำระรายเดือนได้ทันที สำหรับยอดใช้จ่ายขั้นต่ำตั้งแต่ 3,000 บาท / เซลล์สลิปขึ้นไป

  • สำหรับรายการที่ร้านค้าได้เรียกเก็บเงินกับทางบริษัทฯ แล้ว (Settlement) ลูกค้าสามารถรวมยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาท / เซลล์สลิป โดยยอดรวมแบ่งชำระรายเดือนต้องไม่น้อยกว่า 3,000 บาท

  • เป็นยอดใช้จ่ายที่เรียกเก็บใบรอบบัญชีล่าสุด และเกิดขึ้นก่อนวันครบกำหนดชำระเงินในรอบบัญชีปัจจุบัน

  • อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เริ่มต้น 0.49% ต่อเดือน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ที่ 8.80% - 16.00% ต่อปี

  • อัตราดอกเบี้ยที่ลูกค้าได้รับจะแตกต่างกันไปเฉพาะแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับยอดที่ลูกค้านำมาแบ่งชำระรายเดือน และเงื่อนไขอื่นๆตามที่บริษัทฯ กำหนด

  • ระยะเวลาในการแบ่งชำระรายเดือน ตั้งแต่ 3 - 10 เดือน

  • บริษัทฯ ขอยกเว้นการนำยอดเพื่อการซื้อหน่วยลงทุนทุกประเภท ยอดใช้จ่ายในเชิงธุรกิจ และยอดใช้จ่ายที่ผิดวัตถุประสงค์และผิดกฎหมายบัตรเครดิต มาทำรายการแบ่งชำระรายเดือน

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการแบ่งชำระรายเดือนโดยอัตโนมัติ หากร้านค้ามิได้เรียกเก็บเงินกับทางบริษัทฯ ภายใน 12 วัน

  • หากทำรายการแบ่งชำระรายเดือนแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข ลูกค้ายังคงต้องผ่อนชำระจนครบกำหนดสัญญา

  • การอนุมัติขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ ทั้งนี้บริษัทฯ จะพิจารณาจากประวัติการชำระเงินในเดือนล่าสุด

  • สำหรับรายการสินเชื่อที่สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ในกรณีที่สมาชิกไม่ชำระค่างวด หรือชำระไม่ครบถ้วน ตรงตามกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสมาชิกจะมีการเปลี่ยนกลับเป็น "อัตราดอกเบี้ยปกติ" ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ดังกล่าว กรุณาชำระเงินให้ครบถ้วนตรงตามกำหนด โดยเมื่อสมาชิกได้ชำระเงินครบตรงตามกำหนดแล้ว สมาชิกจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษตามเดิม

  • กรณีที่ท่านคืนสินค้าหรือบริการที่ร้านค้า กรุณาแจ้งทางบริษัทฯ เพื่อทำการปิดรายการเงินผ่อนด้วยหลังจากท่านติดต่อแจ้งกับร้านค้าเรียบร้อยแล้ว

  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขาย โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

  • เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

  • ให้บริการสินเชื่อโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

Q.1

บัตร XU ปังให้สุดบนโลกออนไลน์ ดีกว่าบัตรเครดิตทั่วไปยังไง ทำไมถึงต้องมี ?

A.

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ตอบโจทย์สำหรับนักช้อปออนไลน์ พร้อมคัดสรรสิทธิพิเศษเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย มาเสิร์ฟไว้ให้คุณโดยเฉพาะ อาทิ

 สมาร์ท ดีล 0% สั่งได้
หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ อภิสิทธิ์พิเศษเปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายออนไลน์เป็นยอดผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน และสำหรับยอดค่าใช้จ่ายอื่นๆ* ยังสามารถเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระ 0% นาน 3 เดือน ผ่านแอป UCHOOSE ด้วยตัวเอง ตลอด 24 ชม.อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

 ฟินทุกเดือนไปกับโค้ดส่วนลดจากแบรนด์ชั้นนำ
ฟินทุกเดือนไปกับโค้ดส่วนลดบนแอปช้อปปิ้งออนไลน์ชั้นนำ เอ็นจอยไปกับดีลโค้ดส่วนลดจากแอปช้อปปิ้งออนไลน์ทุกเดือน อาทิ Shopee และ Lazada อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

 คุ้มสุดเฉพาะบัตรนี้พอยท์แลกแคชแบ็ค สูงสุด 18%
บัตรเดียวที่ปังสุดบนโลกออนไลน์ ครอบคลุมหลากหลายไลฟ์สไตล์ตลอดปี ผ่าน เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ใช้คะแนนสะสมแลกรับเครดิตเงินคืนสุดคุ้ม สูงสุด 18% ง่ายๆ บนแอป UCHOOSE อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

สาย CF ช้อปสบายหายห่วง
หมดกังวลเรื่องการซื้อของออนไลน์ ไม่ได้ของ ของไม่ครบ ของเสียหาย ด้วยแผนประกันการซื้อสินค้าออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์และ Payment Gateway จากเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล คุ้มครองสูงสุด 20,000 บาทต่อปี* อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

Q.2

สิทธิพิเศษ 0% สั่งได้ 6 เดือน หรือ 3 เดือน คืออะไร ?

A.

"แผนผ่อนชำระ 0% สั่งได้" อภิสิทธิ์เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต เป็นยอดแบ่งจ่ายรายเดือน 0% นาน 6 เดือน หรือ 3 เดือน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านแอป UCHOOSE เมื่อมีประวัติชำระเงินตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

 สมาร์ท ดีล 0% สั่งได้ 6 เดือน
สายช้อปออนไลน์ต้องปลื้ม ช้อปสนุกไม่มีสะดุด เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายออนไลน์ เป็นยอดผ่อนชำระ 0% นาน 6 เดือน เพียงรวมยอดใช้จ่ายเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระเริ่มต้น 5,000 บาทขึ้นไป ยกเว้น รายการซื้อสินค้าออนไลน์จาก Facebook และ รายการใช้จ่ายในหมวดประกันทุกประเภท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

 สมาร์ท ดีล 0% สั่งได้ทุกอย่าง 3 เดือน
สายกิน เที่ยว ช้อป เพลิดเพลินและหมดกังวลเรื่องรายจ่ายก้อนใหญ่ เปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เป็นยอดผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน เพียงมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป (ผ่านวงเงินบัตรเครดิต) และรวมยอดใช้จ่ายเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระเริ่มต้น 3,000 บาทขึ้นไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่

Q.3

สมัคร เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ?

A.

 แอปพลิเคชัน UCHOOSE
เหมาะสำหรับผู้ที่เคยยืนยันตัวตนดิจิทัลผ่านบริการ NDID เรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ไหนก็ทำได้ผ่านฟีเจอร์ U CARD สะดวก ง่าย เช็คผลการสมัครผ่านแอป

  • หากเลือกรับบัตรที่สาขาจะทราบผลอนุมัติภายใน 30 นาที
  • หากเลือกรับบัตรที่บ้านจะทราบผลอนุมัติประมาณ 2 วันทำการ

โดยสมาชิกจะได้รับ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ในรูปแบบของดิจิทัล เครดิต คาร์ด บนแอป UCHOOSE สามารถใช้บัตรได้ทันที โดยบัตรจริงที่เป็นบัตรพลาสติกจะถูกนำส่งตามที่อยู่ที่ระบุภายหลัง สมัครผ่านแอป คลิกที่นี่

 ศูนย์บริการสมาชิกบัตร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บัตรเร่งด่วน แค่เตรียมเอกสาร อนุมัติ รับบัตรทันใจ ภายใน 30 นาที ตรวจสอบสาขา คลิกที่นี่

 เว็บไซต์
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาให้บริการเรื่องการสมัคร และจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 3 วันทำการ เพื่อติดต่อขอรับเอกสารการสมัคร คลิกที่นี่

Q.4

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัลในรูปแบบ ดิจิทัล เครดิต คาร์ด คืออะไร ?

A.

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ในรูปแบบ Virtual Card บนแอปพลิเคชัน ตั้งแต่ได้รับอนุมัติบัตร เพื่อสมาชิกจะสามารถใช้งานบนโลกออนไลน์ได้ทันทีหลังจากเปิดบัตรผ่านแอป UCHOOSE ดูวิธีการเปิดบัตร คลิกที่นี่

ยกเว้น การผ่อนสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า หรือ ร้านค้าชั้นนำ และบัตรจริงที่เป็นบัตรพลาสติกจะถูกนำส่งตามที่อยู่ที่ระบุภายใน 7-10 วันทำการ โดยสมาชิกต้องเปิดบัตรใหม่ และนำบัตรดังกล่าวไปผูกกับแอปพลิเคชัน หรือ เว็บไซต์ ในกรณีที่สมาชิกเคยใช้จ่ายผ่าน Virtual Card แล้ว เนื่องจากเลข CVV มีการเปลี่ยนแปลง ดูวิธีการเปิดบัตร คลิกที่นี่

Q.5

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล บัตรนี้ใช้ที่ไหนได้บ้าง ?

A.

ให้ทุกการช้อปสนุกกว่าที่เคย เพียงใช้เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ช้อปปิ้งทั้งบนโลกออนไลน์ และ ใช้จ่ายได้ตามปกติทั้งกิน เที่ยว ช้อป ที่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำทั่วโลก และยังสามารถเลือกผ่อนสินค้า 0% หรือผ่อนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นานสูงสุด 36 เดือน

Q.7

บัตรเครดิต XU อนุมัติวงเงินสูงสุดเท่าไหร่ ?

A.

วงเงินรวมสูงสุดที่จะได้รับมีสิทธิ์สูง 5 เท่าของรายได้ หรือ สูงสุด 500,000 บาท ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของฝ่ายอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และนโยบายของบริษัท

Q.8

ทำไมเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ถึงมี 2 วงเงิน ?

A.

วงแรก คือ วงเงินบัตรเครดิต สามารถทำรายการรูดซื้อสินค้า ชำระค่าบริการต่างๆ  และ วงเงินที่สอง คือ วงเงินสินเชื่อบุคคล สำหรับใช้บริการกดเงินสดและผ่อนชำระสินค้า

Q.9

จะเปิดใช้บัตรเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ?

A.

เมื่อได้รับบัตรใหม่ ต้องทำการเปิดบัตร ก่อนนำบัตรไปใช้ผ่อนสินค้า กดเงินสด หรือรูดบัตรเครดิต ซึ่งสามารถเปิดบัตรด้วยตนเองง่ายๆ จากเบอร์มือถือที่ได้แจ้งไว้กับทางบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

 แอปพลิเคชัน UCHOOSE
ดาวน์โหลดและสมัครใช้งานแอปพลิเคชัน เลือกเมนู ACCOUNT (เมนูบัญชี) > เลือกหน้าบัตร เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล และ คลิกที่รูปบัตร > ยืนยันทำรายการด้วยหมายเลข OTP ที่ได้รับจากระบบ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฟรี คลิกที่นี่ ดูวิธีการเปิดบัตร คลิกที่นี่

 ช่องทาง SMS
กดส่ง SMS ผ่านเบอร์มือถือที่แจ้งไว้กับบริษัทฯ พิมพ์คำว่า OPEN ตามด้วยหมายเลขบัตร 4 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 081 256 3333

 ช่องทางระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ (IVR)
โทรติดต่อศูนย์บริการบัตร 02-345-6789 และเลือกกดหมายเลข “หัวข้อเปิดใช้งาน” ตามระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR)

Q.10

ถ้าได้รับบัตรพลาสติกแล้วไม่เปิดบัตรจะใช้งานได้หรือไม่ ?

A.

สมาชิกยังสามารถใช้เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัลในรูปแบบ ดิจิทัล เครดิต คาร์ด ได้ 30 วันหลังจากที่ทำการเปิดใช้งานบัตรเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นระบบจะทำการล็อคบัตรในรูปแบบ ดิจิทัล เครดิต คาร์ด อัตโนมัติและจะทำให้สมาชิกไม่สามารถใช้งานได้อีก สมาชิกจึงจำเป็นต้องเปิดใช้งานบัตรพลาสติกเพื่อใช้บริการต่อไป ดูวิธีการเปิดบัตร คลิกที่นี่

Q.11

สามารถตรวจสอบข้อมูลบัตร หรือเช็ควงเงินคงเหลือได้จากที่ไหน ?

A.

สะดวก สบาย แค่ปลายนิ้ว เพียงดาวน์โหลด UCHOOSE โมบายแอป คลิกดาวน์โหลดทันที สามารถเช็ควงเงินคงเหลือ ยอดชำระ กำหนดชำระ หรือคะแนนสะสม ลงทะเบียนโปรโมชั่นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฟรี คลิกที่นี่

Q.12

ถ้ามีบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์อยู่แล้ว สามารถสมัครเพิ่มอีกใบได้หรือไม่ ?

A.

 หากถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ / บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์
สมาชิกสามารถขอเปลี่ยนแปลงหน้าบัตรจากบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เป็นหน้าเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ได้ โดยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พร้อมยื่นเอกสารประกอบการขอเปลี่ยนแปลงหน้าบัตร
 

 หากถือบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม
สมาชิกไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงหน้าบัตรจากบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม เป็นหน้าเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ได้ กรณีที่ลูกค้าประสงค์จะสมัครเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ต้องทำการยกเลิกบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และไม่สามารถโอนคะแนนสะสมกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ รีวอร์ด จากบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ไปยังเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล คะแนนสะสมทั้งหมดจะหมดอายุทันที
 

 หากถือบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ / บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ / บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์
สมาชิกสามารถยื่นเอกสารสมัครเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ได้เพิ่มตามปกติ

Q.13

ต้องมีบัญชีธนาคารกรุงศรีก่อนสมัครหรือไม่ ?

A.


ไม่จำเป็น สามารถใช้บัญชีของธนาคารทุกธนาคาร นำมายื่นเป็นเอกสารประกอบการสมัครบัตรใหม่ได้เลย

Q.14

คะแนนสะสมเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล มีหมดอายุหรือไม่ ?

A.

คะแนนสะสมมีอายุ 5 ปี นับจากรอบบัญชีที่ทำรายการ โดยสามารถตรวจสอบวันหมดอายุได้ที่ใบแจ้งยอดบัญชีออนไลน์ สมัครทันทีคลิก หรือ ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โทร.02-345-6789 ได้ตลอด 24 ชม.

Q.15

คะแนนสะสมของเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล สามารถแลกอะไรได้บ้าง ?

A.

สามารถโอนคะแนน หรือ แลกคะแนนสะสม เป็นสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ แลกรับเครดิตเงินคืน 10% ของพรีเมี่ยม ไอเท็มสุดฮิต ผ่านแอป UCHOOSE หรือ แลกรับเครดิตเงินคืนพิเศษสูงสุด 18% เมื่อมีการใช้จ่ายในหมวดที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ยังสามารถแลกรับบริการจากร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ได้ ยกเว้น การแลกเป็นคะแนนสะสมสายการบิน

เพิ่มเติม

Q.16

ค่าธรรมเนียมรายปีบัตรเท่าไหร่ ?

A.

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล จะไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีในปีแรก ส่วนปีถัดไปจะมีค่าธรรมเนียมรายปีปีละ 500 บาท ซึ่งจะถูกยกเว้นให้โดยอัตโนมัติเมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมผ่านบัตร 24,000 บาทต่อปี โดยคำนวณจากการใช้จ่ายผ่านบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริการบัตรเครดิต บริการผ่อนชำระสินค้า หรือบริการเบิกถอนเงินสด อย่างหนึ่งอย่างใดหรือรวมกันก็ได้

Q.17

ขอวงเงินชั่วคราวทำยังไง ?

A.

หากต้องการ "วงเงินบัตรเครดิตชั่วคราว" (Temporary Credit Line for Credit Card) เพิ่มเติม สำหรับการใช้จ่ายผ่านวงเงินเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล สามารถขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวด้วยตัวเองผ่าน UCHOOSE โมบายแอป ดูขั้นตอน คลิกที่นี่ หรือ ติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตร (Call Center) โดยทำรายการผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติที่เบอร์ 02-345-6789 ตามด้วยหมายเลขบัตร และกด 1 กด 3 กด 2

Q.18

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ใช้ให้ปลอดภัยทำยังไง ?

A.

หมดกังวลเวลาใช้บัตรโดยเฉพาะการช้อปปิ้งออนไลน์ เพียงเปิดบริการ U Alert ระบบแจ้งเตือนทุกๆการใช้จ่ายตั้งแต่บาทแรกบนแอปพลิเคชัน UCHOOSE เพิ่มเติม คลิกที่นี่

หากพบรายการแจ้งเตือนที่สมาชิกบัตรไม่ได้เป็นผู้ใช้งานหรือรายการแปลกปลอม สามารถล็อกบัตรได้ด้วยตัวเอง เพียงเลือกเมนู ACCOUNT (เมนูบัญชี)  > เลือกเมนูล็อกบัตร และติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โทร. 02-345-6789 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอายัติบัตร

Q.19

ช้อปของออนไลน์ แต่ได้ของไม่ตรงปก ของหาย ของไม่ครบ ทำยังไง ?

A.

อุ่นใจทุกครั้งเมื่อซื้อสินค้าออนไลน์ เคลมได้ทันที เมื่อได้รับสินค้าไม่ครบถ้วน สินค้าไม่ตรงปก สินค้าสูญหาย อภิสิทธิ์ในการยกระดับความปลอดภัยของการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ด้วยเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล คุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าที่ได้รับความคุ้มครองซึ่งผู้เอาประกันภัยได้ซื้อและชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ต (Online Payment Gateway) อันเนื่องมาจาก

1. สินค้าที่ได้รับความคุ้มครองชำรุดหรือได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากขั้นตอนการบรรจุหีบห่อ หรือการขนส่ง

2. ไม่ได้รับสินค้าที่ได้รับความคุ้มครอง หรือสูญหายทั้งหมด รวมถึงการสูญหายบางส่วน

3. สินค้าที่ได้รับความคุ้มครองมีรายการและจำนวนไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ

ความสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าที่ได้รับความคุ้มครองดังกล่าวจะต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 90 วัน นับจากวันซื้อ และผู้เอาประกันภัยได้ดำเนินการติดต่อกับผู้จัดจำหน่ายและ / หรือผู้ขนส่งเพื่อทำการขอเปลี่ยนหรือขอคืนสินค้า เรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอคืนเงินแล้ว แต่ได้รับการเพิกเฉยและ / หรือปฏิเสธความรับผิดจากผู้จัดจำหน่ายและ / หรือผู้ขนส่ง
บริษัทจะชดใช้การสูญเสียหรือเสียหายของสินค้าที่ได้รับความคุ้มครองไม่เกินจำนวนเงินต่อชิ้น คู่ หรือชุด ให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามความสูญเสียหรือเสียหายที่แท้จริง หักด้วยความรับผิดส่วนแรก (ถ้ามี) ทั้งนี้ไม่เกินจานวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดต่อปีตามที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ประกันภัย

วงเงินความคุ้มครอง

  • มูลค่าสินค้าที่ชำระขั้นต่ำด้วยบัตรเครดิต 2,500 บาทต่อเซลล์สลิป

  • วงเงินคุ้มครอง / ต่อครั้ง / ต่อเหตุการณ์ สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

  • วงเงินคุ้มครองสูงสุดตลอดอายุสัญญา (1 ปีปฏิทิน) ไม่เกิน 20,000 บาท

ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อปี ในวงเงินสูงสุดรวม ตามแผนความคุ้มครองต่อบัตร / ต่อปี

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์
ศูนย์บริการลูกค้า เอ็ม เอส ไอ จี หมายเลขโทรศัพท์ : 02-007-9045
เวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ 08:30 - 21:00 น. วันเสาร์ 09:00 - 18:30 น. (ยกเว้น วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
แจ้งอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมง ผ่าน ศูนย์บริการเคลมฮอตไลน์ 24 ชั่วโมง
โทร 1259 ศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ 24 ชั่วโมง

เพิ่มเติมคลิก

Q.20

เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล มีบัตรเสริมหรือไม่ ?

A.

สำหรับเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล จะไม่มีบริการบัตรเสริม

สินเชื่อดิจิทัล เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช

Q.1

สินเชื่อดิจิทัล เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคชคืออะไร ?

A.

สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ที่ท่านจะได้รับวงเงิน และ บริษัทจะโอนเงินตามที่ท่านต้องการไปยังบัญชีที่ท่านกรอกในขั้นตอนการสมัคร (เลขบัญชีธนาคาร หรือ พร้อมเพย์ (ชื่อบัญชีธนาคารปลายทางต้องตรงกับเจ้าของบัญชีสินเชื่อ) โดยสินเชื่อนี้จะเป็นรูปแบบเรียกเก็บเป็นรายเดือนเดือนละเท่าๆกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนสินเชื่อและจำนวนงวดที่เลือก

Q.2

ข้อดีของสินเชื่อดิจิทัล เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคชคืออะไร ?

A.

1. ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้ หรือสลิปเงินเดือน ในการสมัคร แค่มีบัตรประชาชนและบัญชีธนาคารในการสมัคร

2. อนุมัติไวสุดใน 5 นาที

3. สินเชื่ออนุมัติจำนวนสูงสุดถึง 10,000 บาท

4. สมัครสะดวกผ่านแอป อยู่ที่ไหนก็สมัครได้ ทุกที่ทุกเวลา

Q.3

สินเชื่อดิจิทัล เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช แตกต่างกับสินเชื่อดิจิทัลอื่นอย่างไร ?

A.
  • ลูกค้าธนาคารอะไรก็สามารถสมัครได้ ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงศรี  

  • ผ่อนชำระได้สูงสุด 12 เดือน เลือกได้มากกว่าสินเชื่อดิจิทัลทั่วไป

  • เลือกให้เงินเข้าบัญชีอะไรก็ได้ ไม่จำกัดธนาคาร ใช้เพียงแค่เลขบัญชี หรือพร้อมเพย์ ในการทำรายการขอสินเชื่อ

Q.4

ใครสามารถสมัครสินเชื่อนี้ได้บ้าง ?

A.
  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 60 ปี

  • ไม่เคยมีผลิตภัณฑ์ของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด มาก่อน

  • มีบัญชีธนาคาร หรือพร้อมเพย์ เพื่อรับสินเชื่อ ธนาคารใดก็ได้ไม่จำกัด

  • มีแอปพลิเคชัน UCHOOSE 

  • ยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลตามที่ระบบใช้พิจารณาสินเชื่อ

Q.5

ไม่ต้องใช้เอกสารในการสมัครแล้วใช้อะไรในการพิจารณาวงเงิน ?

A.

การพิจารณาวงเงินจะใช้ข้อมูลทางเลือกในการพิจารณา เช่น ข้อมูลที่กรอกในใบสมัคร ข้อมูลมือถือตามที่ได้ให้ความยินยอม เป็นต้น

Q.6

สมัครช่องทางอื่นได้หรือไม่ ? ถ้าไม่สามารถโหลดแอป UCHOOSE ได้

A.

จำเป็นต้องใช้แอป UCHOOSE สมัครเท่านั้น ไม่สามารถสมัครโดยตรงที่สาขา หรือผ่านเว็บไซต์ได้ 

Q.7

สามารถเลือกผ่อนชำระได้กี่งวด ?

A.

มีทั้งหมด 5 งวด ประกอบด้วย 3, 5, 6, 9 และ 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ระบุ) โดยสามารถเลือกงวดผ่อนชำระ เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินที่สามารถเบิกถอนได้แล้ว

Q.8

สินเชื่อจะโอนเข้าบัญชีธนาคารเมื่อไร ?

A.

โอนเงินเข้าบัญชีทันที หลังจากได้รับการอนุมัติวงเงิน และกรอกเลขบัญชีธนาคาร หรือพร้อมเพย์ถูกต้อง

Q.9

ตรวจสอบผลอนุมัติสินเชื่อจากที่ไหน ?

A.

สามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านแอป UCHOOSE ที่เมนู U CARD และเลือก “ติดตามสถานะการสมัคร” คลิกดาวน์โหลด ที่นี่

สอบถามศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โทร. 02-345-6789 ตลอด 24 ชั่วโมง

Q.10

การให้บริการสินเชื่อและการเข้าถึงข้อมูลมีความปลอดภัยหรือไม่ ?

A.

สินเชื่อเฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการโดยกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล ภายใต้การกำกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรับรองความปลอดภัยโดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ บริษัทในเครือธนาคารกรุงศรี

Q.11

วิธีเปิดบัตรใช้งาน

A.

ดาวน์โหลดแอป UCHOOSE บน APP Store & Play Store เพื่อเริ่มใช้งาน ดาวน์โหลด UCHOOSE


ตัวอย่าง SMS ที่จะได้รับจากระบบ
SMS-DPL.jpg

Q.12

วิธีเช็คยอดชำระ

A.

 สามารถตรวจสอบข้อมูลบัตร หรือเช็ควงเงินคงเหลือได้จากแอปพลิเคชั่น UCHOOSE
คลิกดาวน์โหลดฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย บน APP Store & Play Store เพื่อเริ่มใช้งาน ดาวน์โหลด UCHOOSE

JPG_checksnap.jpg

บริการรวมสินเชื่อ Balance Transfer

Q.1

บริการรวมสินเชื่อคืออะไร ?

A.

banner-balance-transfer.jpg

การรวบยอดบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลของสถาบันการเงินอื่น โอนมาผ่อนที่กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ที่เดียว คลิก

Q.2

สามารถรวมสินเชื่ออะไร / ประเภทใดได้บ้าง ?

A.

สามารถรวมได้ทั้งสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยรับทุกสถาบันการเงิน ยกเว้น ธ.กรุงศรีอยุธยา รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่ร่วมรายการ

Q.3

ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ใช้เอกสารอะไรในการสมัคร ?

A.

 พนักงานประจำ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุระหว่าง 20 - 55 ปี

  • รายได้ประจำต่อเดือนตั้งแต่

    • 12,000 บาทขึ้นไป สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์

    • 15,000 บาทขึ้นไป สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

เอกสารการสมัคร

  • สำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า และด้านหลัง

  • สลิปเงินเดือนเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองรายได้ฉบับจริง

  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

  • เอกสารแสดงรายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่รายได้ประจำ เช่น ค่าล่วงเวลา และ ค่าคอมมิชชั่นที่สามารถนำมาพิจารณาในการให้วงเงิน

  • สำเนาใบแจ้งยอดบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลสถาบันการเงินอื่นย้อนหลังไม่เกิน 1 เดือนทั้งชุด (รวมถึงหน้าแบบฟอร์มชำระเงิน Pay-in Slip)

    • ยอดสินเชื่อรวม 5,000 บาทขึ้นไป

    • รวมสูงสุด 5 บัญชี บัญชีละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท

    • ธ.กรุงศรีอยุธยา รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่ร่วมรายการ

 

  เจ้าของกิจการ

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • อายุระหว่าง 20 - 55 ปี

  • ดำเนินกิจการมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี

  • มีเงินหมุนเวียนในธนาคารต่อเดือน

    • 240,000 บาทขึ้นไป สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์

    • 300,000 บาทขึ้นไป สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และเอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

เอกสารการสมัคร

  • สำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า และด้านหลัง

  • สำเนาหนังสือรับรองจากการจดทะเบียนบริษัท

  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

  • สำเนาใบแจ้งยอดบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลสถาบันการเงินอื่นย้อนหลังไม่เกิน 1 เดือนทั้งชุด (รวมถึงหน้าแบบฟอร์มชำระเงิน Pay-in Slip)

    • ยอดสินเชื่อรวม 5,000 บาทขึ้นไป

    • รวมสูงสุด 5 บัญชี บัญชีละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท

    • ธ.กรุงศรีอยุธยา รวมถึงบริษัทในเครือ ไม่ร่วมรายการ

Q.4

สมัครบริการรวมสินเชื่อได้ที่ไหน ?

A.

เฉพาะที่สาขาเฟิร์สช้อยส์เท่านั้น (ไม่สามารถสมัครผ่านช่องทาง Online หรือช่องทางอื่นๆ ได้) ดูสาขาที่ให้บริการ คลิก

Q.5

ยอดสินเชื่อต่ำสุด หรือสูงสุดที่จะทำได้คือเท่าไหร่ ? และรวมสินเชื่อได้สูงสุดกี่บาท ?

A.
  • ยอดรวมตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป

  • ยอดรวมสูงสุด 1,000,000 บาท

  • สามารถรวมยอดสินเชื่อได้สูงสุด 5 บัญชี บัญชีละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท และต้องมียอดรวม 5,000 บาทขึ้นไป 


ทั้งนี้ยอดสินเชื่อที่อนุมัติได้สูงสุด จะขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การอนุมัติ และเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่บริษัทฯ กำหนด

Q.6

ถ้ามีบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์อยู่แล้ว สามารถสมัครบริการได้หรือไม่ ?

A.

 หากถือบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม / บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ / บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์
ไม่สามารถสมัครได้

 หากถือบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ / บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ / บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์
สามารถสมัครได้ แต่จะต้องเป็นการสมัครร่วมกับการสมัครบัตรใหม่ ที่เป็นบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม / เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล / บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เท่านั้น

Q.7

หากมีวงเงินเหลือจากการรวมสินเชื่อ สามารถเอาไปใช้อะไรได้บ้าง ?

A.

สามารถใช้วงเงินคงเหลือในการทำรายการอื่นๆ เช่น กดเงินสด ผ่อนสินค้า หรือ ซื้อสินค้าผ่านวงเงินบัตรเครดิต ได้ตามปกติ

Q.8

สามารถดูยอดผ่อนชำระได้จากที่ไหน ?

A.

สามารถตรวจสอบยอดผ่อนชำระ วันครบกำหนดชำระ ได้ด้วยตัวเองผ่านแอป UCHOOSE ได้ตลอด 24 ชม. ไม่เสียค่าใช้จ่าย  และ สามารถสมัคร E-Statement เพื่อได้รับใบแจ้งยอดได้สะดวก ง่าย ตรงเวลาไม่ต้องรอไปรษณีย์ คลิกที่นี่

Q.9

ใครเข้าร่วมโปรโมรชั่นได้บ้าง และเลือกสมัครบัตรประเภทใดได้บ้าง ?

A.

สามารถสมัคร และร่วมโปรโมชั่นได้เฉพาะผู้ที่ยังไม่ถือบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม / เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล / บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โดยสามารถเลือกสมัครได้เพียง 1 บัตรจาก 3 บัตรดังกล่าว

Q.10

ยอดสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติน้อยกว่าที่ขอ สามารถทำอย่างไรได้บ้าง ?

A.

ยอดสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติ อาจน้อยกว่ายอดสินเชื่อคงค้างที่ลูกค้าระบุ ซึ่งอาจมีผลต่ออัตราดอกเบี้ย และ / หรือ ระยะเวลาผ่อนชำระ ซึ่งทางบริษัทฯ จะทำการติดต่อลูกค้า ก่อนที่จะดำเนินการโอนเงินไปยังบัญชีที่ลูกค้าให้ไว้ในใบสมัคร

Q.11

ยอดสินเชื่อที่อนุมัติ เมื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่ลูกค้าระบุแล้วไม่ครบตามยอดหนี้ที่มีอยู่ ทำอย่างไร ?

A.

ลูกค้าจะต้องไปชำระส่วนต่างที่คงเหลือเองกับสถาบันการเงินที่ยังคงเหลือยอดหนี้อยู่

Q.12

ลูกค้าต้องการปิดยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมดที่มีอยู่กับบัญชีนั้นๆ แต่ในใบแจ้งยอดไม่แสดง ?

A.

ลูกค้าสามารถโทรสอบถามข้อมูลจากสถาบันการเงินเจ้าของบัญชีนั้นๆ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ที่รับสมัคร

Q.13

สามารถผ่อนชำระแบบใดได้บ้าง และผ่อนชำระได้กี่งวด ?

A. สามารถเลือกวิธีการแบ่งชำระคืนได้ทั้งแบบชำระขั้นต่ำ หรือ แบบแบ่งชำระรายเดือน ซึ่งแบ่งงวดผ่อนตามยอดสินเชื่อดังนี้
  • ยอดสินเชื่อ 5,000 - 49,999 บาท ระยะเวลาผ่อน 6, 9, 12, 18, 24, 36, 42, 48, 60 งวด

  • ยอดสินเชื่อ 50,000 บาท ขึ้นไป ระยะเวลาผ่อน 12, 18, 24, 36, 42, 48, 60 งวด

โดยสามารถชำระผ่านทุกช่องทางการชำระเงินบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ คลิกที่นี่

Q.14

เมื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่ลูกค้าระบุแล้ว สามารถยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงวงเงินได้ไหม ?

A.

เมื่อบริษัทฯ ได้โอนเงินไปยังบัญชีที่ลูกค้าระบุ ให้ถือว่าลูกค้าได้รับสินเชื่อตามจำนวนที่บริษัทฯ อนุมัติแล้ว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับการยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข ไม่ว่ากรณีใดๆ

Q.15

เมื่ออนุมัติแล้วโอนยอดหนี้อย่างไร ?

A.

ทางบริษัทจะโอนเงินเข้าบัญชีสถาบันการเงินตามที่ลูกค้าระบุให้โดยตรง ลูกค้าไม่ต้องโอนเอง ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทโอนเงินปิดยอดสินเชื่อคงค้างทั้งหมด แต่บริษัทจะไม่ได้ทำการปิดบัญชีนั้นๆ ให้กับลูกค้า ถ้าต้องการปิดบัญชีลูกค้าต้องติดต่อสถาบันการเงินนั้นๆเอง

Q.16

สามารถใช้ใบแจ้งยอดหนี้ E-Statement ได้ไหม ?

A.

แนะนำให้ทำการพิมพ์ใบแจ้งยอดออกมา เนื่องจากจะต้องใช้แนบประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

Q.17

ไม่มีใบแจ้งยอดหนี้ สมัครได้ไหม ?

A.

ไม่ได้ เนื่องจากเป็นเอกสารที่ต้องใช้ในการประกอบพิจารณาสินเชื่อ โดยใบแจ้งยอดและผู้ที่สมัคร ต้องเป็นชื่อเดียวกัน

สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส

Q.1

สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส คืออะไร

A

สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส คือ สินเชื่อเงินสดที่บริษัทโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ท่านลงทะเบียนเอาไว้ตอนสมัคร สินเชื่อนี้จะเรียกเก็บเป็นรายเดือนเดือนละเท่าๆกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนสินเชื่อและจำนวนงวดที่ท่านเลือก
 

Grab-First-Card.jpg

ดูสิทธิประโยชน์บัตร

Q.2

ข้อดีของสินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส คืออะไร

A
  1. อนุมัติไวใน 30 นาที หลังจากส่งใบสมัครที่มีเอกสารประกอบครบถ้วน

  2. สินเชื่ออนุมัติจำนวนสูงสุดถึง 100,000 บาท

  3. สัมผัสประสบการณ์การสมัครแบบดิจิทัล ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สมัครได้

Q.3

ใครสามารถสมัครสินเชื่อนี้ได้บ้าง

A

สิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ได้รับการเรียนเชิญเท่านั้น โดยข้อเสนอจะอยู่บนแอปพลิเคชัน Grab ที่เมนูการชำระเงิน (Payment) ภายใต้หัวข้อการบริการทางการเงิน

Q.4

สามารถเลือกผ่อนชำระได้กี่งวด

A

มีทั้งหมด 4 งวด ประกอบด้วย 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน และ 12 เดือน โดยท่านสามารถเลือกงวดผ่อนชำระได้ในขั้นตอนการสมัคร

Q.5

สามารถตรวจสอบผลพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้จากช่องทางใดบ้าง

A
  • สามารถตรวจสอบได้เองผ่าน แอปพลิเคชัน UCHOOSE ในแบนเนอร์ U CARD & LOAN ➤➤ ในเมนูติดตามสถานะการสมัคร

  • ท่านสามารถติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์ 02-345-6789

Q.6

หลังจากได้รับการอนุมัติ สินเชื่อจะโอนเข้าบัญชีธนาคารเมื่อไหร่

A

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับธนาคารที่ท่านต้องการให้โอนเงิน

  • ธนาคารกรุงศรียุธยา ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย จะทำการโอนเงินเข้าภายใน 1 วันทำการ

  • ธนาคารอื่นๆ จะทำการโอนเงินภายใน 3 วันทำการ

Q.7

สามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้จากที่ใด

A

เมื่อใบสมัครได้รับการอนุมัติ ท่านจะได้รับข้อความในโทรศัพท์มือถือที่แจ้งไว้กับบริษัท โดยจะมีการระบุวันที่สินเชื่อโอนเข้าบัญชี และวันที่ครบกำหนดชำระ หรือ สามารถติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์ 02-345-6789

Q.8

หากไม่ได้รับเงินสินเชื่อโอนเข้าบัญชีตามระยะเวลาที่กำหนด จะต้องทำอย่างไร

A

สามารถติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เบอร์ 02-345-6789

Q.9

อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเท่าไหร่

A

อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินสูงสุดร้อยละ 25 ต่อปี

Q.10

จะได้วงเงินเท่าไหร่

A

สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส สามารถอนุมัติได้ตั้งแต่ 2,000 - 100,000 บาท ทั้งนี้สินเชื่อที่ผู้สมัครได้รับอนุมัติจะขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์และเป็นไปตามดุลยพินิจของบริษัท

Q.11

ค่างวดที่ต้องผ่อนชำระคืน เป็นจำนวนเท่าไร

A

ท่านจะทราบยอดผ่อนชำระต่อเดือนในขั้นตอนการสมัคร เมื่อท่านกรอกยอดสินเชื่อและระบุงวดการผ่อนชำระเสร็จเรียบร้อย

Q.12

วันครบกำหนดชำระคือวันที่เท่าไหร่

A

ท่านจะทราบวันครบกำหนดชำระได้ ในขั้นตอนการสมัคร ในแอปพลิเคชัน UCHOOSE ที่หน้าบัญชีสินเชื่อ และในใบแจ้งยอดบัญชี

Q.13

สามารถชำระผ่านทางใดได้บ้าง

A

 ไม่มีค่าบริการ

  • ชำระผ่าน Krungsri Mobile Application (KMA)
  • ชำระโดยหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารกรุงไทย


 ค่าบริการ 10 บาท / 15 บาท ต่อครั้ง

  • ชำระผ่านที่ทำการไปรษณีย์ที่มีเครื่องหมาย Pay At Post
  • ชำระผ่านจุดบริการรับชำระโก้โลตัส ทุกสาขา
  • ชำระผ่าน mPay Station
  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ CenPay powered by บุญเติม
  • ชำระผ่านจุดบริการรับชำระเคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • ชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ True Money

มาตรการช่วยเหลือลูกค้า

Q

คำถาม - คำตอบ : มาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ (สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ)

A

ถาม : ถ้ากรณีลูกค้ามีบัตรเครดิตหลายใบ ต้องลงทะเบียนกี่ครั้ง
ตอบ : เมื่อดาวน์โหลดและเปิดหน้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านโมบายแอป UCHOOSE แล้ว ลูกค้าสามารถเลือกหน้าบัตรสำหรับการลงทะเบียนได้พร้อมกันทั้งหมด
 
ถาม : ถ้าลูกค้ามีบัตรเครดิต/สินเชื่อบุคคลที่มีวงเงินร่วม บริษัทจะทำอย่างไร
ตอบ :  บริษัทจะดำเนินการดังนี้ 
​สำหรับทุกบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้วงเงินร่วม (Share Line)  ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระรายเดือนภายใต้บัญชีบัตรเครดิตนั้น ๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น 
 
สำหรับทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วม (Share Line)  ยอดสินเชื่อคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นยอดสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำภายใต้บัญชีสินเชื่อบุคคลนั้น ๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น
 
ถาม : ถ้าลงทะเบียนแล้วสามารถยกเลิกได้หรือไม่
ตอบ :  ลูกค้าสามารถยกเลิกการลงทะเบียนได้ หากบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงยอดสินเชื่อ (Refinance) กรณีบริษัทฯได้เปลี่ยนแปลงยอดคงค้างแล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ แล้วแต่กรณี และไม่รับการยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข หากบริษัทฯได้ดำเนินการตามคำขอของท่านแล้วทุกกรณี
 
ถาม : สามารถลงทะเบียนได้เมื่อไหร่ 
ตอบ :  สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 8 ก.พ. 65 ถึง 31 ธ.ค. 66
 
ถาม : ถ้าลดวงเงิน แล้วจะตัดค่าน้ำค่า ไฟ ค่าประกันผ่านบัตรได้อย่างไร 
ตอบ :  เพื่อให้สมาชิกยังคงได้รับบริการและความคุ้มครองประกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นที่หักชำระอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุ (PA) ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองวงเงิน (PPI) และค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ (หากมี)  เป็นต้น  บริษัทฯ จะยังคงเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวตามรอบบัญชีปกติต่อไป 

ถาม : หลังจากเข้าร่วมโครงการ และเห็นว่ามีวงเงินบัตรเครดิต/ สินเชื่อบุคคลคงเหลือ บริษัทฯจะคิดดอกเบี้ยอย่างไร
ตอบ :  ท่านสามารถใช้จ่ายผ่านบัตร หรือทำรายการผ่านสินเชื่อบุคคลได้ตามปกติ ภายใต้วงเงินคงเหลือที่ลูกค้ามี โดยจะได้อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามปกติ (บัตรเครดิตสูงสุด 16% , สินเชื่อบุคคลสูงสด 25%)
 
ถาม : ขอเลือกเข้าร่วมโครงการเฉพาะบางรายการ/บางยอดหนี้ ได้หรือไม่?
ตอบ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกรายการเพื่อเข้าร่วมโครงการ (ทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต/ยอดสินเชื่อภายใต้บัญชีเดียวกันต้องเข้าร่วมโครงการ) 

กลับไปที่่มาตรการช่วยเหลือ คลิก
 

Q

คำถาม - คำตอบ : มาตรการลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำลูกค้าบัตรเครดิต

A

ถาม : ตั้งแต่ 1 เม.ย. 63 ลูกค้าทุกคนจะถูกลดยอดชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิตจาก 10% เป็น 5% ใช่หรือไม่
ตอบ : ใช่ค่ะ ระบบจะลดยอดชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต จาก 10% เหลือ 5% ตามวันตัดรอบบัญชี (cycle cut) ตัวอย่างเช่น

  • นาย A มีวันตัดรอบบัญชีทุกวันที่ 1 ของเดือน ระบบจะเริ่มลดเปอร์เซนต์เป็น 5% ตั้งแต่รอบบัญชี 1 เม.ย. 63 - 31 ธ.ค. 66

  • นาย B มีวันตัดรอบบัญชีทุกวันที่ 10 ของเดือน ระบบจะเริ่มลดเปอร์เซนต์เป็น 5% ตั้งแต่รอบบัญชี 10 เม.ย. 63 - 31 ธ.ค. 66 ​

ถาม : ปรับแต่เปอร์เซ็นต์ แล้วยอดขั้นต่ำ 500 บาท ไม่ปรับเหรอคะ
ตอบ : ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 63 - 31 ธ.ค. 66 บริษัทไม่มีการกำหนดยอดชำระขั้นต่ำ (minimum amount) แต่ยังคงเรียกเก็บยอดชำระขั้นต่ำที่ 5% ตามที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปก่อนหน้านี้ค่ะ

ถาม : ยอดผ่อนชำระแบบรายเดือน ลดเหลือ 5% ด้วยไหมคะ
ตอบ : มาตรการดังกล่าวลดเฉพาะยอดใช้จ่ายบนบัตรเครดิต ไม่รวมส่วนที่เป็นยอดผ่อนชำระรายเดือนนะคะ

ถาม : บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า ช่วยลดขั้นต่ำยังไงคะ
ตอบ : สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า จะลดขั้นต่ำทั้งส่วนของบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลดังนี้

  • สินเชื่อเงินสดแบบชำระขั้นต่ำ ลดยอดชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 3%

  • ยอดใช้จ่ายบนบัตรเครดิต ลดยอดชำระขั้นต่ำจาก 10% เป็น 5%

 กลับไปหน้ามาตรการ คลิก

Q

คำถาม - คำตอบ : มาตรการลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำลูกค้าสินเชื่อบุคคล

A

ถาม : ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 63 ลูกค้าทุกคนจะถูกลดยอดชำระขั้นต่ำของสินเชื่อเงินสดแบบชำระขั้นต่ำ เหลือ 3% ใช่หรือไม่
ตอบ : ไม่ใช่ ระบบจะลดยอดชำระขั้นต่ำของสินเชื่อเงินสดแบบชำระขั้นต่ำเหลือ 3% ตามวันตัดรอบบัญชี (cycle cut) ตัวอย่างเช่น

  • นาย A มีวันตัดรอบบัญชีทุกวันที่ 19 ของเดือน ระบบจะเริ่มลดเปอร์เซนต์เป็น 3% ตั้งแต่รอบบัญชี 19 มี.ค. 63 - 31 ธ.ค. 66

  • นาย B มีวันตัดรอบบัญชีทุกวันที่ 10 ของเดือน ระบบจะเริ่มลดเปอร์เซนต์เป็น 3% ตั้งแต่รอบบัญชี 10 เม.ย. 63 - 31 ธ.ค. 66


ถาม : รายการผ่อนชำระรายเดือนเรียกเก็บยังไง
ตอบ :  รายการผ่อนชำระรายเดือนยังเรียกเก็บปกติ ตามยอดชำระต่อเดือน

ถาม : ปรับแต่เปอร์เซ็นต์ แล้วยอดขั้นต่ำ 500 บาท ไม่ปรับใช่ไหม
ตอบ : ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 63 - 31 ธ.ค. 66 บริษัทไม่มีการกำหนดยอดชำระขั้นต่ำ (minimum amount) แต่ยังคงเรียกเก็บยอดชำระขั้นต่ำที่ 3% ตามที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปก่อนหน้านี้ค่ะ
 

 กลับไปหน้ามาตรการ คลิก

Q

คำถาม - คำตอบ : มาตรการลดภาระดอกเบี้ยช่วยเหลือลูกค้า ระยะที่ 2 ตั้งแต่เดือน 1 ส.ค. 63

A

ถาม : การปรับลดเพดานดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เริ่มตั้งแต่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป แล้วกรณีรายการที่ทำก่อน 1 ส.ค. 63 คิดดอกเบี้ยอย่างไร
ตอบ : ขึ้นอยู่กับยอดรายการประเภทใดและวันที่ทำรายการ 
 

  • ยอดใช้จ่ายบนบัตรเครดิต 

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป
 

  • สินเชื่อเงินสดแบบชำระขั้นต่ำ 

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป
 

  • สินเชื่อแบบชำระรายเดือน    

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน สำหรับยอดสินเชื่อรายเดือนที่ทำรายการ  ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป

ถาม : การปรับลดเพดานดอกเบี้ยครั้งนี้ เป็นมาตรการชั่วคราว หรือถาวร
ตอบ :  การปรับลดเพดานดอกเบี้ย ค่าบริการต่าง ๆ และเบี้ยปรับ (ดอกเบี้ยฯ) ที่เกี่ยวข้องกับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 63 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

กลับไปหน้ามาตรการ คลิก

 

เซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

Q.1

เซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ (Central The 1 First Choice) คืออะไร

A.

คือบัตรสินเชื่อส่วนบุคคลที่กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ร่วมกับเซ็นทรัล กรุ๊ป เพื่อให้บริการทางการเงินในการผ่อนชำระสินค้าและบริการ หรือเบิกถอนสินเชื่อเงินสด

ซึ่งท่านจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับการผ่อนชำระกับร้านค้าในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ และร้านค้าพันธมิตรของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ทั่วประเทศ

Q.2

สามารถนำบัตรไปใช้ที่ไหนได้บ้าง ?

A.

คือบัตรสินเชื่อส่วนบุคคลที่กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ร่วมกับเซ็นทรัล กรุ๊ป เพื่อให้บริการทางการเงินในการผ่อนชำระสินค้าและบริการ หรือเบิกถอนสินเชื่อเงินสด

ซึ่งท่านจะได้รับสิทธิพิเศษสำหรับการผ่อนชำระกับร้านค้าในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ และร้านค้าพันธมิตรของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ทั่วประเทศ

Q.3

จะใช้บริการผ่อนชำระ 0% 2 เดือน ต้องทำยังไง ?

A.

สำหรับการใช้บริการผ่อนชำระ 0% 2 เดือน สามารถทำตามวิธีง่ายๆ ดังนี้

  1. แจ้งเข้าร่วมรายการที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน ก่อนทำรายการผ่านเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

  2. สมาชิกสามารถผ่อนชำระสินค้าทุกชิ้น 0% 2 เดือน โดยมียอดผ่อนชำระขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท ผ่านบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

  3. สินค้า/บริการที่สามารถทำรายการผ่อนชำระ 0% 2 เดือนผ่านเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ ต้องเป็นร้านค้าในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ปที่ร่วมรายการเท่านั้น

    central-group.png

  4. สมาชิกสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในวงเงินบัตรที่ลูกค้าได้รับ

  5. หากสมาชิกต้องการเลือกแผนผ่อนชำระอื่น  สามารถเลือกได้ตามโปรโมชั่นผ่อนชำระที่บริษัทกำหนด (นานสูงสุด 48 เดือน) ตามอัตราดอกเบี้ยปกติที่ทางบริษัทกำหนด โดยแจ้งที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน ก่อนทำรายการผ่านบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

Q.4

การรับคะแนนในบัตร The 1 Card

A.

สมาชิกบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ จะได้รับคะแนนในบัตร The 1 Card ตามปกติ เมื่อมีการใช้จ่ายดังนี้

  1. เมื่อมียอดผ่อนชำระผ่านบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ ตามเงื่อนไขในร้านค้าที่มีอยู่ในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ปที่ร่วมรายการ กรณีมียอดใช้จ่ายนอกเหนือจากที่ระบุไว้ จะไม่ได้รับคะแนนสะสมในบัตร The 1 Card

  2. โปรแกรมการผ่อนชำระ 0% 2 เดือน

  3. การผ่อนชำระบัตรของขวัญสำหรับเซ็นทรัลและโรบินสัน การรับคะแนนสะสมในบัตร The 1 Card ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทในเครือเซ็นทรัล กรุ๊ป

  4. การคำนวณคะแนน และการแลกของรางวัลในบัตร The 1 Card ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบัตร The 1 Card

  5. การกดเงินสดหรือขอสินเชื่อเงินสดจากวงเงินในบัตร ไม่เข้าเงื่อนไขการรับคะแนนในบัตร The 1 Card

Q.5

เมื่อสมัครบัตรใหม่ ระบบจะผูกคะแนนเข้ากับบัตร The 1 Card อย่างไร ?

A.

กรณีที่ลูกค้ามีบัตร The 1 Card อยู่แล้ว
ระบบจะทำการผูกหมายเลขบัตร The 1 Card เข้ากับบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ที่ได้รับใหม่โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ สมาชิกจะได้รับคะแนน The 1 Card ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแสดงบัตร The 1 Card ร่วมด้วย

กรณีที่ลูกค้ายังไม่เคยมีบัตร The 1 Card
เมื่อสมัครบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ จะได้หมายเลข The 1 Card โดยอัตโนมัติ ซึ่งระบบจะผูกหมายเลขนี้เข้ากับบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ทันทีทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ สมาชิกจะได้รับคะแนน The 1 Card ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแสดงบัตร The 1 Card ร่วมด้วย

Q.6

หากมีบัตร The 1 Card อยู่แล้ว จะสะสมคะแนนอย่างไร ?

A.

บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ จะผูกบัตรเข้ากับหมายเลข The 1 Card ที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว ลูกค้าสามารถใช้จ่ายตามปกติ โดยที่คะแนนสะสมจะเพิ่มเข้าบัตร The 1 Card โดยอัตโนมัติ

Q.7

จะตรวจสอบคะแนนในบัตร The 1 Card อย่างไร ?

A.

สมาชิกสามารถตรวจสอบคะแนน The 1 Card และช่องทางการแลกคะแนนเว็บไซต์ www.the-1-card.com หรือโทร 02-660-1000 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00-22:00 น.

ทั้งนี้ คะแนน The 1 Card สามารถดูเพิ่มเติมจากใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงิน, และ Mobile Application

Q.8

คะแนน The 1 Card ในบัตร มีวันหมดอายุหรือไม่ ?

A.

คะแนน The 1 Card ในบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ มีวันหมดอายุ 2 ปีจากปีที่ซื้อสินค้า โดย The 1 Card จะทำการประมวลคะแนนสะสมทุกวันสิ้นปีปฏิทิน

ตรวจสอบข้อมูลบัตร

ตรวจสอบข้อมูลบัตรง่ายผ่านแอป UCHOOSE



สะดวกกว่าเดิม!
อยากเช็คข้อมูลบัตร ทั้งวงเงิน ยอดชำระ กำหนดชำระ หรือคะแนนสะสม ก็ตรวจสอบได้ง่ายๆด้วยตัวเอง ด้วยแอปพลิเคชันใหม่ UCHOOSE Mobile Application แอปเดียวจบ! พร้อมลงทะเบียนโปรโมชั่นฟรี ไม่มีค่า SMS เพิ่มเติมคลิก

ดาวน์โหลด UCHOOSE ฟรีทั้ง iOS และ Andriod คลิกที่นี่

วงเงินในบัตร

Q.1

ตรวจสอบวงเงินคงเหลือ ทำยังไง?

A.

เมื่อต้องการตรวจสอบวงเงินคงเหลือในบัตร ไม่ว่าจะเป็นวงเงินบัตรเครดิต หรือ วงเงินสินเชื่อ สามารถเช็คได้ง่ายๆ ด้วยตนเองผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้  

1. ช่องทางโมบายแอปพลิเคชัน "UCHOOSE" 
UCHOOSE แอปเดียวจบ! เช็ควงเงินคงเหลือในบัตรง่าย ตรวจสอบสะดวกตลอด 24ชม. พร้อมทั้งเข้าดูยอดชำระ วันชำระ เงินคืน และดีลดีๆ แถมใช้ลงทะเบียนโปรโมชั่นฟรี แบบไม่ต้องเสียค่า sms 

โหลดฟรีวันนี้! แค่พิมพ์ค้นหาด้วยคำว่า UCHOOSE บนระบบ App Store และ Google Play หรือ คลิกดาวน์โหลดที่นี่

2. ระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ 24 ชม. โทร. 02-345-6789

Q.2

ขอเพิ่มวงเงินถาวร ทำยังไง?

A.

สำหรับการขอเพิ่มวงเงินถาวร สมาชิกบัตร Krungsri First Choice จะต้องถือบัตรอย่างน้อย 12 เดือน หลังจากที่ได้รับอนุมัติบัตร และมีอายุไม่เกิน 55 ปี โดยสามารถยื่นขอเพิ่มวงเงินตามขั้นต่อไปนี้ 
 

 ขั้นตอนการขอเพิ่มวงเงิน

  1. ดาวน์โหลด “แบบฟอร์มขออนุมัติเพิ่ม/ลดวงเงินถาวร”

  2. กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อให้ครบถ้วนและเหมือนกันทุกจุด

  3. แนบเอกสารประกอบการสมัคร ที่มีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

  4. นำส่งแบบฟอร์มและเอกสารประกอบการสมัครผ่านช่องทางที่บริษัทเปิดอำนวยความสะดวก 

 เอกสารประกอบการขอเพิ่มวงเงิน

  • สำเนาบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ

  • เอกสารแสดงรายได้

    2.1 กรณีพนักงานประจำ

  • สำเนาสลิปเงินเดือนเดือนล่าสุด หรือ หนังสือรับรองรายได้ที่ออกไม่เกิน 2 เดือน และ

  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรกและสำเนารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน

    2.2 กรณีเจ้าของธุรกิจ

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท และ

  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรก และสำเนารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน โดยรายการสุดท้ายที่ปรากฎในสำเนาจะต้องไม่เกิน 2 เดือน

  ช่องทางการส่งเอกสาร

1. ช่องทาง UCHOOSE
ถ่ายรูปหรือสแกนแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบการขอเพิ่มวงเงิน ที่มีการกรอกรายละเอียดและเซ็นรับรองรวมถึงลงลายชื่อครบถ้วนมาอัพโหลดที่แอปพลิเคชัน UCHOOSE คลิกที่นี่ เพื่อดูวิธีการอัพโหลดผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE

2. ช่องทาง Email
สแกนแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบการขอเพิ่มวงเงิน ที่มีการกรอกรายละเอียดและเซ็นรับรองรวมถึงลงลายชื่อครบถ้วนมาที่ email: CSM@krungsri.com ระบุชื่อเรื่อง: ส่งเอกสารขอเพิ่มวงเงิน

3. ช่องทางสาขากรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
เตรียมแบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบการขอเพิ่มวงเงิน ที่มีการกรอกและเซ็นรับรองรวมถึงลงลายชื่อครบถ้วนมายังสาขา เช็คสาขาใกล้บ้านง่ายๆ คลิกที่นี่ เพื่อตรวจสอบสาขาที่เปิดให้บริการ ณ วันที่ต้องการไปยื่นเอกสาร

4. ช่องทางไปรษณีย์
แบบฟอร์มพร้อมเอกสารประกอบการขอเพิ่มวงเงิน ที่มีการกรอกและเซ็นรับรองรวมถึงลงลายชื่อครบถ้วนมายังที่อยู่บริษัท ตามที่ระบุ

บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
ฝ่ายเพิ่มวงเงินถาวร ชั้น 16 อาคารบางนาทาวเวอร์
ตู้ ปณ.8 ปณฝ. บางนาทาวเวอร์ สมุทรปราการ 10541

เพิ่มเติมคลิก

Q.3

ขอเพิ่มวงเงินชั่วคราว ทำยังไง?

A.

อภิสิทธิ์สุดพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

หากต้องการ "วงเงินบัตรเครดิตชั่วคราว" (Temporary Credit Line for Credit Card) เพิ่มเติม สำหรับการใช้จ่ายผ่านวงเงินบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล
สามารถขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวด้วยตัวเองผ่าน UCHOOSE โมบายแอป โดยการกดที่หน้าบัตรแล้วเลือกเมนู “ขอวงเงินชั่วคราว” หรือ ติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตร (Call Center) โดยทำรายการผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติที่เบอร์ 02-345-6789
 

  • ช่องทาง UCHOOSE Mobile Application แอปเดียวจบ! เช็คยอดบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ง่ายๆ 24ชม. ทั้งวงเงิน ยอดชำระ เงินคืน และดีลดีๆ พร้อมลงทะเบียนโปรโมชั่นฟรี ไม่มีค่า SMS

โหลดฟรีวันนี้! ทั้ง iOS และ Android


ข้อกำหนดและเงื่อนไข

  • การขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ถือบัตรหลักของบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล เท่านั้น

  • วงเงินที่ขอเพิ่มสามารถเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งจ่ายรายเดือนได้ เฉพาะยอดใช้จ่ายผ่านวงเงินเครดิต (ตามเงื่อนไข) ซึ่งจะถูกเรียกเก็บตามจำนวนงวดที่ผ่อนชำระ หรือกรณีทำรายการปกติจะถูกเรียกเก็บเต็มจำนวนในรอบบัญชีถัดไป

  • วงเงินที่ขอเพิ่มไม่สามารถใช้กดเงินสด หรือ ซื้อทองคำ หรือ การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้

  • สามารถขอวงเงินชั่วคราวได้ไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี

  • วงเงินชั่วคราวสามารถใช้ได้นานสูงสุด 60 วัน

  • ต้องไม่มีการขอเพิ่มวงเงินชั่วคราวอยู่ก่อนแล้ว

  • เกณฑ์การพิจารณาอนุมัติเป็นไปตามนโยบาย และเงื่อนไขของบริษัทฯ

  • ให้บริการสินเชื่อโดย บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด

  • สอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์โทร. 02-345-6789

Q.4

ขอปรับเปลี่ยนวงเงิน ทำยังไง?

A.

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้วงเงินบัตรเครดิต และวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล เมื่อท่านมีการใช้จ่ายบัตรผ่านวงเงินเครดิต หรือ วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทฯ จะมีการปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติตามการใช้ของสมาชิกบัตรหลัก โดยวงเงินสินเชื่อรวมของท่านไม่เปลี่ยนแปลง
 

*หมายเหตุ:

  • การอนุมัติขอปรับเปลี่ยนวงเงินระหว่างกันภายในบัตร เป็นไปตามนโยบายการพิจารณาและเงื่อนไขของบริษัทฯ

  • ​สำหรับสมาชิกบัตรเสริม กรุณาติดต่อเจ้าของบัตรหลักเพื่อทำรายการปรับเปลี่ยนวงเงินผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ตลอด 24 ชม. เพียงโทร 02-345-6789

  • สมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล สามารถตรวจสอบจำนวนวงเงินสูงสุดสำหรับแต่ละวงเงินได้ผ่านแอป UCHOOSE คลิกดาวน์โหลดที่นี่

  • สมาชิกต้องคงวงเงินขั้นต่ำไว้ไม่ต่ำกว่า 100 บาท และวงเงินรวมของสินเชื่อส่วนบุคคลและวงเงินบัตรเครดิตต้องไม่เกินข้อกำหนดเกี่ยวกับวงเงินสูงสุดตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ในการปรับเปลี่ยนวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลแต่ละครั้ง สมาชิกรับทราบและตกลงว่า บริษัทฯ จะทำการเรียกเก็บค่าอากรแสตมป์ในใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ของสมาชิกตามอัตราที่ระบุไว้ในตารางรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ (ค่าอากรแสตมป์เก็บเฉพาะครั้งแรกที่มีการใช้วงเงินเท่านั้น)


 

ใบแจ้งยอดบัญชี

กรณีไม่ได้รับใบแจ้งหนี้

หากยังไม่ได้รับใบแจ้งหนี้ ขอแนะนำวิธีการตรวจสอบข้อมูลยอดชำระ ทั้งยอดชำระเต็มและขั้นต่ำ และกำหนดวันที่ชำระ ผ่านช่องทางต่างๆด้วยตนเอง ดังนี้

  • ช่องทาง UCHOOSE Mobile Application: แอปเดียวจบ! เช็คยอดบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ง่ายๆ 24ชม. ทั้งวงเงิน ยอดชำระ เงินคืน และดีลดีๆ พร้อมลงทะเบียนโปรโมชั่นฟรี ไม่มีค่า SMS 

โหลดฟรีวันนี้! ทั้ง iOS และ Android

  • ช่องทาง SMS On demand โดยพิมพ์หมายเลขบัตร 4 หลักสุดท้าย ส่งไปที่ 081-256-3333 และรอรับ SMS ตอบกลับ

  • ช่องทางระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR) ผ่านศูนย์บริการสมาชิกบัตร โทร. 02-345-6789

กรณีไม่ชำระ หรือ ชำระไม่ครบถ้วน ตรงตามกำหนด

สำหรับรายการสินเชื่อที่สมาชิกได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ในกรณีที่สมาชิกไม่ชำระค่างวด หรือชำระไม่ครบถ้วน ตรงตามกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสมาชิกจะมีการเปลี่ยนกลับเป็น "อัตราดอกเบี้ยปกติ" (ดอกเบี้ย 15% ต่อปี และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 13% ต่อปี) 

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ดังกล่าว กรุณาชำระเงินให้ครบถ้วนตรงตามกำหนด โดยเมื่อสมาชิกได้ชำระเงินครบตรงตามกำหนดแล้ว สมาชิกจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษตามเดิม

ตรวจสอบรายการบัญชีที่ยังไม่เรียกเก็บ

สำหรับการตรวจสอบรายการบัญชีที่ยังไม่เรียกเก็บ สามารถทำรายการหลากหลายช่องทาง ดังต่อไปนี้

  • ช่องทาง UCHOOSE Mobile Application โดยล็อคอินเข้าสู่ระบบ และเลือกรายการรอเรียกเก็บ

  • ช่องทางเว็บไซต์ กรุงศรีออนไลน์ โดยล็อคอินเข้าสู่ระบบ และเลือกดูรายการที่ยังไม่เรียกเก็บ

  • ช่องทาง กรุงศรีโมบาย แอปพลิเคชัน โดยล็อคอินเข้าสู่ระบบ และเลือกดูรายการที่ยังไม่เรียกเก็บ

ทั้งนี้ หากรายการบัญชีที่ยังไม่เรียกเก็บไม่ถูกต้อง กรุณาติดต่อโดยตรงที่ศูนย์บริการสมาชิกบัตร (Call Center) เบอร์ 02-345-6789

รายการใบแจ้งยอดบัญชีไม่ถูกต้อง

หากสมาชิกพบรายการในใบแจ้งยอดบัญชีไม่ตรงกับหลักฐานที่เก็บไว้ สามารถติดต่อแจ้งโดยตรงที่เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสมาชิกบัตร (Call Center) ที่เบอร์ 02-345-6789 กด 6 พร้อมทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและแนบเอกสารประกอบ เช่น สำเนาหน้าบัตร, ใบบันทึกมูลค่าสินค้า, เอกสารแจ้งยกเลิกรายการกับร้านค้า 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปฎิเสธการเรียกร้องใดๆ จากสมาชิก หากพ้น 10 วัน นับจากวันที่สรุปยอดบัญชีประจำเดือนนั้นๆ

กรณีใช้บัตรชำระค่าสินค้า และ/หรือ บริการในต่างประเทศ

เมื่อสมาชิกบัตรใช้บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า ใช้ชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการในต่างประเทศ ผู้ถือบัตรยอมรับและรับทราบว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตรในต่างประเทศ ด้วยเงินตราสกุลอื่นจะถูกแปลงค่าเป็นสกุลเงินบาท ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัท วีซ่า อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด

ต้องการขอสำเนาใบบันทึกการขาย (Sale Slip)

สมาชิกบัตรที่ต้องการขอให้บริษัทฯ ส่งสำเนาใบบันทึกการขาย (Sale Slip) ของใบสั่งซื้อสินค้า (Mail order Form) บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าบริการ 200 บาท ต่อฉบับ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สำหรับรายการที่เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

โดยอัตราค่าบริการดังกล่าว บริษัทฯ ต้องชำระให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวกลางในการชำระเงินให้กับร้านค้าก่อนจะมาเรียกเก็บกับบริษัทฯ ซึ่งธนาคารเหล่านี้จะเป็นผู้เก็บสำเนาไว้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีที่เกิดรายการเรียกเก็บที่ท่านไม่ได้ใช้จริง บริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าบริการดังกล่าวเกิดขึ้น

ช่องทางการชำระเงิน

รวมช่องทางการชำระเงินบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์

ชำระคืนค่างวดผ่อนชำระบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ฟรี! ผ่านทุกช่องทางของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  • บริการชำระคืนโดยหักผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมัติของธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  • ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทั่วประเทศ

  • ชำระที่เครื่องเอทีเอ็ม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทั่วประเทศ

  • ชำระผ่าน Krungsri Online

  • ชำระผ่าน Krungsri Mobile Application


ฟรี! ค่าธรรมเนียม เมื่อชำระคืนผ่านการหักบัญชีอัตโนมัติ
หักบัญชีอัตโนมัติกับธ.กรุงศรีอยุธยา ธ.กรุงเทพ ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กสิกรไทย ธ.กรุงไทย ธ.ทหารไทยธนชาต และธ.ยูโอบี

ชำระคืนที่เคาน์เตอร์ธนาคาร/เคาน์เตอร์ชำระเงิน

  • เคาน์เตอร์ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ หรือ ธ.ทหารไทยธนชาต

  • ชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้จากเว็บไซต์ของแต่ละธนาคาร

  • เคาน์เตอร์ชำระเงินที่มีเครื่องหมาย ช่องทางการชำระเงิน

  • ชำระคืนผ่านโทรศัพท์มือถือระบบ ช่องทางการชำระเงิน
     

ขอแนะนำช่องทางชำระเงินให้พร้อมใช้จ่ายทันที (ชำระแล้ววงเงินกลับเข้ามาในบัตรทันที) ดังนี้ต่อไปนี้

  • ชำระผ่าน UCHOOSE (หรือชำระผ่าน KMA) คลิกอ่านเพิ่มเติม

  • ชำระผ่านแอปพลิเคชัน KMA

  • ชำระผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา


 

ช่องทางกดเงินสด

Q.1

ช่องทางการเบิกถอนเงินสด

A.
  • ให้คุณจัดสรรวงเงินได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยวงเงินเบิกถอนเงินสด สูงสุด 5 เท่าของ รายได้หรือสูงสุด 500,000 บาท ที่แยกต่างหากจากวงเงินบัตรเครดิต

 

  • สามารถเลือกแบ่งชำระคืนได้ทั้งแบบขั้นต่ำหรือแบบรายเดือน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก คำนวณรายวันตามยอดเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง หากชำระเงินมากกว่ายอดเรียกเก็บหรือชำระก่อนกำหนด จะนำเงินคงเหลือไปชำระยอดที่ถึง กำหนดชำระหรือยอดค้างชำระในลำดับก่อนหลังตามที่ระบุในใบแจ้งยอดบัญชี


 

Q.2

เบิกถอนเงินสดทันใจหลากหลายช่องทาง

A.
1. วิธีการเบิกถอนเงินสดผ่าน U CASH บนแอปพลิเคชัน UCHOOSE


บริการเบิกถอนเงินสดผ่าน U CASH เสิร์ฟเงินสดถึงมือทันที ได้เงินทันใจ ทุกที่ทุกเวลา ง่าย สะดวกกว่าเดิม เลือกโอนได้ทุกธนาคาร ทำรายการ ผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE โดยระบบจะทำการโอนเงินสดเข้าบัญชีที่ท่านระบุในการทำรายการทันทีหลังทำรายการสำเร็จ
สามารถเลือกรูปแบบการโอนเงินได้ 3 รูปแบบ ตามความต้องการ
 

- บัญชีที่ผูกไว้ เป็นบัญชีที่สมาชิกบัตรได้ลงทะเบียนบัญชีธนาคารที่ต้องการให้โอนเงินไว้กับทางธนาคาร โดยหากมีการผูกบัญชีไว้ระบบจะแสดงบัญชีที่สมาชิกผูกไว้กับธนาคารโดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูล

- บัญชีธนาคารอื่น เลือกธนาคารที่ต้องการโอนได้ทุกธนาคาร และ กรอกหมายเลขบัญชี โดยบัญชีที่ใช้ในการโอนจะต้องเป็นบัญชีของสมาชิกบัตร ซึ่งชื่อบัญชีจะต้องมีชื่อและนามสกุลตรงกับ ชื่อและนามสกุลที่ให้ไว้กับบริษัทฯ เท่านั้น และจะต้องเป็นบัญชีที่ยังสามารถทำรายการได้

- พร้อมเพย์ โดยเลือกได้ทั้งโอนโดย หมายเลขโทรศัพท์ หรือ หมายเลขบัตรประชาชน โดยจะต้องเป็นบัญชีพร้อมเพย์ของสมาชิกบัตรเองเท่านั้น

สามารถเลือกประเภทของสินเชื่อ ได้ 2 รูปแบบคือ สินเชื่อเงินสดแบบชำระรายเดือน หรือ สินเชื่อเงินสดแบบชำระขั้นต่ำ
 

วิธีการเบิกถอนเงินสดผ่าน U CASH บนแอปพลิเคชัน UCHOOSE
  1. เลือกบัตรที่ต้องการทำรายการ

  2. เลือกเมนู “สินเชื่อเงินสดโอนเข้าบัญชี”

  3. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการเบิกถอน 

  4. เลือกประเภทของสินเชื่อ (สินเชื่อเงินสดแบบชำระรายเดือน หรือ สินเชื่อเงินสดแบบชำระขั้นต่ำ)

    - ขั้นต่ำ 1,000 บาท สำหรับสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำ
    - ขั้นต่ำ 10,000 บาท สำหรับ สินเชื่อแบบชำระรายเดือน
    - เบิกถอนได้สูงสุด 300,000 บาท / ครั้ง (สำหรับผู้ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์, บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ และบัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์)
    - เบิกถอนได้สูงสุด 500,000 บาท / ครั้ง (สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า)

  5. ระบุจำนวนงวดที่ต้องการผ่อนชำระ (เฉพาะการเลือกประเภทสินเชื่อแบบชำระรายเดือน)

  6. เลือกวิธีการโอน บัญชีที่ผูกไว้ / บัญชีธนาคารอื่น / พร้อมเพย์

  7. ระบบจะทำการสรุปรายละเอียดการทำรายการของท่านอีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน

  8. กดยืนยันการทำรายการ ระบบจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีให้ทันที หลังทำรายการสำเร็จ

2. เบิกถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็ม*


สะดวกรวดเร็ว ด้วยบริการเบิกถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็มที่มีสัญลักษณ์ เอทีเอ็ม ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงใช้รหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) 4 หลัก ซึ่งท่านสามารถเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม เพื่อความปลอดภัยได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่ UCHOOSE คลิก และที่เครื่องกรุงศรีเอทีเอ็ม

วิธีเบิกถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็ม

  1. ใส่รหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) 4 หลัก*

  2. เลือกรายการ “ถอนเงิน”

  3. เลือกรายการ “ถอนระบุจำนวนเงิน”

  4. เลือกรายการจาก “บัตรเครดิต / สินเชื่อบุคคล” หรือ “บัตรเครดิต”

  5. กดจำนวนเงินที่ต้องการเบิกถอน (ขั้นต่ำ 1,000 บาท / รายการ และ สูงสุด 30,000 บาท / รายการ หรือขึ้นอยู่กับเครื่องเอทีเอ็มของผู้ให้บริการ) และไม่เกินวงเงินคงเหลือ (สามารถกดได้สูงสุดไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน)

  6. รับเงินสดทันทีและเก็บสำเนาการทำรายการไว้เป็นหลักฐาน

หมายเหตุ : การเบิกถอนเงินสดจากเครื่องเอทีเอ็ม จะเป็นการชำระคืนแบบขั้นต่ำเท่านั้น ขั้นตอนและข้อความที่แสดงรายละเอียดข้างต้นอาจมีความแตกต่างในแต่ละเครื่องเอทีเอ็ม แต่สามารถใช้อ้างอิงประกอบการทำรายการได้ สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรหัสเอทีเอ็ม (ATM PIN) โทร. 02-345-6789 ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก เครื่องหมาย # กดเลือกเมนู 3 และกด 4 ได้ตลอด 24 ชม. (โปรดศึกษารายละเอียดค่าบริการได้ในสรุปรายละเอียดจากการเบิกถอนเงินสดจากเอกสารแนบท้าย)
 

3. วิธีการเบิกถอนเงินสดผ่านบริการสายด่วนเงินสด HELLO CASH
  1. กดรหัสสายด่วนเงินสด Hello Cash 4 หลัก*

  2. ยืนยันหมายเลขบัญชีเงินฝากที่ต้องการให้โอนเงิน

  3. ระบุจำนวนเงินที่ต้องการเบิกถอน
    - ขั้นต่ำ 1,000 บาท สำหรับสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำ
    - ขั้นต่ำ 1,000 บาท สำหรับ สินเชื่อแบบชำระรายเดือน
    - เบิกถอนได้สูงสุด 300,000 บาท / ครั้ง (สำหรับผู้ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์, บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ และบัตรเมกาโฮม เฟิิร์สช้อยส์)
    - เบิกถอนได้สูงสุด 500,000 บาท / ครั้ง (สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า)

  4. เลือกประเภทของสินเชื่อ (สินเชื่อเงินสดแบบชำระรายเดือน หรือ สินเชื่อเงินสด แบบชำระขั้นต่ำ)

  5. ระบุจำนวนงวดที่ต้องการผ่อนชำระ (เฉพาะการเลืิอกประเภทสินเชื่อแบบชำระรายเดือน)

  6. ระบบจะทำการสรุปรายละเอียดการทำรายการของท่านอีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน

  7. กดยืนยันการทำรายการ ระบบจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีภายใน 1-3 วันทำการ


*ท่านสามารถตั้งรหัสสายด่วนเงินสด Hello Cash ที่ 02-345-6789 ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก และกด 2

หมายเหตุ : สมาชิกบัตรไม่สามารถใช้รหัส ATM PIN แทน Hello Cash PIN เพื่อใช้บริการสายด่วนเงินสดได้ หากมีปัญหาการใช้งาน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงที่ศูนย์บริการสมาชิกบัตร โทร. 02-345-6789


 

Q.3

ตารางสรุปรายการจากบริการการเบิกถอนเงินสด

CashAccess.jpg

รหัสกดเงินสด ATM

วิธีการตั้งและเปลี่ยนรหัสกดเงินสด ATM

ตั้งรหัส / เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม ง่ายๆ ได้ 4 ช่องทาง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ช่องทางที่ 1 : ตั้งรหัส/เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม ผ่านทาง UCHOOSE โมบายแอป
สะดวกสุดๆ สามารถตั้งรหัส / เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็มได้ตลอด 24 ชม. ผ่าน UCHOOSE คลิก
 
ช่องทางที่ 2 : ตั้งรหัส/เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ (IVR)

  • โทร. 02-345-6789 ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก เครื่องหมาย # กดเลือกเมนู 3 และกด 4

  • ระบุเบอร์เบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อรับรหัส OTP (รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว)

  • ระบุรหัสเอทีเอ็ม 4 หลัก และยืนยันรหัสเอทีเอ็มอีกครั้ง

 
ช่องทางที่ 3 : เปลี่ยนรหัสผ่านตู้เอทีเอ็ม ทำรายการที่เครื่องกรุงศรีเอทีเอ็มทั่วประเทศ

  • ใส่รหัสเอทีเอ็ม 4 หลัก* และเลือกรายการ "เปลี่ยนรหัส"

  • ระบุรหัสเอทีเอ็มใหม่ และยืนยันรหัสเอทีเอ็มอีกครั้ง


ช่องทางที่ 4 : ตั้งรหัส/เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม ที่สาขาหรือศูนย์บริการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
สามารถติดต่อขอรับรหัสกดเงินสด ATM ใหม่ ที่สาขา / เคาน์เตอร์ เฟิร์สช้อยส์ ทั่วประเทศ โดยค้นหาที่ตั้งสาขาใกล้บ้านได้ ที่นี่ 

รหัส PIN สำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ

รหัส PIN สำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ

บัตรเครดิตที่ใช้ลายเซ็นในการยืนยันตัวตน สามารถนำไปใช้บริการซื้อสินค้าและบริการที่ต่างประเทศได้ตามปกติ เพื่อความมั่นใจทุกๆครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ ท่านสามารถตั้งรหัส PIN สำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ เพื่อใช้กดรับรองการทำรายการรูดใช้จ่ายต่างประเทศผ่านบัตรเครดิตบนเครื่องรูดบัตร (EDC) หากได้รับการร้องขอจากผู้ให้บริการร้านค้า

ขอแนะนำให้สร้างรหัส PIN สำหรับใช้จ่ายต่างประเทศ ซึ่งเป็นรหัสเดียวกับรหัส ATM PIN 4 หลักเอาไว้ ก่อนการเดินทางไปต่างประเทศ โดยสามารถตั้งรหัส  หรือ เปลี่ยนแปลงรหัสผ่านด้วยตนเองได้ง่ายๆผ่านโมบายแอพ UCHOOSE  โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

วิธีเปิดบัตรใหม่

ช่องทาง UCHOOSE Mobile Application​

เพียงดาวน์โหลดและสมัครใช้งานแอปพลิเคชันแล้วเลือกหน้าบัตรที่ต้องการเปิดบัตรใหม่ > คลิกที่รูปบัตรดังกล่าว > ยืนยันทำรายการด้วยหมายเลข OTP ที่ได้รับจากระบบ

ช่องทาง SMS

กดส่ง SMS ผ่านเบอร์มือถือที่แจ้งไว้กับบริษัทฯ พิมพ์คำว่า OPEN ตามด้วยหมายเลขบัตร 4 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 081-256-3333

ช่องทางระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ (IVR)

ผ่านศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ โทร. 02-345-6789

เปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว

เปลี่ยนที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร

หากต้องการเปลี่ยน "ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร" ที่เคยแจ้งไว้กับบริษัทฯ สามารถทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. ช่องทาง UCHOOSE โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ล็อคอิน (log in) เข้าสู่ระบบ

  • เข้าเมนูเพิ่มเติม เลื่อนลงมาที่เมนู "การตั้งค่า"

  • เลือกเมนู "จัดการที่อยู่"

  • เลือกแก้ไขที่อยู่ โดยสามารถแก้ไขได้ทั้งที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ที่ทำงาน และเลือกระบุที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร


2. ช่องทาง Email โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่อีเมล csm@krungsri.com (ขนาดไฟล์ไม่เกิน 5MB)

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น
     

3. ช่องทาง Line โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่ Line ID : @simpleservice

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น


4. ช่องทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
โทร. 02-345-6789 ตลอด 24 ชั่วโมง

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์

หากต้องการเปลี่ยน "เบอร์โทรศัพท์" ที่เคยแจ้งไว้กับบริษัทฯ สามารถทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. ช่องทาง Email โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่อีเมล csm@krungsri.com (ขนาดไฟล์ไม่เกิน 5MB)

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น


2. ช่องทาง Line โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว
  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่ Line ID : @simpleservice
  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น


3. ช่องทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
โทร. 02-345-6789 ตลอด 24 ชั่วโมง

เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล

หากต้องการเปลี่ยน "ชื่อ-นามสกุล" ที่เคยแจ้งไว้กับบริษัทฯ สามารถทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. ช่องทาง UCHOOSE โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ล็อคอิน (log in) เข้าสู่ระบบ

  • เข้าเมนูเพิ่มเติม

  • เลื่อนลงมาที่เมนู "จัดการบัญชี"

  • เลือกช่องทางสำหรับส่งเอกสาร ยื่นเอกสารเปลี่ยนชื่อนามสกุลและออกบัตรใหม่

2. ช่องทาง Email โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า และเอกสารประกอบอื่นๆ (เช่น ใบรับรองการเปลี่ยนชื่อ) พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่อีเมล csm@krungsri.com (ขนาดไฟล์ไม่เกิน 5MB)

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น

3. ช่องทาง Line โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า และเอกสารประกอบอื่นๆ (เช่น ใบรับรองการเปลี่ยนชื่อ) พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่ Line ID : @simpleservice

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น


 

เปลี่ยนอีเมล

หากต้องการเปลี่ยน "อีเมล" ที่เคยแจ้งไว้กับบริษัทฯ การเปลี่ยนใหม่จะมีผลเฉพาะบัตรหลัก และ ePay Credit Card ซึ่งอยู่ภายใต้บัตรหลัก (ถ้ามี) รวมทั้งอีเมลที่ใช้รับใบแจ้งยอดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ด้วย (ถ้ามี) โดยวิธีการเปลี่ยนแปลง สามารถทำรายการผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

1. ช่องทาง UCHOOSE โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ล็อคอิน (log in) เข้าสู่ระบบ

  • เข้าเมนูเพิ่มเติม

  • เลื่อนลงมาที่เมนู "จัดการบัญชี"

  • เลือกจัดการอีเมล กรอกอีเมลใหม่และยืนยัน


2. ช่องทาง Email โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่อีเมล csm@krungsri.com (ขนาดไฟล์ไม่เกิน 5MB)

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น


3. ช่องทาง Line โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ส่งสำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  • ระบุข้อมูลที่ต้องการแก้ไข พร้อมหมายเลขบัตร 16 หลัก ลงในเอกสารดังกล่าว

  • ส่งไฟล์แนบดังกล่าว กลับมาที่ Line ID : @simpleservice

  • หลังจากนั้น บริษัทฯ จะจัดส่ง SMS แจ้งให้ทราบอีกครั้ง เมื่อการดำเนินการแก้ไขข้อมูลเสร็จสิ้น


4. ช่องทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์

  • โทร. 02-345-6789 ตลอด 24 ชั่วโมง

การขอเปลี่ยนแปลงประเภทบัตร

ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ?

เฉพาะลูกค้าบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ / บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ สามารถขอเปลี่ยนสถานะบัตรเป็นกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม / เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล โดยต้องมีคุณสมบัติดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร

  1. มีอายุระหว่าง 20 - 55 ปี

  2. สมาชิกบัตร Krungsri First Choice จะต้องถือบัตรอย่างน้อย 12 เดือน

  3. รายได้ประจำต่อเดือน 15,000 บาท ขึ้นไป (สำหรับพนักงานประจำ) มีเงินหมุนเวียนในธนาคารต่อเดือน 300,000 บาทขึ้นไป และดำเนินกิจการมาไม่ต่ำกว่า 1 ปี (สำหรับเจ้าของกิจการ)


เอกสารประกอบการสมัคร

  • สำเนาบัตรประชาชนด้านหน้า และด้านหลัง

  • เอกสารแสดงรายได้


2.1 กรณีพนักงานประจำ

  • สำเนาสลิปเงินเดือนเดือนล่าสุด หรือ หนังสือรับรองรายได้ที่ออกไม่เกิน 2 เดือน และ

  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรกและสำเนารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน 


2.2 กรณีเจ้าของธุรกิจ

  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท และ

  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรก และสำเนารายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน โดยรายการสุดท้ายที่ปรากฎในสำเนาจะต้องไม่เกิน 2 เดือน


ขั้นตอนการขอเปลี่ยนแปลงประเภทบัตร (เฉพาะศูนย์บริการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เท่านั้น)

  1. ติดต่อศูนย์บริการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เพื่อกรอกแบบฟอร์มขอเปลี่ยนแปลงประเภทบัตร

  2. กรอกข้อมูลและลงลายมือชื่อให้ครบถ้วนและเหมือนกันทุกจุด

  3. แนบเอกสารประกอบการสมัคร ที่มีการลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง

  4. ยื่นแบบฟอร์มและเอกสารประกอบการสมัครได้ที่ศูนย์บริการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ทั่วประเทศ

ค้นหาที่ตั้งสาขา

 
หมายเหตุ: การอนุมัติคำขอนี้จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และกฏระเบียบภายในของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (“บริษัทฯ”) และธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะพิจารณาจากหลักฐานแสดงรายได้ หนังสือให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลและเอกสารอื่นๆ ที่ให้ไว้กับบริษัทฯ รวมถึงสถานะทางบัญชีปัจจุบันของท่าน/ระยะเวลาอนุมัติประมาณ 1 สัปดาห์ นับจากวันที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน โดยแจ้งผลอนุมัติผ่านทาง sms/ในกรณีที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนสถานะบัตร บัตรปัจจุบันของท่านจะถูกยกเลิกและคะแนนสะสมที่มีอยู่ในบัตรเดิม (ถ้ามี) จะถูกโอนไปยังบัตรใหม่ทั้งหมด/ เฉพาะผู้ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ แผนประกันอุบัติเหตุของท่านจะถูกยกเลิกทันที เมื่อมีการอนุมัติให้เปลี่ยนสถานะบัตรเป็นกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม / เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ

ชำระค่าบัตรผ่านระบบหักบัญชีอัตโนมัติ

A.

เมื่อต้องการให้บริษัทฯ ชำระค่าบัตร ผ่านระบบหักบัญชีธนาคารอัตโนมัติ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

 

  • ขอแบบฟอร์ม “ระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (Direct Debit)” เพื่อขอใช้บริการหักบัญชีผ่านธนาคารที่เคาน์เตอร์กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์คาร์ด เช่นที่ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ เพาเวอร์มอลล์ เป็นต้น หรือขอรับจากฝ่ายบริการลูกค้า หมายเลข 02-345-6789 กด 1 และกด 4 จากนั้นกรอกแบบฟอร์มให้สมบูรณ์และลงชื่อ/ลายเซ็นให้เหมือนกับที่ให้ไว้กับธนาคาร

  • นำแบบฟอร์มที่กรอกสมบูรณ์แล้วติดต่อ “สาขาธนาคาร” ที่ท่านมีบัญชีอยู่ตามที่ได้แจ้งไว้ในแบบฟอร์ม เพื่อให้ธนาคารดำเนินการรับรองลายเซ็นต่อไป หรือยื่นต่อพนักงานกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์คาร์ด

  • ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเริ่มหักบัญชีเมื่อได้รับการยืนยันจากธนาคาร โดยจะแจ้งให้ทราบในใบแจ้งยอดบัญชีรายเดือน โดยสมาชิกบัตรจำเป็นต้องชำระค่างวดผ่านช่องทางอื่น ก่อนจนกว่าจะได้รับการแจ้งยืนยันการหักบัญชีจากบริษัทฯ

บริการหักบัญชีอัตโนมัติค่าสาธารณูปโภค

บริการตัดค่าสาธารณูปโภค ค่าบริการายเดือนต่างๆ โดยอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม (ประเภทบุคคลธรรมดาเท่านั้น)

 

  • ดาวน์โหลด แบบฟอร์มบริการตัดค่าสาธารณูปโภค ค่าบริการายเดือนต่างๆ โดยอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม

  • กรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ลงชื่อให้ความยินยอมให้เรียบร้อย ส่งมาที่ โทรสารหมายเลข 02-627-6447

  • หรือส่งไปรษณีย์จ่าหน้าซองถึง : บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด แผนกการตลาด แคปปิตอล ทาวเวอร์ ชั้น 8 ตู้ ปณ.85 ปณผ.ประตูน้ำ กรุงเทพฯ 10409 วงเล็บมุมซอง "บริการชำระค่าสาธารณนูปโภคและค่าบริการต่างๆ"

ตรวจสอบผลการสมัคร

ตรวจสอบผลการสมัคร
1. ทราบผลอนุมัติ รับบัตร 30 นาที หรือ ภายในวันที่สมัคร
  • สมัครผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน UCHOOSE เช็คผลการสมัครได้ผ่านแอป

  • สมัครได้ที่สาขา/เคาน์เตอร์เฟิร์สช้อยส์ กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ เช็คสาขาใกล้บ้านง่ายๆ ที่นี่

 
2. ทราบผลอนุมัติบัตร ภายใน 1 สัปดาห์ 
  • สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ (www.firstchoice.co.th)

  • สมัครผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา

  • สมัครผ่านแอพพลิเคชั่น KMA

 
3. กรณีไม่ทราบผลการสมัครเกิน 1 สัปดาห์
โทรสอบถามด้วยตนเองที่ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์โทร. 02-345-6789

การอายัดบัตร

บัตรสูญหาย ถูกโจรกรรม หรือมีการแอบอ้างใช้จ่ายผ่านบัตรโดยบุคคลอื่น

กรณีบัตรสูญหาย ถูกโจรกรรม หรือมีการแอบอ้างใช้จ่ายผ่านบัตรโดยบุคคลอื่น กรุณาติดต่อทันทีศูนย์บริการกรุงศรีเฟริส์ช้อยส์ โทร. 02-345-6789 แจ้งบัตรหาย กด*1 หรือ กด 3 กด 2

โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอายัดบัตรและอำนวยความสะดวกในการออกบัตรใหม่ให้กับสมาชิก โดยมีค่าบริการออกบัตรใหม่สำหรับบัตรแต่ละประเภทเพิ่มเติม ดังนี้

  • บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์,บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์, บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์, บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์, บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ 100 บาท ต่อบัตร ต่อครั้ง

  • บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า 200 บาท ต่อบัตร ต่อครั้ง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายทุกรายการที่เกิดขึ้น หลังจากการแจ้งบัตรหาย บริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบแทนสมาชิก (กรณีที่ปรากฎว่าเป็นการกระทำของสมาชิกหรือสมาชิกมีส่วนร่วม สมาชิกจะเป็นผู้รับผิดชอบภาระหนี้ที่เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลังการแจ้ง)

การต่ออายุบัตร

บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม มีอายุบัตร 5 ปี นับจากวันที่ออกบัตร การต่ออายุบัตรจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยบริษัทฯ จะทำการจัดส่งบัตรใหม่ให้ก่อนบัตรเก่าของสมาชิกจะหมดอายุ และเพื่อป้องกันมิให้ผู้อื่นนำบัตรเก่าของสมาชิกไปกระทำการในทางทุจริต กรุณาทำลายบัตรเก่าทันทีด้วยการตัดบัตรออกเป็น 2 ส่วน 

หมายเหตุ: บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาไม่ต่ออายุบัตร หากข้อมูลของสมาชิกไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไว้

บัตรเสริม

อยากทำบัตรเสริม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง ?

สิทธิพิเศษเฉพาะ "สมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" และ “สมาชิกบัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์” สมาชิกบัตรหลักสามารถขอให้บริษัทฯ ออกบัตรเสริมให้กับบุคคลอื่นได้มากถึง 4 บัตร โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  1. ผู้ถือบัตรเสริม ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และรายได้ของสมาชิกบัตรหลัก ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ในประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย

  2. รายการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรหลักและบัตรเสริมทุกใบรวมกัน จะต้องไม่เกินวงเงินรวมที่บัตรหลักได้รับ

  3. คะแนนสะสมที่เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเสริม จะถูกไปรวมไว้ที่บัตรหลัก

  4. เมื่อบัตรหลักมีการลงทะเบียนเข้าร่วมรายการโปรโมชั่นใดๆ บัตรเสริมจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมรายการโปรโมชั่นนั้นๆ โดยอัตโนมัติ

  5. หากมีการได้รับเครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเสริม บริษัทฯจะดำเนินการคืนเครดิตเงินดังกล่าวให้ไว้ที่บัตรหลักเพียงบัตรเดียว

ขั้นตอนการสมัครบัตรเสริมมีอะไรบ้าง ?

  1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มสมัครบัตรเสริม ผ่านที่เว็บไซต์ คลิกที่นี่

  2. กรอกใบสมัครให้ครบถ้วน พร้อมเซ็นชื่อรับรอง (ทั้งผู้สมัครบัตรเสริมและบัตรหลัก) ให้ครบถ้วน

  3. แนบเอกสารสำเนาบัตรประชาชนผู้สมัครบัตรเสริม ที่มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

  4. นำส่งไปรษณีย์จ่าหน้าซองถึง บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด แผนกอนุมัติสินเชื่อ กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ตู้ปณ.8 ปณฝ. บางนาทาวเวอร์ สมุทรปราการ 10541

พริวิเลจ บลูพลัส & บลูเมมเบอร์

Q.

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ บลูพลัส และบลูเมมเบอร์ คืออะไร

A.

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ บลูพลัส และบลูเมมเบอร์ (Krungsri First Choice Privileges BLUE PLUS+ & BLUE Member) คือ สิทธิพิเศษที่คัดสรรสำหรับกลุ่มสมาชิกบัตรที่มียอดใช้จ่ายสะสมอย่างต่อเนื่อง และมีประวัติการชำระเงินที่ดีสม่ำเสมอ

Q.

ทุกคนมีสิทธิ์เป็นสมาชิก BLUE PLUS+ และ BLUE Member หรือไม่

A.

สมาชิกบัตรที่ได้รับสิทธิ์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ บลูพลัส และบลูเมมเบอร์ เป็นสมาชิกบัตรที่มียอดใช้จ่ายสะสมตามเงื่อนไข (ระยะเวลาสะสมยอดใช้จ่าย 1 ม.ค. 66 - 31 ธ.ค. 66) มีประวัติการชำระเงินที่ดีสม่ำเสมอ ตลอดช่วงที่บริษัทฯ คำนวณยอดใช้จ่ายสะสม ถึง 31 มี.ค. 67 (1 ม.ค. 66 - 31 มี.ค. 67) และได้รับข้อความแจ้งการได้รับสิทธิ์จากบริษัทฯ โดยสมาชิกผู้ถือบัตรหลักเท่านั้นที่สามารถรับสิทธิ์ได้

Q.

วิธีตรวจสอบสถานะ BLUE PLUS+ และ BLUE Member

A.

สามารถเช็คสถานะกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ บลูพลัส และบลูเมมเบอร์ ผ่านช่องทางที่บริษัทอำนวยความสะดวกได้ดังนี้

 

  • ช่องทาง UCHOOSE Mobile Application

  • ช่องทางศูนย์บริการสมาชิกบัตร (Call Center) สอบถามผ่านทางเจ้าหน้าที่ โทร 02-345-6789

Q.

เงื่อนไขการคำนวณยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ BLUE PLUS+ และ BLUE Member

A.
  • คำนวณยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์จากยอดใช้จ่ายทุกประเภท ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม ตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 - 31 ธ.ค. 66

  • การคำนวณยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ บลูพลัส และบลูเมมเบอร์ จะรวมเฉพาะยอดใช้จ่าย ยกเว้น รายการที่ถูกยกเลิก รายการกองทุน ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ แบบประกันยูนิตลิงค์ (UNIT LINK) รายการที่เกิดจากการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างๆ รายการที่เกิดจากการใช้บัตรผิดวัตถุประสงค์ และผิดกฎหมายการใช้บัตรเครดิต สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ และบัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ ยกเว้น รายการประกันอุบัติเหตุ (PA) และประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ (PPI)

  • สำหรับยอดสินเชื่อเงินสด ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องมียอดเรียกเก็บมากกว่า 3,000 บาท อย่างน้อย 2 รอบบัญชี ในช่วงที่ทางบริษัทฯ คำนวณยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (1 ม.ค. 66 - 31 ธ.ค. 66)

  • สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ยอดใช้จ่ายแต่ละประเภทสามารถรวมกันได้ โดยยอดสินเชื่อเงินสด และยอดผ่อนชำระสินค้า จะคำนวณให้เป็น 2 เท่าของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

Q.

การคำนวณยอดใช้จ่ายสะสม สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล

A.

คำนวณยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ยอดสินเชื่อเงินสด และยอดผ่อนชำระสินค้า โดยยอดสินเชื่อเงินสด และยอดผ่อนชำระสินค้าจะคำนวณให้เป็น 2 เท่าของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต

ยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ = ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต + (ยอดสินเชื่อเงินสด x 2) + (ยอดผ่อนชำระสินค้า x 2)

ตัวอย่างเช่น คุณเฟิร์ส ถือบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม มียอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 - 31 ธ.ค. 66 ดังนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 200,000 บาท ยอดสินเชื่อเงินสด 50,000 บาท และยอดผ่อนชำระสินค้า 50,000 บาท

คำนวณเป็นยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ = 200,000 + (50,000 x 2) + (50,000 x 2) = 400,000 บาท ดังนั้นจะได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิกกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ ระดับบลูพลัส ในปี 2567

Q.

การคำนวณยอดใช้จ่ายสะสม สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ (ประเภทอื่น)

A.

สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บิซ บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ และบัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ บิซ

คำนวณยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ จากยอดสินเชื่อเงินสด และยอดผ่อนชำระสินค้า

ยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ = ยอดสินเชื่อเงินสด + ยอดผ่อนชำระสินค้า

ตัวอย่างเช่น คุณกรุงศรี ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ มียอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค. 66 - 31 ธ.ค. 66 ดังนี้ ยอดสินเชื่อเงินสด 50,000 บาท และยอดผ่อนชำระสินค้า 30,000 บาท

คำนวณเป็นยอดใช้จ่ายสะสมเพื่อรับสิทธิ์ = 50,000 + 30,000 = 80,000 บาท ดังนั้นจะได้รับสิทธิ์เป็นสมาชิกกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ ระดับบลูเมมเบอร์ ในปี 2567

Q.

การอัพเกรดสถานะเป็นสมาชิก BLUE PLUS+

A.

ไม่สามารถอัพเกรดสถานะสมาชิกกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ ระหว่างปีได้ เนื่องจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่นำมาคำนวณสิทธิพิเศษปีนั้นๆ จะมาจากยอดใช้จ่ายสะสมของปีที่ผ่านมา ยกเว้นแต่บริษัทมีแคมเปญพิเศษระหว่างปีเท่านั้น

Q.

ค่าใช้จ่ายการเป็นสมาชิก BLUE PLUS+ & BLUE

A.

สมาชิกบัตรที่ถือบัตรที่มียอดใช้จ่ายสะสม มีประวัติการชำระเงินที่ดีสม่ำเสมอตามเงื่อนไข และได้รับข้อความแจ้งการได้รับสิทธิ์จากบริษัทฯ จะได้รับสิทธิ์ฟรี!  ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดปีพริวิเลจ

Q.

หากยกเลิกบัตรแล้ว จะรับสิทธิพิเศษ BLUE PLUS+ และ BLUE Member ได้หรือไม่

A.

ไม่สามารถรับสิทธิพิเศษดังกล่าวได้ เนื่องจากสิทธิ์นี้จำกัดเฉพาะสมาชิกผู้ถือบัตรเท่านั้น

Q.

BLUE PLUS+ และ BLUE Member จะได้สถานะตลอดทั้งปีหรือไม่

A.

สมาชิกบัตรที่ได้รับสิทธิ์จะต้องคงประวัติการชำระเงินที่ดีสม่ำเสมอ ตลอดทั้งปีพริวิเลจ 2566 (1 เม.ย. 66 - 31 มี.ค. 67) เพื่อรักษาสิทธิ์ไว้ตลอดทั้งปี

หากสมาชิกบัตรมีประวัติการชำระเงินเปลี่ยนแปลง ชำระล่าช้า/ไม่ถึงยอดขั้นต่ำ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิ์การได้รับกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ พริวิเลจ บลูพลัส และบลูเมมเบอร์ทันที ตามเงื่อนไขการพิจารณาของบริษัทฯ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

อัตราดอกเบี้ย ค่าบริการ ค่าปรับ และค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆ

รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุในการ ใช้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. 66 เป็นต้นไป

รายการค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆ อัตราค่าบริการ / ค่าปรับ (บาท)
บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลภายใต้กำกับ
(กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม, เอ็กซ์ยู)

(กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์คาร์ด,
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์,
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ,
เอ็กซ์ยู, บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์,
บัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์,
บัตรเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์)

สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส /
เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช

1. ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ    
1.1 ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ไม่มี ไม่มี ไม่มี
1.2 ค่าธรรมเนียมรายปี ปีแรกไม่มี *ภายใต้เงื่อนไขบริษัทโปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
บัตรหลัก บัตรเสริม
ไม่มี ไม่มี
แพลทินัม คาร์ด
500 บาท 250 บาท
   
1.3 ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน แบบลดต้นลดดอก (อัตราต่ำสุดถึงอัตราสูงสุด) และค่าปรับกรณีผิดนัดชำระ สูงสุดไม่เกิน 16% ต่อปี สินเชื่อผ่อนชำระ 0 - 25% ต่อปี
สินเชื่อเงินสด 16 - 25% ต่อปี
สินเชื่อเงินสด 16 - 25% ต่อปี / สินเชื่อเงินสด 25% ต่อปี
- ดอกเบี้ย สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี
- ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน สูงสุดไม่เกิน 1% ต่อปี สูงสุดไม่เกิน 10% ต่อปี สูงสุดไม่เกิน 10% ต่อปี
1.4 ค่าปรับกรณีชำระคืนก่อนกำหนดของสินเชื่อ ไม่มี ไม่มี ไม่มี
1.5 ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด ไม่มี ไม่มี ไม่มี
วันที่เริ่มคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เริ่มคิดจากวันที่บันทึกรายการ ผ่อนชำระสินค้าและโอนยอดคงค้างสินเชื่อ: เริ่มคิดจากวันที่บันทึกรายการการเบิกถอนเงินสด: เริ่มคิดจากวันที่ทำรายการ รายการการเบิกถอนเงินสด: เริ่มคิดจากวันที่ทำรายการ
ระยะเวลาการชำระคืนโดยปลอดดอกเบี้ย สูงสุด 50 วันนับจากวันสรุปยอดรายการ ไม่มี ไม่มี
อัตราการผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ 10% ของยอดเงินตามใบแจ้งยอดบัญชีแต่ละเดือน ผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆละเท่าๆกัน หรือ 5% ของยอดเงินตามใบแจ้งยอดแต่ละเดือน ผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆละเท่าๆกัน
2. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่หน่วยงานราชการ      
2.1 ค่าอากรแสตมป์ ไม่มี 1 บาทต่อทุกๆ วงเงินที่อนุมัติ 2,000 บาท และเศษของ 2,000 บาท (เรียกเก็บเพียงครั้งเดียวเมื่อมีการใช้ในครั้งแรก)
3. ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้แก่หน่วยงานภายนอก หรือบุคคลอื่น      
3.1 ค่าใช้จ่ายในการชำระเงิน***
ชำระโดยการหักบัญชีธนาคาร  
ธ.กรุงศรีอยุธยา / ธ.กรุงไทย / ธ.กสิกรไทย / ธ.กรุงเทพ / ธ.ไทยพาณิชย์ / ธ.ทหารไทยธนชาต / ธ.ยูโอบี ไม่มี
ชำระผ่านช่องทางธนาคาร (กรุงเทพและปริมณฑล / ต่างจังหวัด)
ธ.กรุงศรีอยุธยา ไม่มี
ธ.กรุงเทพ, ธ.กสิกรไทย 15 บาท / 30 บาท / ครั้ง
ธ.ทหารไทยธนชาต 10 บาท / 30 บาท / ครั้ง (เคาน์เตอร์ธนาคาร 15 บาท / 30 บาทต่อครั้ง)
ธ.ไทยพาณิชย์ 15 บาท / 20 บาท / ครั้ง (ATM / Mobile banking เท่านั้น)
ชำระที่จุดบริการรับชำระ (กรุงเทพและปริมณฑล / ต่างจังหวัด)
ที่ทำการไปรษณีย์ที่มีเครื่องหมาย Pay At Post 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
โลตัส ทุกสาขา 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
mPay Station 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
เคาน์เตอร์ CenPay powered by บุญเติม 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
(บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ ฟรี)
เคาน์เตอร์เซอร์วิส 15 บาท / 15 บาท / ครั้ง
ชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ (กรุงเทพและปริมณฑล/ต่างจังหวัด)
ผ่านบริการ True Money (รหัสบริษัท FC) 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
ผ่านบริการ MPay (รหัสบริษัท 489) 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
3.2 ค่าปรับหักบัญชีไม่ผ่าน ในกรณีหักเงินผ่านบัญชีธนาคาร (กรุงเทพและปริมณฑล / ต่างจังหวัด)
ธ.กรุงไทย 5 บาท / 10 บาท / ครั้ง
ธ.ไทยพาณิชย์ 10 บาท / 10 บาท / ครั้ง
ธ.กสิกรไทย 10 บาท / 20 บาท / ครั้ง
3.3 ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้* 50 บาทต่องวด สำหรับยอดค้างชำระ 1 งวด และ
100 บาทต่องวด สำหรับยอดค้างชำระ 2 งวด และ 3 งวด
3.4 ค่าใช้จ่ายการเบิกสินเชื่อจากเครื่องเอทีเอ็ม*** (กรุงเทพและปริมณฑล / ต่างจังหวัด) ไม่มี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 10 บาท / ครั้ง (กรุงเทพและปริมณฑล /ต่างจังหวัด)
เครื่องเอทีเอ็ม ในเครือข่าย เอทีเอ็มพูล ตามค่าใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 20 บาท / ครั้ง
เครื่องเอทีเอ็ม ในเครือข่าย พลัส ตามค่าใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 40 บาท / ครั้ง
4. ค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนในการดำเนินงานของบริษัทฯ      
4.1 ค่าปรับเช็คคืน ไม่มี
4.2 ค่าออกบัตรใหม่กรณีหาย/ชำรุด* 200 บาท / ครั้ง 100 บาท / ครั้ง ไม่มี
4.3 ค่าขอใบแจ้งยอดบัญชี* 50 บาท / ครั้ง
4.4 ค่าออกรหัสเอทีเอ็มใหม่ทดแทนรหัสเดิม 50 บาท / ครั้ง ไม่มี
4.5 ค่าธรรมเนียมในการขอตรวจสอบรายการ* 200 บาท / ครั้ง ไม่มี ไม่มี
5. ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน**** ไม่เกิน 2.5% ของยอดค่าใช้จ่ายในสกุลเงินต่างประเทศ (เฉพาะบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า และ เอ็กซ์ยู)

รายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ที่เกี่ยวกับสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้กำกับ ของสินเชื่อกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บิซ และและเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ บิซ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 65 เป็นต้นไป

รายการค่าธรรมเนียมประเภทต่างๆ สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้กำกับ
(สำหรับกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บิซ และเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ บิซ)
1. ดอกเบี้ย แบบลดต้น ลดดอก สูงสุดไม่เกิน 33% ต่อปี
2. อัตราการผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ ชำระคืนขั้นต่ำ 5% ของยอดเงินตามใบแจ้งยอดบัญชีแต่ละเดือน ผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆละเท่าๆกัน
(สำหรับเมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ บิซ)
3. ช่องทางการชำระเงิน  
3.1 ชำระคืนโดยหักผ่านบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ ธ. กรุงศรี ฟรี
3.2 ชำระที่เคาน์เตอร์ ธ. กรุงศรี ทั่วประเทศ ไม่มี
3.3 ชำระที่เครื่องเอทีเอ็ม ธ. กรุงศรี ทั่วประเทศ ไม่มี
3.4 ชำระผ่าน Krungsri Online ไม่มี
3.5 ชำระผ่าน Krungsri Mobile App (KMA) ไม่มี
3.6 ชำระคืนที่เคาน์เตอร์ชำระเงินที่มีเครื่องหมาย เคาน์เตอร์เซอร์วิส ไม่มี

 

หมายเหตุ : บริษัทฯ สงวนสิทธิ์อัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีประวัติ สถานภาพบัญชี
และคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเท่านั้น อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินปกติของสินเชื่อผ่อนชำระสินค้าเป็นงวด ได้แก่ ร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งนี้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 25 ต่อปี
*อัตราที่ระบุข้างต้น ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ เอ็กซ์ยู ค่าธรรมเนียมรายปีนั้นปีแรกไม่มี บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปีในปีต่อไป ตามอัตราที่ระบุข้างต้นในกรณีที่บัญชีของสมาชิกมียอดใช้จ่ายรายปีรวมไม่ถึง 50,000 บาท สำหรับบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม และ 24,000 บาท สำหรับ เอ็กซ์ยู
***อัตราค่าธรรมเนียมในการชำระเงิน จำนวนยอดเงินชำระสูงสุดต่อครั้ง และจำนวนครั้งที่สามารถชำระได้สูงสุดต่อวันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามที่ผู้ให้บริการรับชำระเงินแต่ละรายจะเรียกเก็บจริง โปรดตรวจสอบ ณ จุดบริการอีกครั้ง
***หากท่านมีการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มที่อยู่ภายใต้เครือข่ายมากกว่า 1 เครือข่ายการเก็บค่าใช้จ่ายจะเก็บเพียงเครือข่ายเดียว/ครั้ง ตามลำดับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) เครือข่ายธ.กรุงศรีอยุธยา 2) เครือข่าย เอทีเอ็มพูล 3) เครือข่ายพลัส สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 0-2345-6789
****รายการใช้จ่ายหรือถอนเงินสดผ่านบัตรในสกุลเงินต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นสกุลเงินบาท โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนกลางที่วีซ่าเรียกเก็บมายังบริษัทและจะมีการคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลตามอัตราที่ระบุในตารางค่าธรรมเนียม

 

กรณีที่ท่านได้รับดอกเบี้ยสินเชื่อในอัตราพิเศษ

(ก) กรณีสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ลูกค้าที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ต่ำกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 15 ต่อปี หากชำระล่าช้า ชำระไม่ครบ หรือมีการผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคิดดอกเบี้ย และ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในกรณีผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่ผู้ให้กู้กำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้ให้กู้ต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ดอกเบี้ย และ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี สำหรับลูกค้าที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่สูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปี หากชำระล่าช้า ชำระไม่ครบ หรือมีการผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง ลูกค้าจะถูกคิดดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน รวมแล้วไม่เกินอัตราเดิมที่ลูกค้าได้รับ

(อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินปกติของสินเชื่อผ่อนชำระสินค้าเป็นงวด ได้แก่ ร้อยละ 15 ต่อปี ทั้งนี้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 25 ต่อปี หรือไม่เกินร้อยละ 33 ปี กรณีสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ)

(ข) กรณีสินเชื่อเงินสด หากชำระล่าช้า ชำระไม่ครบ หรือมีการผิดนัดชำระหนี้งวดใดงวดหนึ่ง บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่ลูกค้าได้รับบวกด้วยอัตราดอกเบี้ยส่วนเพิ่มร้อยละ 3 ต่อปี แต่เมื่อรวมดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และดอกเบี้ยผิดนัดแล้วจะต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 25 ต่อปี (หรือไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี กรณีสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ)

ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ดังกล่าว กรุณาชำระเงินให้ครบถ้วนตรงตามกำหนด โดยเมื่อท่านได้ชำระเงินครบตามกำหนดแล้ว ท่านจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษตามเดิม

ข้อควรระวัง

เคล็ด(ไม่)ลับจ่ายทุกบัตรไร้กังวล

INFO-CASH-KFC-ALL-03-03-2021-01.jpg

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อ

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ / สัญญาการใช้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ("บริษัท")
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


ข้าพเจ้า ผู้มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่ออยู่ด้านหน้าใบคำขอกู้ยืมเงินฉบับนี้ (“สมาชิก”) ตกลงว่า 
(1)    ในกรณีที่บริษัทอนุมัติให้ข้าพเจ้าได้รับบริการสินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ ข้าพเจ้าตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข ส่วน ก. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ และ ส่วน ค. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป
(2)    ในกรณีที่บริษัทอนุมัติให้ข้าพเจ้าได้รับบัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ข้าพเจ้าตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข ส่วน ก. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ และ ส่วน ค. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป นอกจากนี้ สำหรับบริการบัตรเครดิต ข้าพเจ้าตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนด ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการบัตรเครดิต  รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.firstchoice.co.th หรือตามช่องทางอื่นใดที่บริษัทกำหนดโดยไม่จำเป็นต้องลงนาม ทั้งนี้ ในกรณีที่สมาชิกร้องขอ บริษัทอาจจัดส่งสัญญาดังกล่าวให้แก่สมาชิกในภายหลัง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ในสัญญาไม่มีผลเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือทำให้ภาระหนี้ใด ๆ ของข้าพเจ้าที่มีขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวสิ้นสุดลงแต่อย่างใด
(3)    ในกรณีที่บริษัทอนุมัติให้ข้าพเจ้าได้รับบริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ ข้าพเจ้าตกลงปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไข ส่วน ข. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ และ ส่วน ค. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ส่วน ก. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ ในการใช้บริการสินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ และบริการสินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม สมาชิกตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1.     ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ บริษัทตกลงให้สินเชื่อแก่สมาชิกและสมาชิกตกลงรับสินเชื่อตามวงเงินที่บริษัทอนุมัติ
วงเงินสินเชื่อที่บริษัทอนุมัติตามวรรคแรกเป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลดวงเงิน)ในภายหลังโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน, ประวัติการชำระหนี้ของสมาชิก รวมถึงระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิกของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท รวมถึงหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อดังกล่าวไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระสินเชื่อที่สมาชิกได้เบิกใช้ไปแล้ว
2.    สมาชิกตกลงว่า
2.1)    ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ
(ก)    สินค้า/บริการที่จะใช้สินเชื่อตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราวสมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อหรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่บริษัทและ/หรือบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้า หรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ และ
(ข)    สมาชิกตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนสมาชิก และให้ถือว่าสมาชิกได้เบิกใช้สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของสมาชิก
2.2)    ในกรณีการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อตามวิธีต่างๆ ในข้อ 3 (ยกเว้นการทำธุรกรรมทางเครื่อง ATM) สมาชิกตกลงให้บริษัทส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือที่สมาชิกแจ้งให้ทราบ หรือตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และให้ถือว่าสมาชิกได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่บริษัทนำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าสมาชิกจะได้เบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม 
3.    ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 2.2) สมาชิกสามารถขอรับต้นเงินกู้เพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สมาชิกตกลงว่าการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทอาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังนั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าธนาคาร, รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของสมาชิก
3.1)    การทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ ออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ของบริษัท หรือที่บริษัทจัดไว้ให้ โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น สมาชิกตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด เปรียบเสมือนสมาชิกได้ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ด้วยตัวเอง ในกรณีดังกล่าว ให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกใช้ทางช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่สมาชิกได้รับตามสัญญากู้ที่สมาชิกทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
3.2) สำหรับสมาชิกที่สามารถเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) สมาชิกสามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ที่บริษัทกำหนด โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ โดยสมาชิกรับทราบว่าอาจต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าว
4.    สมาชิกตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่บริษัทดังต่อไปนี้
4.1)  ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย) ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามอัตราที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่สมาชิกได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัท
4.2) ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่บริษัทได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของบริษัท และในกรณีการติดตามทวงถามหนี้ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใดๆ สมาชิกตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัทจนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.3) กรณีสินเชื่อส่วนบุคคล สมาชิกรับทราบและตกลงว่าค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัญชี (รวมถึงการเบิกใช้เงินสด) เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับบริษัท ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐก่อนแล้วจึงแปลงเป็นสกุลเงินบาทเพื่อเรียกเก็บกับบริษัท ทั้งนี้ สมาชิกสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก https://th.review.visa.com/en_TH/support/consumer/travel-support/exchange-rate-calculator.html นอกจากนี้ สมาชิกรับทราบและตกลงให้บริษัทคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่เกินร้อยละ 2.5 จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น
5.    สมาชิกตกลงชำระคืนสินเชื่อเป็นรายงวดต่อเดือนตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทางแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของสมาชิก หรือให้สมาชิกตรวจสอบจากเว็บไซต์ของบริษัท ล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และสมาชิกตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่บริษัทภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่สมาชิกจะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือนนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่สมาชิกได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ ในกรณีที่สมาชิกชำระเงินก่อนวันที่ถึงกำหนดในงวดใดๆ ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเพื่อหักหนี้คงค้างของสมาชิก ณ วันที่บริษัทได้รับชำระเงินจากสมาชิก
กรณีที่สมาชิกไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมด หรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี บริษัทจะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่สมาชิกโต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้สมาชิกทราบโดยเร็วที่สุด หากสมาชิกเพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่สมาชิกจะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้อง และความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของสมาชิกเอง ทั้งนี้สมาชิกต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี
เมื่อบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่สมาชิกแจ้งได้ความประสงค์ต่อบริษัทแล้ว ให้ถือว่าบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
6. สมาชิกตกลงชำระค่างวด  ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้โดยการชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทกำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงิน และ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด
สมาชิกยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากสมาชิกไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินต้นที่ค้างชำระ ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี 
7. สมาชิกตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด สมาชิกอาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนถึงกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยสมาชิกต้องติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีตามช่องทางที่กำหนด และสมาชิกต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัททั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป
ส่วน ข. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ
ในการใช้บริการสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ สมาชิก ในฐานะผู้กู้ ตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
8.  สมาชิกตกลงและรับทราบว่าเงินกู้นี้เป็นสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ โดยสมาชิกตกลงนำเงินกู้ที่ได้รับจากบริษัทไปใช้เพื่อการประกอบอาชีพตามรายละเอียดที่สมาชิกได้ระบุไว้ในคำขอกู้ยืมเงินเท่านั้น
9.   สมาชิกตกลงขอและบริษัทตกลงพิจารณาอนุมัติเงินกู้แก่สมาชิกตามหลักเกณฑ์ของบริษัท เมื่อคำขอกู้ยืมเงินได้รับการอนุมัติ บริษัทจะส่งมอบเงินให้แก่สมาชิกตามวิธีการที่บริษัทแจ้งให้สมาชิกทราบ นอกจากนี้ บริษัทอาจพิจารณาอนุมัติวงเงินหมุนเวียน (Revolving Loan) ให้แก่สมาชิก โดยสมาชิกสามารถเบิกต้นเงินกู้โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด
10.  สมาชิกตกลงว่า
10.1)   ในกรณีการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ยกเว้นการเบิกจากเครื่อง ATM) สมาชิกตกลงให้บริษัทส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบ หรือตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และให้ถือว่าสมาชิกได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่บริษัทนำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าสมาชิกจะได้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม
         ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ สมาชิกสามารถขอรับต้นเงินกู้เพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สมาชิกตกลงว่าการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทอาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังนั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าธนาคาร, รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของสมาชิก
10.2)    การทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมหรือแอปพลิเคชั่นของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบ ออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ของบริษัท หรือที่บริษัทจัดไว้ให้ โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น สมาชิกตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด เปรียบเสมือนสมาชิกได้ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ด้วยตัวเอง ในกรณีดังกล่าว ให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกใช้ทางช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่สมาชิกได้รับตามสัญญากู้ที่สมาชิกทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
10.3)     ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ สมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อ หรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่บริษัทกำหนด และในกรณีซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ สมาชิกตกลงดำเนินการตามแบบที่บริษัทกำหนด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แทนการลงลายมือชื่อเพื่อขอกู้เงินสำหรับการซื้อสินค้าหรือบริการ และ/หรือ เพื่อยืนยันตัวตน และ/หรือ ยืนยันการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อสินค้า/บริการ ตลอดจนการรับและใช้เงินสินเชื่อของสมาชิก ทั้งนี้ สมาชิกตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนสมาชิก และให้ถือว่าสมาชิกได้เบิกถอนสินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของสมาชิก
11.   สมาชิกตกลงจะชำระเงินกู้คืน พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราที่บริษัทกำหนดซึ่งไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี (Effective Rate) หรืออัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนดและ/หรือแจ้งให้สมาชิกทราบในใบแจ้งยอดบัญชี  โดยบริษัทจะจัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้สมาชิกทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทางแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของสมาชิก หรือให้สมาชิกตรวจสอบจากเว็บไซต์ของบริษัท ล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน ทั้งนี้ หากสมาชิกไม่แจ้งถึงความไม่ถูกต้องของใบแจ้งยอดบัญชีภายใน 10 วัน นับแต่ได้รับใบแจ้งยอดบัญชี จะถือว่าสมาชิกยอมรับในความถูกต้องของใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับ นอกจากนี้ สมาชิกยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากสมาชิกไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ยและเงินต้นที่ค้างชำระ ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี
เมื่อบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่สมาชิกแจ้งได้ความประสงค์ต่อบริษัทแล้ว ให้ถือว่าบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ อย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
12.   สมาชิกตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด สมาชิกอาจชำระเงินกู้คืนทั้งหมดก่อนถึงกำหนดที่ได้ตกลงกับบริษัท โดยสมาชิกต้องติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีตามช่องทางที่กำหนด และสมาชิกต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด และดอกเบี้ยซึ่งคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ตลอดจนหนี้อื่นๆ ที่ค้างชำระแก่บริษัททั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป 

ส่วน ค. : ข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป
13.    กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา
13.1    สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใด ๆ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสมาชิกอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น
13.2    สมาชิกไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้ หรือดำเนินการใดๆ อันไม่เป็นไปตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
13.3    สมาชิกถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือสมาชิกมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่บริษัทกำหนด
13.4    สมาชิกถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
13.5    สมาชิกแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่บริษัท หรือจัดให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นซึ่งทำให้บริษัทสำคัญผิดในคุณสมบัติของสมาชิก หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันส่งผลให้บริษัทเห็นว่าสมาชิกไม่สมควรที่จะได้รับสินเชื่อ หรือมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้
13.6    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของบริษัท
13.7    สมาชิกไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อบริษัทหรือบริษัทไม่สามารถติดต่อสมาชิกได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
13.8    สมาชิกได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม 
13.9    ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
13.10    กรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญแก่บริษัท เช่น การระงับหรือยกเลิกการใช้สินเชื่อหรือบัตรเครดิตกรณีที่บริษัทตรวจพบการทุจริต หรือพบว่าการให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
14. เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใด ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 13.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด บริษัทมีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้ผลิตภัณฑ์ชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่บริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่สมาชิกไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้สมาชิกดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้ แต่สมาชิกละเลยเสีย ไม่แก้ไข หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวนั้น บริษัทมีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้และให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที พร้อมทั้งเรียกให้สมาชิกชำระคืนบรรดาหนี้ทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หนี้ที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ, ค่าปรับ , ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่สมาชิกมีต่อบริษัทได้ทันที (ถ้ามี) และสมาชิกตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใด ๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าบริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่สมาชิกแต่ประการใด อย่างไรก็ดี กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าสัญญากู้ฉบับนี้สิ้นสุดลงและบริษัทมีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทันที โดยบริษัทไม่จำต้องส่งคำบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา
15. เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใด ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 13. (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 14)
15.1 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มอบให้กับสมาชิกจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
15.2 กรณีที่สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง หากสมาชิกได้รับดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 4.1 และ/หรือ ข้อ 11 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในกรณีผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่บริษัทกำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่บริษัทต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย


16. ในกรณีที่บัตรสูญหาย หรือถูกโจรกรรม หรือสมาชิกประสงค์ขอระงับการใช้บัตร สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ สมาชิกต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้ง หากปรากฏโดยชัดแจ้งว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของสมาชิกเองสำหรับกรณีการเบิกถอนเงินสด สมาชิกจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่เบิกตลอดจนดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า (แล้วแต่กรณี) จนกว่าบริษัทจะได้รับแจ้งว่าสมาชิกประสงค์จะขอระงับการใช้บัตร และบริษัทได้ระงับการให้บริการบัตรแล้ว
17.บริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายหรือตามสัญญาฉบับนี้ให้สมาชิกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่ระบุในสัญญา (หรือใบสมัครสินเชื่อ) หรือที่อยู่ที่แจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือครั้งหลังสุด เว้นแต่กรณีที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่บริษัทจัดให้มี ว่าสมาชิกมีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด บริษัทจะส่งคำบอกกล่าวให้แก่สมาชิกทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สมาชิกแจ้งความประสงค์ ทั้งนี้ หากสมาชิกย้ายที่อยู่ หรือที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือประสงค์จะเปลี่ยนช่องทางการรับแจ้ง สมาชิกจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบทันที โดยทำเป็นหนังสือหรือแจ้งให้บริษัททราบตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
18. สมาชิกยินยอมให้บริษัทโอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยบริษัทและผู้รับโอนสิทธิจะส่งคำบอกกล่าวการโอนสิทธิให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี
19. สมาชิกตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท
20. บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ (ถ้ามี) ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน กรณีที่บริษัทเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอันก่อให้เกิดภาระแก่สมาชิก บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.firstchoice.co.th เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมาย หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ว่าสมาชิกมีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุในสัญญานี้ให้แก่สมาชิกทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นตามที่สมาชิกแจ้งความประสงค์

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่สมาชิก ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับได้ทันที โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบผ่านช่องทางระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์บริษัท หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่บริษัทจัดไว้ให้ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และสมาชิกตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น
21. ในกรณีที่บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกไว้ หากบริษัทจะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม บริษัทจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสมาชิกก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยสมาชิกมีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้ว สมาชิกมีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
22. ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมต่างๆ ที่สมาชิกได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) บันทึกวิธีการคิดคำนวณ เอกสารประกอบการขาย ตลอดจนตารางแสดงภาระหนี้ (เฉพาะกรณีชำระเป็นงวด) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ให้ส่วนอื่นๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น

สมาชิกได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อภายใต้สัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของสมาชิกทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล / สัญญาการใช้สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ในสัญญานี้หากไม่กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่นแล้ว
“ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ” หมายถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินตามอัตราที่ระบุในข้อ 5.1 ของสัญญานี้
“บริษัท” หมายถึง บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด  
“บัตร” หมายถึง กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือบัตร (บัตรหลัก) และให้แก่บุคคลตามที่ผู้ถือบัตรหลักร้องขอ (บัตรเสริม) (ถ้ามี)
“ผู้ถือบัตร” หมายถึง ผู้ที่บริษัทได้อนุมัติให้เป็นสมาชิกของบริษัทเพื่อใช้บริการบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลและส่งมอบบัตรให้ใช้ในฐานะผู้ถือบัตรหลักและผู้ถือบัตรเสริม
ก่อนการเปิดใช้บริการบัตร การลงลายมือชื่อหลังบัตรและ/หรือการใช้วงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ ผู้ถือบัตรกรุณาอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ตามสัญญานี้ เพราะโดยการลงลายมือชื่อหลังบัตร การเปิดใช้บริการบัตร การใช้บัตรนี้และ/หรือการใช้วงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ของผู้ถือบัตรจะถือว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญานี้ทุกประการและถือว่าให้สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรหรือวงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ที่ผู้ถือบัตรทำขึ้นกับบริษัทก่อนหน้านี้และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับดังกล่าวโดยไม่ถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือทำให้สิทธิและ/หรือหน้าที่ใดๆ ของคู่สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่จำเป็นที่ผู้ถือบัตรต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ อีก
1.    คุณสมบัติของบัตรและวัตถุประสงค์การใช้บัตร
1.1    บัตรนี้เป็นการรวมวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และสินเชื่อเงินสดให้อยู่ในบัตรเพียงใบเดียวโดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้วงเงินประเภทต่างๆ ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ (รวมถึงการเบิกถอนเงินสด) ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้สินค้าและ/หรือบริการไปใช้ในการประกอบธุรกิจของผู้ถือบัตรหรือบุคคลอื่นๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ผิดกฎหมายหรือที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
1.2    วงเงินที่ผู้ถือบัตรได้รับภายใต้บัตรนี้ประกอบไปด้วย (1) วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต (2) วงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และ (3) วงเงินสินเชื่อเงินสด โดยจำนวนวงเงินที่ผู้ถือบัตรได้รับในแต่ละวงเงินจะเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้บัตร ประวัติการชำระเงิน ลักษณะการใช้บัตรและ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยการใช้วงเงินในแต่ละประเภทจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานี้
1.3    นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญานี้ วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตจะเป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการบัตรเครดิต และวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และวงเงินสินเชื่อเงินสดจะเป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อส่วนบุคคล
2.    สิทธิหน้าที่ของผู้ถือบัตร
2.1    บัตรที่บริษัทออกให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทซึ่งมอบให้ผู้ถือบัตรเป็นผู้ใช้เท่านั้น ผู้ถือบัตรจะไม่จำหน่ายหรือโอนสิทธิตามบัตรและ/หรือสัญญานี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลอื่นใดรวมทั้งต้องไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใดใช้บัตรแทนและ/หรือลงลายมือชื่อแทนในทุกกรณี ทั้งนี้ผู้ถือบัตรจะต้องลงลายมือชื่อในช่องที่กำหนดไว้ด้านหลังบัตรทันทีที่ได้รับบัตร การลงลายมือชื่อหลังบัตรและ/หรือการเปิดใช้บัตรนี้ ให้ถือว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญานี้ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดที่จะได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยบริษัทในอนาคต
2.2    ในการใช้บัตรนี้ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรในการเบิกเงินสดหรือใช้บัตรนี้ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ตามลักษณะวงเงินแต่ละประเภทภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากบริษัท ทั้งนี้บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อนุมัติและไม่รับผิดชอบวงเงินจากการใช้บัตรที่เป็นการฝ่าฝืนวัตถุประสงค์ของการใช้บัตร หรือเป็นการฝ่าฝืนตามข้อ 3.1 โดย (ก) ในการใช้บัตรในการซื้อสินค้าและ/หรือบริการตามร้านค้าหรือสถานที่ให้บริการที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์บัตรติดตั้งอยู่จะเป็นการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตโดยผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ 6 ของสัญญานี้ (ข) ในการใช้บัตรในการเบิกเงินสดจะเป็นการใช้วงเงินสินเชื่อเงินสดโดยผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ 7 ของสัญญานี้ และ (ค) ในการใช้บัตรในการชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแบบผ่อนชำระ จะเป็นการใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า โดยผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ 8 ของสัญญานี้ ทั้งนี้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าว (รวมถึงการหักชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ผ่านบัญชีบัตรของผู้ถือบัตร) ผู้ถือบัตรตกลงให้ข้อสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าว (ถ้ามี) ไม่ว่าจะมีการลงนามโดยผู้ถือบัตรหรือไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ และตกลงยอมรับในข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุในสัญญาดังกล่าวทุกประการ
2.3    ในกรณีที่ผู้ถือบัตรใช้วงเงินใดวงเงินหนึ่ง (หรือทั้งหมด) เกินกว่าวงเงินที่บริษัทกำหนดโดยได้รับอนุมัติจากบริษัทเป็นครั้งคราวไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม ไม่ถือว่าการอนุมัตินั้นเป็นการเพิ่มวงเงินถาวรให้ผู้ถือบัตร และผู้ถือบัตรตกลงยินยอมรับผิดชอบในการชำระหนี้ส่วนที่เกินวงเงินที่ใช้ไปให้กับบริษัทตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
2.4    นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ตามข้อ 3.2 ผู้ถือบัตรตกลงว่าวงเงินต่างๆ ภายใต้บัตรที่บริษัทอนุมัติให้ผู้ถือบัตรนั้นเป็นวงเงินที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาเปลี่ยนแปลง (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด) ในภายหลังได้ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท โดยบริษัทจะดำเนินการทบทวนวงเงินของผู้ถือบัตร และสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเพิ่มหรือลดวงเงินต่างๆ ของผู้ถือบัตร (รวมถึงการยกเลิกวงเงินเบิกเงินสด) ภายใต้หลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ถือบัตร ลักษณะการใช้บัตร ประวัติการชำระเงิน และ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรสามารถทำการตรวจสอบวงเงินของผู้ถือบัตรได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท หรือช่องทางการให้บริการที่บริษัทกำหนด
2.5    ในกรณีที่บริษัทอนุมัติออกบัตรเสริมแก่ผู้ถือบัตรเสริมแล้ว ผู้ถือบัตรหลักตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียมต่างๆ) ที่เกิดขึ้นจากหรือเป็นผลมาจากการที่บริษัทออกบัตรให้แก่ผู้ถือบัตรเสริมและ/หรือการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมตามที่ผู้ถือบัตรหลักร้องขอให้แก่บริษัทโดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องความสามารถทางกฎหมายของผู้ถือบัตรเสริมและจะไม่ยกข้อจำกัดดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดดังกล่าว หรือเป็นข้อโต้แย้งสิทธิของบริษัทในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเช่นว่านั้นทั้งหมดจากผู้ถือบัตรหลัก และผู้ถือบัตรหลักตกลงว่าการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมในการเบิกใช้สินเชื่อตามวงเงินสินเชื่อต่างๆ ภายใต้บัตรนี้เป็นการกระทำภายใต้อำนาจของผู้ถือบัตรหลักทุกประการโดยผู้ถือบัตรหลักจะไม่ปฏิเสธความรับผิดใดๆ ที่เกิดจากการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม นอกจากนี้ผู้ถือบัตรเสริมตกลงรับผิดร่วมกันกับผู้ถือบัตรหลักในฐานะลูกหนี้ร่วมเพื่อชำระเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการอันเกิดจากการใช้บัตร รวมทั้งดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้แก่บริษัท ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทติดตามหนี้จากผู้ถือบัตรหลักหรือผู้ถือบัตรเสริมรายใดรายหนึ่ง ไม่ถือเป็นการตัดสิทธิบริษัทในการติดตามหนี้จากผู้ถือบัตรที่เหลือจนกว่าบริษัทจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนหมดสิ้นแล้วทั้งจำนวน
2.6    ในการใช้บัตรเพื่อชำระค่าสินค้าหรือค่าใช้บริการแทนการชำระเงินสด (ไม่ว่าโดยการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตหรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า) ตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ผู้ถือบัตรต้องตรวจสอบสินค้า/บริการ และยอดที่ต้องชำระว่าถูกต้อง แล้วจึงดำเนินการตามขั้นตอนการใช้บัตรชำระแทนเงินสดตามที่บริษัทและ/หรือสถานประกอบการกำหนด และลงลายมือชื่อในเอกสารการขายหรือการให้บริการ (Sales Slip) หรืออุปกรณ์อื่นใดตามแบบที่บริษัทกำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการใช้บัตรแทนการชำระเงินทุกครั้ง เว้นแต่กรณีที่บริษัทหรือร้านค้ากำหนดไว้เป็นการเฉพาะว่าไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารการขายหรืออุปกรณ์อื่นใด (แล้วแต่กรณี) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม ผู้ถือบัตรยอมรับว่าเป็นการใช้บัตรชำระแทนเงินสดโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้  ผู้ถือบัตรอาจขอรับใบเสร็จรับเงินจากสถานประกอบการได้แต่ใบเสร็จรับเงินดังกล่าวไม่ถือเป็นหลักฐานการชำระเงินของผู้ถือบัตรต่อบริษัทและไม่เป็นการปลดเปลื้องภาระรับผิดชอบของผู้ถือบัตรที่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่บริษัทจนครบถ้วน
2.7    ในกรณีที่ผู้ถือบัตรสั่งซื้อสินค้าโดยใช้บัตรชำระค่าสินค้าหรือค่าใช้บริการโดยการแจ้งหมายเลขบัตรด้วยวาจาหรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ขายสินค้าหรือแก่ผู้ให้บริการเพื่อทำการเรียกเก็บเงินจากบริษัท ผู้ถือบัตรและบริษัทตกลงดังนี้
(ก)    หากเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์หรือระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับรายการที่เกิดขึ้น หากได้มีการกรอกข้อมูลและปฏิบัติตามวิธีการซื้อขายที่ถูกต้องดังที่ระบุในเว็บไซต์นั้นๆ เว้นแต่ผู้ถือบัตรสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นผู้ทำการซื้อสินค้าหรือบริการดังกล่าว หากได้ถูกเรียกเก็บเงินและผู้ถือบัตรได้ชำระเงินแล้ว บริษัทจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตรตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
(ข)    หากเป็นการทำรายการผ่านช่องทางอื่นนอกขากข้อ 2.7 (1) ผู้ถือบัตรมีสิทธิขอยกเลิกการซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในระยะเวลา 45 วัน นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือขอใช้บริการ หรือภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการ  กรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบสินค้าหรือบริการเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้ถือบัตรพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือไม่ได้ขอใช้บริการ หรือเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าแต่ได้รับไม่ตรงตามกำหนดเวลา หรือได้รับแล้วแต่ไม่ครบถ้วนหรือชำรุดบกพร่องหรือไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ บริษัทจะระงับการเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตร หรือกรณีเรียกเก็บเงินไปแล้วถ้าเป็นการสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศบริษัทจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตรภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ผู้ถือบัตรแจ้ง ถ้าเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการจากต่างประเทศ  บริษัทจะคืนเงินให้ภายในระยะเวลา 60 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ถือบัตร เว้นแต่บริษัทพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้ถือบัตรเอง โดยบริษัทจะใช้สิทธิเรียกเก็บเงินคืนจากผู้ถือบัตรในภายหลังโดยผู้ถือบัตรตกลงที่จะรับผิดในดอกเบี้ยและ/หรือ ค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย
2.8    ในกรณีที่บัตรสูญหายหรือถูกโจรกรรมหรือมีการทำธุรกรรมผ่านบัญชีบัตรโดยบุคคลอื่น (ไม่ว่าโดยการใช้บัตรหรือไม่ก็ตาม) หรือผู้ถือบัตรประสงค์จะขอระงับการใช้บัตรไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทันทีเพื่อทำการระงับการใช้บัตรและยกเลิกรหัสประจำตัว ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการบัตรดังกล่าวภายใน 5 นาทีนับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง โดยผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในจำนวนภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนมีการแจ้งดังกล่าว (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าธรรมเนียมต่างๆ (ถ้ามี)) ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้นและมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากภายหลังบริษัทตรวจสอบและพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นดังกล่าว (ไม่ว่าก่อนหรือหลังการแจ้ง) เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ถือบัตรหรือผู้ถือบัตรมีส่วนรู้เห็นด้วยผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในหนี้จำนวนดังกล่าวเต็มจำนวน ในกรณีที่ผู้ถือบัตรต้องการให้บริษัทออกบัตรให้ใหม่ ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร (ในส่วนที่ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบ) และผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่และ/หรือรหัสประจำตัวใหม่ในอัตราที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบ หากผู้ถือบัตรพบบัตรที่สูญหายหรือได้รับบัตรที่สูญหายคืน ผู้ถือบัตรต้องทำลายบัตร เพื่อป้องกันมิให้มีการนำบัตรดังกล่าวไปใช้ได้อีก
2.9    ผู้ถือบัตรให้ความยินยอมแก่บริษัทและบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลเครดิตอื่นๆ ที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ทำการเปิดเผย แลกเปลี่ยน โอน และ/หรือส่ง ไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลียและอินเดีย ซึ่งข้อมูลส่วนตัว และ/หรือข้อมูลเครดิต และ/หรือข้อมูลอื่นใดที่มีอยู่ในใบสมัครหรือการสื่อสารใดๆ ที่มีอยู่กับบริษัท บริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลเครดิตอื่นๆ ธนาคาร สถาบันการเงินและนิติบุคคลอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลอื่นๆ บริษัทแม่ และบริษัทในเครือของบริษัท เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทและผู้ถือบัตร เพื่อสนับสนุนการให้บริการของบริษัท และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งหากผู้ถือบัตรไม่ยินยอมดังกล่าว อาจกระทบต่อการดำเนินการของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือจะทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างเป็นธรรมและต่อเนื่อง เช่น การเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของลูกค้าทางดิจิทัล การพิจารณาสินเชื่อ การทบทวนสินเชื่อ หรือการประเมินเครดิตของผู้ถือบัตรแก่บริษัทในเครือ การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ให้บริการภายนอก หรือตัวแทนของบริษัท หรือผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ หรือผู้รับจ้างช่วงงานต่อ เพื่อให้บุคคลดังกล่าวดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทได้ พันธมิตร ร้านค้า และพันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในลักษณะ co-brand หน่วยงานราชการตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้ถือบัตรได้ปิดบัญชีหรือยกเลิกการใช้บริการของบริษัทไปแล้ว ให้บริษัทสามารถจัดเก็บหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลเครดิต และ/หรือข้อมูลอื่นใดที่อยู่ในใบสมัคร เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทสามารถนำผลการตรวจสอบดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือบัตรว่ามีลักษณะเข้าข่ายกรณีต่างๆ ตามข้อ 3.2 หรือไม่
2.10    ผู้ถือบัตรยินยอมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูล หรือแลกเปลี่ยน ส่ง และ/หรือ โอนข้อมูลของผู้ถือบัตรที่ให้ไว้กับบริษัท ทั้งในใบสมัคร หรือทางการสื่อสารใดๆ ตลอดจนข้อมูลใดๆ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ และ/หรือที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail address) และ/หรือช่องทางอื่นใดของผู้ถือบัตร ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินของผู้ถือบัตรแก่บริษัทในเครือ ผู้ให้บริการภายนอก หรือตัวแทนของบริษัท หรือผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ หรือผู้รับจ้างช่วงงานต่อ เพื่อให้บุคคลดังกล่าวดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทได้ พันธมิตร ร้านค้า หน่วยงานราชการตามกฎหมาย รวมทั้งการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อสื่อสารหรือการส่งใบแจ้งหนี้และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตแก่ผู้ถือบัตรผ่านทางระบบสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต หรือคอมพิวเตอร์ หรือเพื่อประเมินเครดิต ทบทวนวงเงินสินเชื่อ รวมทั้งการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (หากมี) โดยระบุจำนวนค้างชำระได้ และผู้ถือบัตรจะแจ้งให้บริษัททราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งนี้ สำหรับการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (หากมี) นั้น ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าบริษัทจะทำการมอบหมายให้กับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการแทนบริษัท หรือบริษัทอาจจะดำเนินการด้วยตนเองก็ได้ รวมถึงตกลงให้บริษัทสามารถรับชำระหนี้ใดๆ ตามบัตรของผู้ถือบัตรจากบุคคลอื่นได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระของผู้ถือบัตร ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.11    ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล อาชีพ สถานที่ทำงาน สถานที่อยู่ และรายละเอียดอื่นๆ โดยทำเป็นหนังสือหรือตามวิธีที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้ถือบัตรทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ทั้งนี้ บรรดาเอกสารหรือหนังสือใดๆ ที่บริษัทส่งไปยังผู้ถือบัตรไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือให้คนนำไปส่งเองก็ตาม หากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือที่ทำงานและ/หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ถือบัตรได้แจ้งไว้ ให้ถือว่าส่งให้ผู้ถือบัตรแล้วโดยชอบแล้วโดยไม่จำต้องคำนึงว่าจะถึงตัวผู้ถือบัตรหรือมีผู้ใดรับไว้หรือไม่ก็ตาม
2.12     หากบริษัทมิได้แจ้งยกเลิก เรียกคืน หรือระงับการใช้บัตรตามข้อ 3.2 ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรนี้ไปใช้ได้จนถึงวันที่บัตรหมดอายุซึ่งได้กำหนดไว้บนบัตร โดยการพิจารณาอนุมัติบัตรใหม่ให้กับผู้ถือบัตรนั้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทซึ่งบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ต่ออายุบัตรให้กับผู้ถือบัตรที่คุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ ทั้งนี้ หากบริษัทพิจารณาต่ออายุบัตรให้ ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับการต่ออายุบัตรนั้นโดยการขอเปิดใช้บัตรตามวิธีที่บริษัทกำหนด หรือในกรณีที่บริษัทไม่ต่ออายุบัตรให้ถือว่าสิทธิของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้สิ้นสุดลงโดยผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ใดๆ ที่คงค้างตามสัญญานี้ต่อไปจนกว่าจะชำระครบถ้วนหมดสิ้นทั้งจำนวน
2.13    ผู้ถือบัตรสามารถแจ้งบริษัทเพื่อยกเลิกการใช้บัตรเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งไปยังบริษัทและ/หรือโดยการตัดบัตรออกเป็น 2 ส่วนและส่งกลับคืนไปยังบริษัท โดยผู้ถือบัตรมีสิทธิได้รับการคืนค่าธรรมเนียมรายปีตามส่วนของระยะเวลาที่ยังมิได้ใช้บริการคืนจากบริษัทโดยจะต้องทำเรื่องขอคืนค่าธรรมเนียมภายใน 1 ปีนับจากวันที่แจ้งยกเลิก
2.14    ผู้ถือบัตรสามารถที่จะทำการขอเปลี่ยนแปลงปรับลดวงเงินสินเชื่อแต่ละประเภทหรือทั้งหมดของผู้ถือบัตรได้ตามวิธีและรูปแบบที่บริษัทกำหนด โดยถือว่าการเปลี่ยนแปลงวงเงินดังกล่าวมีผลผูกพันกับผู้ถือบัตรในทุกกรณีไม่ว่าจะได้มีการลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ก็ตามและไม่ถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งในกรณีที่เป็นการเพิ่มวงเงินในส่วนที่เกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้าและ/หรือสินเชื่อเงินสด ผู้ถือบัตรรับทราบว่าจะต้องรับผิดชอบในค่าอากรตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคำขอดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์และข้อกำหนดของบริษัท รวมถึงประกาศของหน่วยงานราชการและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3.    สิทธิหน้าที่ของบริษัท
3.1    บริษัทไม่รับผิดชอบในกรณีที่ ร้านค้า หรือผู้ประกอบการไม่รับบัตรหรือปฏิเสธการรับบัตรของผู้ถือบัตรในการทำธุรกรรมต่างๆ และไม่รับผิดชอบในข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าหรือบริการซึ่งผู้ถือบัตรได้ทำไว้กับร้านค้า ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ หรือสถานที่เหล่านั้น ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรตกลงว่าบริษัทมีสิทธิระงับการใช้บัตรในการทำธุรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฏหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนรวมถึงการใช้บัตรใดๆ ที่เป็นไปในลักษณะผิดวัตถุประสงค์ของการใช้บัตร หรือการใช้บัตรในเชิงพาณิชย์ หรือมีลักษณะการใช้บัตรที่ไม่เหมาะสม
3.2    กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา โดยผู้ถือบัตรตกลงว่าเพื่อประโยชน์ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย บริษัทมีสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้บัตร และ/หรือ งดเว้นการให้บริการอย่างหนึ่งอย่างใด และ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตร (ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม และวงเงินสินเชื่อใดๆ หรือทั้งหมด) เมื่อใดก็ได้ในกรณีที่เกิดเหตุผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ขึ้น
(ก)    ผู้ถือบัตรแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในการสมัครเป็นผู้ถือบัตรไม่ว่าข้อความอันเป็นเท็จนั้นจะได้ปรากฏขึ้นหรือเป็นที่รับทราบของบริษัทก่อนหรือภายหลังการออกบัตรให้ผู้ถือบัตร
(ข)    ผู้ถือบัตรไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้
(ค)    ผู้ถือบัตรผิดนัดไม่ชำระหนี้ใดๆ ที่ค้างชำระเมื่อถึงกำหนดชำระไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใดๆ หรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระกับบริษัทเมื่อถึงกำหนดชำระเป็นจำนวนรวมกันตั้งแต่ 2 งวดขึ้นไปภายในรอบ 6 เดือน
(ง)    เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของผู้ถือบัตรหรือรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆ (หรือผู้ถือบัตรมีภาระหนี้หรือวงเงินไม่ว่ากับบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่นสูงเกินกว่ารายได้) และบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถือบัตรเป็นผู้มีฐานะการเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร หรือผู้ถือบัตรประสบปัญหาอื่นใดอันเป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ถือบัตร
(จ)    บริษัทพบว่าผู้ถือบัตรใช้บัตรผิดวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญานี้และ/หรือมีพฤติกรรมหรือคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมในการใช้บัตรหรือเป็นสมาชิกผู้ถือบัตร (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการนำสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นสมาชิกบัตรไปโอนและ/หรือจำหน่าย ไม่ว่าได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ ให้แก่บุคคลอื่นโดยไม่ไดรับอนุญาตล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท) รวมถึงการใช้บัตรเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ หรือมีพฤติกรรมการใช้บัตรในทางฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการปลอมและการใช้เอกสารปลอมในการขอใช้บัตร และ/หรือการกระทำอันมีลักษณะฟอกเงิน) หรือเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(ฉ)    ผู้ถือบัตรถูกดำเนินคดีแพ่ง อาญาหรือถูกฟ้องล้มละลาย หรือเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมอันถือได้ว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
(ช)    ผู้ถือบัตรเสียชีวิต สาปสูญ หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือตกเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษา ตามแต่กรณี
(ซ)    ผู้ถือบัตรไม่แสดงหรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเงินได้ขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
(ฌ)    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย กฎกระทรวง และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญแก่การประกอบกิจการของบริษัทและ/หรือการให้บริการของบริษัทตามสัญญาฉบับนี้หรือบริษัทตัดสินใจยกเลิกการให้บริการบัตรตามสัญญานี้
(ญ)    ในกรณีที่ผู้ถือบัตรไม่มียอดคงค้าง หรือไม่มียอดใช้จ่ายผ่านบัญชีของผู้ถือบัตร หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี หรือไม่ได้มีการติดต่อกับบริษัท และ/หรือบริษัทไม่สามารถติดต่อผู้ถือบัตรได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
(ฎ)    กรณีอื่นๆ ตามที่บริษัทจะประกาศให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ในกรณีที่บัตรหลักถูกระงับหรือถูกยกเลิก (รวมถึงกรณีที่ไม่ได้รับการต่ออายุบัตร) จะมีผลทำให้บัตรเสริมถูกระงับและ/หรือถูกยกเลิกพร้อมกันกับบัตรหลักทันที
นอกจากสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้บัตร และ/หรือ งดเว้นการให้บริการอย่างหนึ่งอย่างใด และ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตรดังกล่าวข้างต้น เมื่อมีเหตุผิดสัญญาและ/หรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาตามที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใดและบริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวให้แก่ผู้ถือบัตรตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้เพื่อแจ้งถึงเหตุผิดสัญญา และเตือนให้ผู้ถือบัตรดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด (เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้) แล้ว บริษัทมีสิทธิระงับหรือบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้ทันที พร้อมทั้งเรียกให้ผู้ถือบัตรชำระคืนเงินที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่ผู้ถือบัตรมีต่อบริษัทได้ทันที และผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใด ๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าบริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่สมาชิกแต่ประการใด อย่างไรก็ดี กรณีผู้ถือบัตรถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงและบริษัทมีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทันที โดยบริษัทไม่จำต้องส่งคำบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา 
นอกจากนี้ ในกรณีที่บัตรหลักถูกระงับหรือถูกยกเลิก (รวมถึงกรณีที่ไม่ได้รับการต่ออายุบัตร) จะมีผลทำให้บัตรเสริมถูกระงับและ/หรือถูกยกเลิกพร้อมกันกับบัตรหลักทันที

3.3    ในระหว่างที่มีเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือจากสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้ และ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตรเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งตามที่ระบุในข้อ 3.2 ข้างต้นแล้ว)
ก.    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่มอบให้กับผู้ถือบัตรจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
ข.    กรณีวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้าและ/หรือสินเชื่อเงินสด กรณีที่ผู้ถือบัตรผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง หากผู้ถือบัตรได้รับดอกเบี้ยในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 5.1 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่บริษัทกำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่บริษัทต้องแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบล่วงหน้า ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย

3.4    บริษัทมีสิทธิที่จะโอนสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมใดๆ จากผู้ถือบัตร ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งการโอนเป็นหนังสือไปยังผู้ถือบัตร
3.5    บริษัทมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงงวดบัญชีของผู้ถือบัตร โดยจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้ถือว่าหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรนั้นถึงกำหนดชำระตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีโดยไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่
3.6    บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและทาง www.firstchoice.co.th ล่วงหน้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมายหรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่ผู้ถือบัตรซึ่งมีผลใช้บังคับได้ทันที บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบ (30) วันหลังมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และสมาชิกตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น
3.7    การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทฯ ตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้น ไม่ถือว่าบริษัท สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้ถือบัตรแต่ประการใด
3.8    ใบสมัคร ใบคำขอสินเชื่อ หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่ผู้ถือบัตรได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับบัตรหรือสัญญานี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ และในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมายให้ส่วนอื่นๆของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น
3.9    ในการใช้สินเชื่อใดๆ ภายใต้สัญญานี้ ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าบริษัทไม่รับผิดชอบในความชำรุดหรือบกพร่องของสินค้าและ/หรือบริการใดๆ ซึ่งผู้ถือบัตรซื้อหรือใช้บริการ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนหรือคืนสินค้า ผู้ถือบัตรตกลงที่จะปฏิบัติตามระเบียบและหรือข้อกำหนดในการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าของร้านค้าหรือสถานประกอบการนั้นๆ
4.    การชำระหนี้คืนให้บริษัท
4.1    ผู้ถือบัตรจะชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรตามอัตราและวิธีการที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะจัดทำใบแจ้งยอดบัญชี (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดปกติหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นรายเดือนโดยจะส่งใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวให้ผู้ถือบัตรทราบทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์และ/หรือให้ผู้ถือบัตรทำการตรวจสอบจากเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมของบริษัท และ/หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้น เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 วันล่วงหน้าก่อนวันถึงกำหนดชำระ และผู้ถือบัตรตกลงชำระเงินค่าสินค้า ค่าบริการ วงเงินสินเชื่อ หนี้อื่นใดอันเกิดจากการใช้บัตรโดยผู้ถือบัตรหลักและ/หรือผู้ถือบัตรเสริม รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ ให้บริษัทภายในวันที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชีบัตร ยอดเงินขั้นต่ำที่แสดงไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีบัตรจะเป็นยอดเงินขั้นต่ำที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในแต่ละเดือน ในกรณีที่ผู้ถือบัตรเห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีบัตรที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้ถือบัตรจะต้องปฏิบัติดังนี้
(ก)    ทักท้วงภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ผู้ถือบัตรได้รับใบแจ้งยอดบัญชี จากบริษัทและ/หรือวันที่บริษัททำการแจ้งให้ท่านตรวจสอบข้อมูลใบแจ้งยอดบัญชีจากเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมของบริษัท และ/หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้น ในการพิจารณาวันครบกำหนดดังกล่าวบริษัทจะนำสืบวัน เวลา ที่นำส่งใบแจ้งยอดบัญชีให้แก่ผู้ขนส่ง และการทำงานของผู้ขนส่ง
(ข)    ในกรณีที่บริษัทตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายการในใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้องแล้ว ผู้ถือบัตรจะต้องพิสูจน์ว่ารายการและยอดค่าใช้จ่ายตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีไม่ถูกต้องและความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้ถือบัตรเอง ทั้งนี้ผู้ถือบัตรจะต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือบัตรได้รับในใบแจ้งยอดบัญชีจากบริษัท
ทั้งนี้ ในกรณีผู้ถือบัตรต้องการสำเนาใบแจ้งยอดบัญชี หรือสำเนาใบบันทึกการขายเพื่อตรวจสอบรายการที่เกิดจากการใช้บัตร ผู้ถือบัตรตกลงจ่ายค่าธรรมเนียมการออกสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีในอัตราที่บริษัทกำหนดให้แก่บริษัท
4.2    การใช้บัตรเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าหรือใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ แทนการชำระเงินสด ผู้ถือบัตรตกลงที่จะชำระคืนให้แก่บริษัทพร้อมกับค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) โดยที่ยอดชำระขั้นต่ำในแต่ละงวดต้องไม่น้อยกว่าอัตราที่บริษัทประกาศใช้ ณ ขณะนั้น
4.3    สำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ผู้ถือบัตรมีสิทธิขอชำระสินเชื่อทั้งหมดก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป โดยผู้ถือบัตรจะต้องติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีล่วงหน้า และจะต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ (ที่เกี่ยวข้องกับวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงยอดคงค้างที่เกี่ยวข้องกับวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต) ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัท
4.4    ผู้ถือบัตรตกลงชำระยอดค่าใช้จ่าย ค่างวดเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใดๆ ที่ผู้ถือบัตรต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้ตามวิธีที่ระบุในใบแจ้งยอดหนี้หรือโดยวิธีดังต่อไปนี้
(1)    ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทแจ้งให้ทราบตามเงื่อนไขที่กำหนด
(2)    ชำระเงินผ่านบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสหรือจุดบริการรับชำระเงินต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
(3)    ชำระเงินผ่านบริการของที่ทำการไปรษณีย์ (PAY AT POST) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
(4)    ชำระโดยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร
(5)    ชำระเงินผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมของบริษัท หรือ
(6)    วิธีการและ/หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้นและแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบต่อไป
ผู้ถือบัตรยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากผู้ถือบัตรไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี
4.5    ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัญชี (รวมถึงการเบิกเงินสด) เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับบริษัท ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาทเพื่อเรียกเก็บกับบริษัท ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก : กรณีบัตร https://th.review.visa.com/en_TH/support/consumer/travel-support/exchange-rate-calculator.html นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงให้บริษัทคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่เกินร้อยละ 2.5 จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น
4.6    สำหรับวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้านั้น วิธีการคิดดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินของบริษัทจะใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณแบบลดต้นลดดอก อย่างไรก็ตามเพื่อวัตถุประสงค์ในการคำนวณจำนวนงวดการผ่อนชำระและจำนวนยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวดนั้น ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าจำนวนเงินที่ผู้ถือบัตรต้องชำระแต่ละงวดตามที่บริษัทแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบนั้นเป็นการคำนวณเบื้องต้นโดยใช้อัตราดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินแบบคงที่ ดังนั้น หากผู้ถือบัตรมีการชำระเงินงวดหนึ่งงวดใดน้อยหรือมากกว่าจำนวนที่ระบุข้างต้นและ/หรือมีการชำระไม่ตรงเวลาที่กำหนดจะไม่มีผลกระทบต่อจำนวนยอดเงินที่จะชำระในแต่ละงวด (ยกเว้นงวดสุดท้าย) แต่จะมีผลให้จำนวนยอดเงินที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในงวดสุดท้ายเพิ่มขึ้นหรือลดลง (ตามแต่กรณี) และ/หรืออาจทำให้จำนวนงวดที่ต้องชำระลดลงหรือเพิ่มขึ้น
5.    ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและค่าธรรมเนียม 
5.1    ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทจะเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและ/หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้วงเงินสินเชื่อประเภทต่างๆ ภายใต้สัญญานี้ ตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามกฎหมายในขณะทำสัญญาหรือที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในภายหน้า โดย
(ก)    สำหรับวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าในกรณีที่ผู้ถือบัตรมิได้ชำระเงินเต็มตามจำนวนของยอดหนี้ทั้งหมดในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตที่ระบุในใบแจ้งยอดบัญชีในวันถึงกำหนดชำระ (ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยเงินหรือด้วยวิธีใด) ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังต่อไปนี้จากยอดค้างชำระของวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตนับจากวันที่บันทึกรายการจนถึงวันที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้ดังกล่าวให้กับบริษัท (ก) ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด  และ (ข) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดในอัตราไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด 
(ข)    สำหรับวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าบริษัทจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังต่อไปนี้จากยอดค้างชำระของวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้านับจากวันที่ผู้ถือบัตรได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัทจนถึงวันที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้ดังกล่าวให้กับบริษัท (ก) ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และ (ข) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดในอัตราไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด 
ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบว่าการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามข้อ 5.1.1 และ 5.1.2 นั้นเป็นการเรียกเก็บตามอัตราที่บริษัทในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกเก็บได้ภายใต้ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง โดยอัตราดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบตามวิธีที่ระบุในข้อ 3.6

5.2    นอกจากอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามข้อ 5.1 ผู้ถือบัตรตกลงว่า บริษัทอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ตามที่ได้มีการระบุไว้ในใบสมัคร และในตารางค่าธรรมเนียม (หรือที่จะได้มีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมในภายหน้า) ที่เกิดขึ้นกับบริษัทจากการให้บริการภายใต้สัญญานี้ (ถ้ามี) ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานราชการใดที่เกี่ยวข้อง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
(ก)    กรณีที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้โดยใช้เช็ค และเช็คดังกล่าวถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้ถือบัตรตกลงเสียค่าปรับกรณีเช็คคืนในอัตราที่บริษัทกำหนด แต่ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
(ข)    ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์และ/หรือการใช้บัตรผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ให้กับบริษัท
(ค)    ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีการเรียกเก็บโดยผู้ประกอบการหรือร้านค้าโดยทำการเรียกเก็บผ่านทางบัญชีบัตร ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าผู้ถือบัตรได้รับทราบถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ณ ขณะทำรายการหรือใช้บัตร และตกลงที่จะชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวที่เกิดขึ้นให้กับบริษัท
5.3    นอกจากนี้ หากมีการติดตามทวงถามหนี้ใดๆ อันเกิดจากการใช้บัตร ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้นให้บริษัทเต็มตามจำนวนซึ่งรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฏหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการที่บริษัทจะใช้สิทธิทางศาลบังคับให้ผู้ถือบัตรชำระหนี้ตามความในสัญญานี้
6.    ข้อกำหนดเฉพาะการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต
นอกเหนือจากข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่ระบุในสัญญานี้หรือเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าในการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตผู้ถือบัตรจะปฏิบัติตามนี้

6.1    ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรนี้ในการชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการต่างๆ ตามร้านค้าหรือสถานที่ให้บริการที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์บัตรติดตั้งอยู่ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากบริษัท
6.2    ผู้ถือบัตรตกลงว่าการใช้วงเงินบัตรเครดิตโดยการใช้บัตรในการทำรายการ หรือทำรายการผ่านทางอินเตอร์เน็ตหรือระบบโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรในการทำรายการหรือโดยการแจ้งหมายเลขบัตรด้วยวาจาหรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ขายสินค้าหรือแก่ผู้ให้บริการเพื่อทำการเรียกเก็บเงินจากบริษัท ผู้ถือบัตรตกลงว่าบรรดาเอกสารการขายหรือการให้บริการ (Sales Slip) หรือ รายงานหรือข้อมูลการทำธุรกรรมจากระบบคอมพิวเตอร์ (ไม่ว่าจากธนาคารผู้รับบัตร หรือจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่) นั้นถือเป็นหลักฐานแห่งการรับสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้แล้ว โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ อีก 
7.    ข้อกำหนดเฉพาะการใช้วงเงินสินเชื่อเงินสด
นอกเหนือจากข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่ระบุในสัญญานี้หรือเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าในการใช้วงเงินสินเชื่อเงินสดผู้ถือบัตรจะปฏิบัติตามนี้

7.1    ผู้ถือบัตรตกลงขอรับสินเชื่อเงินสดจากบริษัท และบริษัทตกลงให้สินเชื่อเงินสดแก่ผู้ถือบัตรในวงเงินสินเชื่อตามที่บริษัทจะพิจารณาอนุมัติและแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นคราวๆ โดยผู้ถือบัตรตกลงว่าจะปฏิบัติและยินยอมผูกพันตนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของการให้สินเชื่อตามที่ระบุในสัญญานี้ รวมทั้งที่บริษัทจะได้กำหนดและให้มีผลใช้บังคับเป็นคราวๆ ไปทุกประการ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าผู้ถือบัตรอาจขอรับสินเชื่อทั้งหมดในคราวเดียวหรือจะขอรับสินเชื่อส่วนที่เหลือเป็นคราวๆไป ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่าจำนวนขั้นต่ำที่บริษัทกำหนดภายในวงเงินที่ได้รับการอนุมัติจากบริษัท โดยผู้ถือบัตรจะลงลายมือชื่อในคำขอรับสินเชื่อตามแบบที่บริษัทกำหนด หรือปฏิบัติตามวิธีการขอรับสินเชื่อตามข้อ 7.3 หรือวิธีอื่นที่บริษัทกำหนดเป็นคราวๆ ไป และให้ถือว่าจำนวนที่ผู้ถือบัตรขอรับไปทั้งหมดเป็นจำนวนสินเชื่อตามสัญญานี้ 
สินเชื่อเงินสดนี้เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินกู้หมุนเวียนแบบมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนที่แน่นอน และ/หรือแบบมีกำหนดการชำระคืนขั้นต่ำ ผู้ถือบัตรมีสิทธิร้องขอใช้วงเงินสินเชื่อประเภทหนึ่งประเภทใดหรือทุกประเภท อย่างไรก็ตาม บริษัทสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเปิดใช้ ระงับ ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงประเภทของสินเชื่อที่ให้บริการรวมถึงการพิจารณาอนุมัติการให้หรือการปรับ/ลดวงเงินสินเชื่อแก่ผู้ถือบัตรตามหลักเกณฑ์ของบริษัทโดยขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้บัตร ประวัติการชำระเงิน ลักษณะการใช้บัตรและ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรสามารถทำการตรวจสอบวงเงินสินเชื่อเงินสดของผู้ถือบัตรได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท และ/หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทกำหนด
7.2    วงเงินสินเชื่อเงินสดที่บริษัทอนุมัตินี้ เป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อในภายหลังได้ ในกรณีที่บริษัทพิจารณาอนุมัติให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้ถือบัตรเท่าเดิม หรืออนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือบัตร ผู้ถือบัตรจะมีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อจากบริษัทได้ต่อไป ในกรณีที่บริษัทพิจารณาไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้ถือบัตร ผู้ถือบัตรจะไม่มีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อจากบริษัทอีก  ทั้งนี้ไม่กระทบกับสินเชื่อที่ผู้ถือบัตรได้เบิกถอนไปแล้ว ซึ่งผู้ถือบัตรจะต้องชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิดทุกจำนวนที่ผู้ถือบัตรมีต่อบริษัทภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้กับบริษัท
7.3    ในกรณีเบิกถอนวงเงินสินเชื่อเงินสดตามสัญญานี้ ผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนสินเชื่อด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
(1)    กรณีขอรับเป็นเงินสด ผู้ถือบัตรสามารถทำได้โดยการใช้บัตรเบิกเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ/หรือธนาคารอื่นที่เข้าร่วมเครือข่ายเอทีเอ็มพูล (ATM POOL) และ/หรือเครือข่ายพลัส (PLUS) (ตามแต่กรณี) โดยการใช้บัตรกับรหัสประจำตัวที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับผู้ถือบัตรกรณีที่ผู้ถือบัตรร้องขอ โดยผู้ถือบัตรยอมรับว่าการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อโดยการใช้บัตรทำธุรกรรมที่เครื่องATM ย่อมถือเป็นการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อของผู้ถือบัตรภายใต้สัญญานี้ที่ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบในจำนวนหนี้ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผู้ถือบัตรจะต้องระมัดระวังมิให้ผู้อื่นล่วงรู้รหัสประจำตัวเป็นอันขาด
โดยการใช้บริการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่อง ATM ผู้ถือบัตรต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการดังกล่าวตามอัตราที่บริษัทประกาศไว้ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM ที่อยู่ภายใต้เครือข่ายมากกว่า 1 เครือข่ายนั้นการเก็บค่าใช้จ่ายจะเก็บเพียงเครือข่ายเดียว/ ครั้งตามรายละเอียดที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบในคู่มือการใช้บริการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
(2)    กรณีการให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ผู้ถือบัตรสามารถขอเบิกใช้สินเชื่อโดยวิธีดังต่อไปนี้
ก.    ทำคำขอเบิกถอนสินเชื่อตามแบบที่บริษัทกำหนดและส่งให้กับบริษัทที่สาขาของบริษัท และ/หรือผ่านตัวแทนของบริษัท โดยบริษัทจะส่งมอบต้นเงินกู้ตามที่ผู้ถือบัตรร้องขอโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ถือบัตรที่ได้แจ้งไว้กับบริษัทในคำขอเบิกถอนสินเชื่อ
ข.    ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมของบริษัท หรือผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัท โดยใช้รหัสประจำตัวที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับผู้ถือบัตรกรณีที่ผู้ถือบัตรร้องขอ หรือที่ผู้ถือบัตรลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกถอนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น  ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบต่อความเสียหายและจำนวนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด  เปรียบเสมือนผู้ถือบัตรได้ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ด้วยตัวเองในทุกกรณี ในกรณีการเบิกต้นเงินกู้ทางโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมของบริษัท หรือผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัทดังกล่าวให้ถือต้นเงินกู้จากการเบิกทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเป็นอีกจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือบัตรได้รับตามสัญญากู้ที่ผู้ถือบัตรทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
ค.    วิธีการอื่น ๆ ที่บริษัทจะกำหนดและแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบต่อไป
ในกรณีนี้ เมื่อบริษัทได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ถือบัตรที่ได้แจ้งไว้กับบริษัทแล้ว ให้ถือว่าผู้ถือบัตรได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่วันที่บริษัทนำเงินที่ผู้ถือบัตรขอเบิกถอนเข้าบัญชีของผู้ถือบัตร ไม่ว่าผู้ถือบัตรจะได้เบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม หากผู้ถือบัตรต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของบัญชีเงินฝากธนาคาร ผู้ถือบัตรตกลงแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือตามแบบที่บริษัทกำหนด  
7.4    ผู้ถือบัตรตกลงว่าการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อโดยการใช้บัตรสมาชิกที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือบัตรผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อ 7 นี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่ตกลงกับบริษัทซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) โดยการทำคำขอรับเงินสด/สินเชื่อของผู้ถือบัตร (ข) ผ่านทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมของบริษัท หรือผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัท และ/หรือ (ค) จากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ นั้น ให้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และตกลงว่าบรรดาใบนำฝากเข้าบัญชี คำขอรับสินเชื่อของผู้ถือบัตร รายงานการเบิกจ่ายบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือรายงานการโอนเงินหรือรับเงินอื่นใดข้อมูลที่บริษัทได้รับจากระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารเจ้าของเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ หรือเอกสารการรับสินค้า/บริการนั้นถือว่าผู้ถือบัตรได้รับสินเชื่อแล้วและให้เอกสารเหล่านั้นถือเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้แล้ว โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ อีก
8.    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการซื้อสินค้า/บริการแบบผ่อนชำระ
นอกเหนือจากข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่ระบุในสัญญานี้หรือเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าในการใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ผู้ถือบัตรจะปฏิบัติตามนี้ 

8.1    ผู้ถือบัตรอาจใช้บัตรซื้อสินค้าหรือใช้บริการแบบผ่อนชำระภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1)    สินค้าหรือบริการนั้นจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด
(2)    บริษัทจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดำเนินการสำหรับสินค้าหรือบริการบางประเภท (ถ้ามี) และ/หรือค่าธรรมเนียมสินเชื่อซึ่งจะคำนวณระยะเวลาและเงื่อนไขที่ตกลงกันซึ่งเมื่อรวมกับค่าสินค้าหรือบริการแล้วจะเป็นยอดเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรจะต้องผ่อนชำระ
(3)    ผู้ถือบัตรตกลงผ่อนชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการเป็นรายงวดตามที่ตกลงกับบริษัทและ/หรือร้านค้า ทั้งนี้ จำนวนงวดการชำระและ/หรือจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในงวดสุดท้ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและระยะเวลาในการชำระเงินในแต่ละงวดของผู้ถือบัตร
(4)    ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราว ผู้ถือบัตรจะต้องลงลายมือชื่อในเอกสาร หรืออุปกรณ์อื่นใดตามแบบที่บริษัทกำหนดเพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้า หรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทหรือร้านค้ากำหนดไว้เป็นการเฉพาะว่าไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารการขายหรืออุปกรณ์อื่นใด (แล้วแต่กรณี) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม ผู้ถือบัตรยอมรับว่าเป็นการใช้บัตรชำระแทนเงินสดโดยสมบูรณ์แล้ว
(5)    ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการแทนผู้ถือบัตร และให้ถือว่าผู้ถือบัตรได้รับเงินต้น/สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้าและ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรตกลงผ่อนชำระคืนสินเชื่อค่าสินค้าและ/หรือบริการเป็นรายงวดเดือนตามที่จะได้ตกลงกับบริษัท
8.2    กรณีใช้สินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ และในกรณีที่บริษัทบอกเลิกการให้สินเชื่อตามความในข้อ 3.2 ผู้ถือบัตรตกลงส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้กับบริษัทยึดถือจนกว่าผู้ถือบัตรจะชำระค่างวด หรือหนี้อื่นใดที่ค้างชำระต่อบริษัทจนครบถ้วน หรือตกลงให้บริษัททำการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวในนามของผู้ถือบัตร และตกลงให้นำเงินที่ได้จากการขายสินค้าดังกล่าว (หลังหักค่าใช้จ่ายของบริษัท) มาใช้ในการชำระหนี้ให้กับบริษัท ทั้งนี้หากจำนวนเงินดังกล่าวมีมูลค่า (ก) น้อยกว่าหนี้ค้างชำระ ผู้ถือบัตรตกลงชำระส่วนต่างให้แก่บริษัท หรือ (ข) เกินกว่ายอดหนี้ค้างชำระ บริษัทจะคืนส่วนที่เกินให้แก่ผู้ถือบัตร 
9.    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการและทำธุรกรรมทางโทรศัพท์ 
9.1    ผู้ถือบัตรสามารถใช้รหัสประจำตัวของผู้ถือบัตร ซึ่งใช้กับบัตร หรือที่ได้รับแจ้งจากบริษัท หรือที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่จะได้มีการเปลี่ยนแปลงในภายหน้าในการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ของบริษัท ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสัญญาว่าจะรักษารหัสดังกล่าวไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากผู้ถือบัตรประสงค์จะเปลี่ยนรหัสดังกล่าวก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบ
9.2    ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในการกระทำใดๆ ที่ดำเนินการผ่านบริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์โดยใช้รหัสประจำตัวของผู้ถือบัตรและ/หรือที่ได้ทำผ่านโทรศัพท์โดยการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท (ซึ่งจะได้มีการตรวจสอบยืนยันข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร) รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการขอเบิกใช้เงินสดล่วงหน้า หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้ถือว่าเมื่อได้ทำธุรกรรมหรือคำร้องขอใดๆ แล้วให้มีผลผูกพันผู้ถือบัตรโดยไม่อาจเพิกถอนได้เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือยืนยันการเพิกถอนธุรกรรมนั้นๆ และให้ผลแห่งการกระทำใดๆ ที่กระทำผ่านทางโทรศัพท์มีผลผูกพันทั้งผู้ถือบัตรหลักและบัตรเสริมทุกประการ
9.3    ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับว่าบรรดาคู่มือวิธีการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการดังกล่าว ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ หรือที่จะมีต่อไป (หรือแก้ไข) ในภายหน้าซึ่งบริษัทฯได้มอบหรือจัดส่งให้แก่ผู้ถือบัตร รวมทั้งคำสั่ง คำแนะนำ คำตอบรับหรือธุรกรรมใดๆ ทางเครื่องโทรศัพท์ซึ่งผู้ถือบัตรใช้ในการดำเนินการต่างๆ นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขตามสัญญานี้ด้วย
9.4    ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ (รวมถึงการติดต่อใดๆ กับบริษัทผ่านทางโทรศัพท์) นั้นอาจมีการบันทึกเสียงหรือบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการตรวจสอบหรือใช้เป็นหลักฐาน โดยผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทสามารถบันทึกเสียงและข้อมูลดังกล่าวได้และสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างบริษัทกับผู้ถือบัตร 
10.    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรกับเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) 
10.1    ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปใช้บริการต่างๆ ผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศตามแต่คุณสมบัติของแต่ละประเภทบัตรที่บริษัทกำหนด โดยผู้ถือบัตรต้องใช้รหัสประจำตัว (PIN) ที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับผู้ถือบัตรกรณีที่ผู้ถือบัตรร้องขอ (หรือที่ผู้ถือบัตรจะได้เปลี่ยนแปลงในภายหลังเอง) ประกอบการใช้บัตรผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ทุกครั้ง ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสัญญาว่าจะรักษารหัสดังกล่าวไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากผู้ถือบัตรประสงค์จะเปลี่ยนรหัสดังกล่าวก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบ
10.2    ผู้ถือบัตรจะใช้บัตรทำรายการต่างๆ ได้ไม่เกินจำนวนครั้ง และจำนวนเงินที่บริษัทกำหนด และกรณีการใช้บริการผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) หากผู้ถือบัตรกดรหัสผิดเกินกว่าจำนวนที่ผู้ให้บริการเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) แต่ละรายกำหนด ผู้ถือบัตรจะไม่สามารถทำรายการใดๆ ผ่านบัตรได้อีก จนกว่าผู้ถือบัตรจะติดต่อกับบริษัท
10.3    ในการทำธุรกรรมผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) อาจจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บริการโดยสถาบันการเงินผู้ให้บริการเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดังนั้นผู้ถือบัตรควรศึกษารายละเอียดค่าธรรมเนียมดังกล่าวก่อนทำรายการ โดยบริษัทจะถือว่าในการทำรายการของผู้ถือบัตรนั้น ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบในค่าธรรมเนียมดังกล่าวและผู้ถือบัตรตกลงยินยอมชำระค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) และตกลงยินยอมให้บริษัทหักเงินจากบัตรของผู้ถือบัตรได้ตามอัตราและกำหนดเวลาที่บริษัทกำหนด
11.    ข้อกำหนดและเงื่อนไขการทำธุรกรรมและ/หรือการใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือแอปพลิเคชัน หรือผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัทบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์ใดๆ
11.1   ผู้ถือบัตรสามารถใช้บริการบางประเภทผ่านทางเว็บไซต์ หรือโปรแกรมของบริษัท หรือแอปพลิเคชัน หรือผ่านทางโปรแกรมออนไลน์ที่จัดให้มีโดยบริษัทบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์ใดๆ หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้น (ตามที่มีให้บริการอยู่ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง) ได้โดยทำการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ หรือโปรแกรมของบริษัท หรือแอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้น โดยผู้ถือบัตรจะต้องใช้รหัสประจำตัวที่ได้รับจากการลงทะเบียน  (หรือที่ผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนด) ในการทำธุรกรรมหรือใช้บริการต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือโปรแกรมของบริษัท หรือแอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้นดังกล่าว 
11.2     ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการใดๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือโปรแกรมของบริษัท หรือแอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้น ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับและจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ และ/หรือแอปพลิเคชัน และ/หรือโปรแกรมดังกล่าวทุกประการ และให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวมีผลผูกพันผู้ถือบัตรตามสัญญาฉบับนี้แล้วโดยไม่จำต้องทำเป็นเอกสารลงลายมือชื่อของผู้ถือบัตรอีก
11.3    ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการใดๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือโปรแกรมของบริษัท หรือแอปพลิเคชัน หรือช่องทางอื่นใดที่บริษัทจัดทำขึ้นนั้น อาจมีการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวเพื่อใช้ในการตรวจสอบและสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างบริษัทกับผู้ถือบัตรโดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรอีก
12.    ข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับคะแนนสะสม การแลกของรางวัลและรายการส่งเสริมการขาย
12.1    ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าบริษัทอาจจัดให้มีรายการคะแนนสะสม หรือรายการส่งเสริมการขายเป็นครั้งคราวอันเนื่องมาจากการใช้บัตรของผู้ถือบัตร ตามเงื่อนไขของรายการนั้นๆ ที่บริษัทจะได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรตกลงผูกพันตามเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวที่เกี่ยวข้องและให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
12.2    ผู้ถือบัตรตกลงว่าบรรดาสิทธิประโยชน์และ/หรือสิทธิพิเศษใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิพิเศษจากรายการส่งเสริมการขาย รายการคะแนนสะสม หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่บริษัทจะจัดให้กับผู้ถือบัตรนั้น นอกเหนือจากที่ได้มีการระบุไว้ในเงื่อนไขของรายการนั้นๆ ผู้ถือบัตรตกลงว่าบริษัทมีสิทธิที่จะมอบสิทธิประโยชน์และ/หรือสิทธิพิเศษต่างๆ ดังกล่าวให้แก่ผู้ถือบัตรที่ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไข (หากมี) เว้นแต่กรณีที่บัญชีของผู้ถือบัตรถูกระงับหรือยกเลิก (ไม่ว่าชั่วคราวหรือถาวร) หรือผู้ถือบัตรมีประวัติการชำระเงินไม่ดี หรือมีการใช้บัตรเพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อการใดๆ อันผิดวัตถุประสงค์การใช้บัตรเครดิต ผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีการชำระเงินเข้าบัญชีบัตรเกินกว่ายอดที่ต้องชำระโดยมีเจตนาที่จะรับสิทธิประโยชน์และ/หรือสิทธิพิเศษซึ่งมากกว่าที่ควรได้รับจากการใช้บัตรภายในวงเงินที่บริษัทอนุมัติ หรือกรณีที่ผู้ถือบัตรกระทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ตามสัญญานี้

ผู้ถือบัตรได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัลฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์ และความประสงค์ของผู้ถือบัตรทุกประการ และตกลงว่าการลงลายมือชื่อหลังบัตร การเปิดใช้บริการบัตร การใช้บัตรนี้และ/หรือการใช้วงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ของผู้ถือบัตรเป็นหลักฐานว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญานี้ทุกประการ และตกลงว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ฉบับนี้เป็นสำเนาสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด และ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ที่บริษัทส่งมอบให้กับผู้ถือบัตรไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของประเทศไทย ในกรณีที่มีการจัดทำขึ้นทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ หากมีข้อความขัดแย้งกัน ให้ใช้สัญญาฉบับภาษาไทยเป็นหลักในการบังคับใช้และตีความ
 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


1.    สัญญาฉบับนี้ได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ เซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ (“สินเชื่อส่วนบุคคล”) ที่ให้บริการโดย บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (“บริษัท”) โดยสมาชิกตกลงยินยอมผูกพันและปฎิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานี้ทุกประการ
2.    ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ บริษัทตกลงให้สินเชื่อแก่สมาชิกและสมาชิกตกลงรับสินเชื่อตามวงเงินที่บริษัทอนุมัติ
วงเงินสินเชื่อที่บริษัทอนุมัติตามวรรคแรกเป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลดวงเงิน)ในภายหลังโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน, ประวัติการชำระหนี้ของสมาชิก รวมถึงระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิกของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท รวมถึงหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อดังกล่าวไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระสินเชื่อที่สมาชิกได้เบิกใช้ไปแล้ว
3.    สมาชิกตกลงว่า
3.1.    ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ
(ก)    สินค้า/บริการที่จะใช้สินเชื่อตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราวสมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อ หรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่บริษัทและ/หรือบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้าหรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ และ
(ข)    สมาชิกตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนสมาชิก และให้ถือว่าสมาชิกได้เบิกใช้สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของสมาชิก
3.2.    ในกรณีการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อครั้งแรกตามวิธีต่างๆ ในข้อ 4 (ยกเว้นการทำธุรกรรมทางเครื่อง ATM) สมาชิกตกลงให้บริษัทส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบ หรือตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และให้ถือว่าสมาชิกได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่บริษัทนำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าสมาชิกจะได้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม
4.    ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3.2) สมาชิกสามารถขอรับต้นเงินกู้เพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สมาชิกตกลงว่าการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทอาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังนั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าธนาคาร, รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของสมาชิก
4.1.    การทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือผ่านระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ของบริษัท หรือที่บริษัทจัดไว้ให้ โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น สมาชิกตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งหมด เปรียบเสมือนสมาชิกได้ทำคำขอเบิกใช้ต้นเงินกู้ด้วยตัวเอง ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกใช้ทางช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่สมาชิกได้รับตามสัญญากู้ที่สมาชิกทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
4.2.    สำหรับสมาชิกที่สามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) สมาชิกสามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ที่บริษัทกำหนด โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ โดยสมาชิกรับทราบว่าอาจต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าว 
5.    สมาชิกตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้แก่บริษัทดังต่อไปนี้
5.1.    ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามอัตราที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่สมาชิกได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัท
5.2.    ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่บริษัทได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของบริษัท และในกรณีการติดตามทวงถามหนี้ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใด ๆ สมาชิกตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัทจนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
6.    สมาชิกตกลงชำระคืนสินเชื่อเป็นรายงวดต่อเดือนตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทางแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของสมาชิก หรือให้สมาชิกตรวจสอบจากเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และสมาชิกตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใด ๆ ให้แก่บริษัทภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่สมาชิกจะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือนนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่สมาชิกได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ ในกรณีที่สมาชิกชำระเงินเข้าบัญชีก่อนวันที่ถึงกำหนดในงวดใด ๆ ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเพื่อหักหนี้คงค้างของสมาชิก ณ วันที่บริษัทได้รับชำระเงินจากสมาชิก 
กรณีที่สมาชิกไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี บริษัทจะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่สมาชิกโต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้สมาชิกทราบโดยเร็วที่สุด หากสมาชิกเพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่สมาชิกจะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้องและความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของสมาชิกเอง ทั้งนี้สมาชิกต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี
เมื่อบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่สมาชิกได้แจ้งความประสงค์ต่อบริษัทแล้ว ให้ถือว่าบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
7.    สมาชิกตกลงชำระค่างวด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้โดยการชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทกำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินและ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด
สมาชิกยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากสมาชิกไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินต้นที่ค้างชำระ ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี 
8.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด สมาชิกอาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนถึงกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยสมาชิกต้องติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีตามช่องทางที่กำหนด และสมาชิกต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัททั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป

9.    กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา
9.1.    สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใด ๆ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสมาชิกอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น
9.2.    สมาชิกไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้ หรือดำเนินการใดๆ อันไม่เป็นไปตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
9.3.    สมาชิกถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือสมาชิกมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่บริษัทกำหนด
9.4.    สมาชิกถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
9.5.    สมาชิกแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่บริษัท หรือจัดให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นซึ่งทำให้บริษัทสำคัญผิดในคุณสมบัติของสมาชิก หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันส่งผลให้บริษัทเห็นว่าสมาชิกไม่สมควรที่จะได้รับสินเชื่อ หรือมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้
9.6.    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของบริษัท
9.7.    สมาชิกไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อบริษัทหรือบริษัทไม่สามารถติดต่อสมาชิกได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
9.8.    สมาชิกได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม
9.9.    ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
9.10.    กรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญแก่บริษัท เช่น การระงับหรือยกเลิกการใช้สินเชื่อกรณีที่บริษัทตรวจพบการทุจริต หรือพบว่าการให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    
10.    เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใด ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 9.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด บริษัทมีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้ผลิตภัณฑ์ชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่บริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่สมาชิกไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน  เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้สมาชิกดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้ แต่สมาชิกละเลยเสีย ไม่แก้ไข หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวนั้น บริษัทมีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้และให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที พร้อมทั้งเรียกให้สมาชิกชำระคืนบรรดาหนี้ทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หนี้ที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ, ค่าปรับ , ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่สมาชิกมีต่อบริษัทได้ทันที และสมาชิกตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใด ๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าบริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่สมาชิกแต่ประการใด อย่างไรก็ดี กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าสัญญากู้ฉบับนี้สิ้นสุดลงและบริษัทมีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทันที โดยบริษัทไม่จำต้องส่งคำบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา
11.    เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใด ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 9. (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 10)
11.1.    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มอบให้กับสมาชิกจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
11.2.    กรณีที่สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง หากสมาชิกได้รับดอกเบี้ย และ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 5.1 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในกรณีผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่บริษัทกำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่บริษัทต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย
12.    ในกรณีที่บัตรสูญหาย หรือถูกโจรกรรม หรือสมาชิกประสงค์ขอระงับการใช้บัตร สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ สมาชิกต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้ง หากปรากฏโดยชัดแจ้งว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของสมาชิกเองสำหรับกรณีการเบิกใช้เงินสด สมาชิกจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่เบิกตลอดจนค่าธรรมเนียมการเบิกใช้เงินสดล่วงหน้าจนกว่าบริษัทจะได้รับแจ้งว่าสมาชิกประสงค์จะขอระงับการใช้บัตร และบริษัทได้ระงับการให้บริการบัตรแล้ว

13.    บริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายหรือตามสัญญาฉบับนี้ให้สมาชิกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่ระบุในสัญญา (หรือใบสมัครสินเชื่อ) หรือที่อยู่ที่แจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือครั้งหลังสุด เว้นแต่กรณีที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่บริษัทจัดให้มี ว่าสมาชิกมีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด บริษัทจะส่งคำบอกกล่าวให้แก่สมาชิกทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สมาชิกแจ้งความประสงค์ ทั้งนี้ หากสมาชิกย้ายที่อยู่ หรือที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือประสงค์จะเปลี่ยนช่องทางการรับแจ้ง สมาชิกจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบทันที โดยทำเป็นหนังสือหรือแจ้งให้บริษัททราบตามวิธีการที่บริษัทกำหนด

14.    สมาชิกยินยอมให้บริษัทโอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยบริษัทและผู้รับโอนสิทธิจะส่งคำบอกกล่าวการโอนสิทธิให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

15.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท

16.    บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นหนังสือ ล่วงหน้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน กรณีที่บริษัทเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอันก่อให้เกิดภาระแก่สมาชิก บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.firstchoice.co.th เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมาย หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ว่าสมาชิกมีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุในสัญญานี้ให้แก่สมาชิกทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นตามที่สมาชิกแจ้งความประสงค์

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่สมาชิก ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับได้ทันที โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบผ่านช่องทางระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์บริษัท หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่บริษัทจัดไว้ให้ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และสมาชิกตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น


17.    ในกรณีที่บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกไว้ หากบริษัทจะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม บริษัทจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสมาชิกก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยสมาชิกมีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้ว สมาชิกมีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

18.    ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมต่างๆ ที่สมาชิกได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) บันทึกวิธีการคิดคำนวณ เอกสารประกอบการขาย ตลอดจนตารางแสดงภาระหนี้ (เฉพาะกรณีชำระเป็นงวด) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมาย ให้ส่วนอื่น ๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น

สมาชิกได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อภายใต้สัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของสมาชิกทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อ โฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ และ/หรือ เมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


1.    สัญญาฉบับนี้ได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ โฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ และ/หรือ เมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์ ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (“สินเชื่อส่วนบุคคล”) ที่ให้บริการโดย หรือรับโอนสิทธิมาโดย หรือออกโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (“บริษัท”) โดยสมาชิกตกลงยินยอมผูกพันและปฎิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานี้ทุกประการ
2.    ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ บริษัทตกลงให้สินเชื่อแก่สมาชิกและสมาชิกตกลงรับสินเชื่อตามวงเงินที่บริษัทอนุมัติ
วงเงินสินเชื่อที่บริษัทอนุมัติตามวรรคแรกเป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลดวงเงิน)ในภายหลังโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน, ประวัติการชำระหนี้ของสมาชิก รวมถึงระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิกของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท รวมถึงหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อดังกล่าวไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระสินเชื่อที่สมาชิกได้เบิกใช้ไปแล้ว
3.    สมาชิกตกลงว่า
3.1.    ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ
(ก)    สินค้า/บริการที่จะใช้สินเชื่อตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราวสมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อหรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่บริษัทและ/หรือบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้าหรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ และ
(ข)     สมาชิกตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนสมาชิก และให้ถือว่าสมาชิกได้เบิกใช้สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของสมาชิก
3.2.    ในกรณีการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อครั้งแรกตามวิธีต่างๆ ในข้อ 4 (ยกเว้นการทำธุรกรรมทางเครื่อง ATM) สมาชิกตกลงให้บริษัทส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบ หรือตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และให้ถือว่าสมาชิกได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่บริษัทนำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าสมาชิกจะได้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม
4.    ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3.2) สมาชิกสามารถขอรับต้นเงินกู้เพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สมาชิกตกลงว่าการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทอาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังนั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าธนาคาร, รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของสมาชิก
4.1.    การทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือผ่านระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใด ๆ ของบริษัท หรือที่บริษัทจัดไว้ให้ โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น สมาชิกตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งหมด เปรียบเสมือนสมาชิกได้ทำคำขอเบิกใช้ต้นเงินกู้ด้วยตัวเอง ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกใช้ทางช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่สมาชิกได้รับตามสัญญากู้ที่สมาชิกทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
4.2.    สำหรับสมาชิกที่สามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) สมาชิกสามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ที่บริษัทกำหนด โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ โดยสมาชิกรับทราบว่าอาจต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าว 
5.    สมาชิกตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้แก่บริษัทดังต่อไปนี้
5.1.    ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามอัตราที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่สมาชิกได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัท
5.2.    ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่บริษัทได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของบริษัท และในกรณีการติดตามทวงถามหนี้ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใด ๆ สมาชิกตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัทจนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
6.    สมาชิกตกลงชำระคืนสินเชื่อเป็นรายงวดต่อเดือนตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือทางแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของสมาชิก หรือให้สมาชิกตรวจสอบจากเว็บไซต์ของบริษัทล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และสมาชิกตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใด ๆ ให้แก่บริษัทภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่สมาชิกจะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือนนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่สมาชิกได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ ในกรณีที่สมาชิกชำระเงินเข้าบัญชีก่อนวันที่ถึงกำหนดในงวดใด ๆ ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเพื่อหักหนี้คงค้างของสมาชิก ณ วันที่บริษัทได้รับชำระเงินจากสมาชิก
กรณีที่สมาชิกไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี บริษัทจะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่สมาชิกโต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้สมาชิกทราบโดยเร็วที่สุด หากสมาชิกเพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่สมาชิกจะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้องและความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของสมาชิกเอง ทั้งนี้สมาชิกต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี
เมื่อบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่สมาชิกได้แจ้งความประสงค์ต่อบริษัทแล้ว ให้ถือว่าบริษัทได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
7.    สมาชิกตกลงชำระค่างวด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้โดยการชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทกำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินและ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัตตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด
สมาชิกยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากสมาชิกไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินต้นที่ค้างชำระ ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี 
8.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด สมาชิกอาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนถึงกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยสมาชิกต้องติดต่อบริษัทเพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีตามช่องทางที่กำหนด และสมาชิกต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัททั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป

9.    กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา
9.1.    สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใด ๆ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสมาชิกอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น
9.2.    สมาชิกไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้ หรือดำเนินการใดๆ อันไม่เป็นไปตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
9.3.    สมาชิกถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือสมาชิกมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่บริษัทกำหนด
9.4.    สมาชิกถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
9.5.    สมาชิกแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่บริษัท หรือจัดให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นซึ่งทำให้บริษัทสำคัญผิดในคุณสมบัติของสมาชิก หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันส่งผลให้บริษัทเห็นว่าสมาชิกไม่สมควรที่จะได้รับสินเชื่อ หรือมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้
9.6.    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของบริษัท
9.7.    สมาชิกไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อบริษัทหรือบริษัทไม่สามารถติดต่อสมาชิกได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
9.8.    สมาชิกได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม
9.9.    ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
9.10.    กรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญแก่บริษัท เช่น การระงับหรือยกเลิกการใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลกรณีที่บริษัทตรวจพบการทุจริต หรือพบว่าการให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    
10.    เมื่อเกิดเหตุตามที่กำหนดในข้อ 9.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด บริษัทมีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้ผลิตภัณฑ์ชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่บริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่สมาชิกไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้สมาชิกดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้ แต่สมาชิกละเลยเสีย ไม่แก้ไข หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวนั้น บริษัทมีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้และให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที พร้อมทั้งเรียกให้สมาชิกชำระคืนบรรดาหนี้ทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หนี้ที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ, ค่าปรับ , ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่สมาชิกมีต่อบริษัทได้ทันที และสมาชิกตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใด ๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าบริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่สมาชิกแต่ประการใด อย่างไรก็ดี กรณีสมาชิกถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าสัญญากู้ฉบับนี้สิ้นสุดลงและบริษัทมีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทันที โดยบริษัทไม่จำต้องส่งคำบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา
11.    เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใดๆ ตามที่กำหนดในข้อ 9 (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 10)
11.1.    บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มอบให้กับสมาชิกจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
11.2.    กรณีที่สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง หากสมาชิกได้รับดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 5.1 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในกรณีผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่บริษัทกำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่บริษัทต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย
12.    ในกรณีที่บัตรสูญหาย หรือถูกโจรกรรม หรือสมาชิกประสงค์ขอระงับการใช้บัตร สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ สมาชิกต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้ง หากปรากฏโดยชัดแจ้งว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของสมาชิกเองสำหรับกรณีการเบิกใช้เงินสด สมาชิกจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่เบิกตลอดจนค่าธรรมเนียมการเบิกใช้เงินสดล่วงหน้าจนกว่าบริษัทจะได้รับแจ้งว่าสมาชิกประสงค์จะขอระงับการใช้บัตรและ บริษัทได้ระงับการให้บริการบัตรแล้ว
13.    บริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายหรือตามสัญญาฉบับนี้ให้สมาชิกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับตามที่อยู่ที่ระบุในสัญญา (หรือใบสมัครสินเชื่อ) หรือที่อยู่ที่แจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือครั้งหลังสุด เว้นแต่กรณีที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่บริษัทจัดให้มี ว่าสมาชิกมีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด บริษัทจะส่งคำบอกกล่าวให้แก่สมาชิกทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สมาชิกแจ้งความประสงค์ ทั้งนี้ หากสมาชิกย้ายที่อยู่ หรือที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือประสงค์จะเปลี่ยนช่องทางการรับแจ้ง สมาชิกจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้บริษัททราบทันที โดยทำเป็นหนังสือหรือแจ้งให้บริษัททราบตามวิธีการที่บริษัทกำหนด

14.    สมาชิกยินยอมให้บริษัทโอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยบริษัทและผู้รับโอนสิทธิจะส่งคำบอกกล่าวการโอนสิทธิให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

15.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท

16.    บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน กรณีที่บริษัทเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอันก่อให้เกิดภาระแก่สมาชิก บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.firstchoice.co.th เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมาย หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่สมาชิกแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ว่าสมาชิกมีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุในสัญญานี้ให้แก่สมาชิกทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นตามที่สมาชิกแจ้งความประสงค์

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่สมาชิก ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับได้ทันที โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบผ่านช่องทางระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์บริษัท หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่บริษัทจัดไว้ให้ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และสมาชิกตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น


17.    ในกรณีที่บริษัทมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกไว้ หากบริษัทจะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม บริษัทจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากสมาชิกก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยสมาชิกมีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้ว สมาชิกมีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

18.    ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมต่างๆ ที่สมาชิกได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) บันทึกวิธีการคิดคำนวณ เอกสารประกอบการขาย ตลอดจนตารางแสดงภาระหนี้ (เฉพาะกรณีชำระเป็นงวด) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมาย ให้ส่วนอื่น ๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น

สมาชิกได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อภายใต้สัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของสมาชิกทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์ และ/หรือ เมกาโฮม เฟิร์สช้อยส์

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาให้สินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


ข้าพเจ้า (ผู้กู้) ตกลงขอรับสินเชื่อส่วนบุคคลแกร็บเฟิร์ส (สินเชื่อ) จากบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (ผู้ให้กู้) ในวงเงินตามที่ผู้ให้กู้จะได้อนุมัติ และตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของการให้สินเชื่อ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ รวมทั้งที่ผู้ให้กู้จะได้กำหนดและให้มีผลใช้บังคับเป็นคราวๆ ไปทุกประการ

1.     ผู้กู้ตกลงขอรับสินเชื่อจากผู้ให้กู้ และผู้ให้กู้ตกลงให้สินเชื่อแก่ผู้กู้ในวงเงินสินเชื่อตามที่ผู้ให้กู้จะพิจารณาอนุมัติและแจ้งให้ผู้กู้ทราบ ผู้กู้รับทราบและตกลงว่าผู้กู้อาจขอรับเงินกู้ทั้งหมดในคราวเดียว หรือจะขอรับเงินกู้ส่วนที่เหลือเป็นคราวๆ ไป ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่าที่ผู้ให้กู้กำหนด โดยผู้กู้จะลงลายมือชื่อในคำขอรับสินเชื่อ หรือทำรายการผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือโปรแกรมออนไลน์อื่นใด ตามแบบและวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนดและให้ถือว่าจำนวนเงินที่ผู้กู้ขอรับไปทั้งหมดเป็นจำนวนเงินกู้ตามสัญญานี้

2.     วงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้อนุมัติตามข้อ 1. ผู้ให้กู้อาจอนุมัติเงินสินเชื่อเป็นครั้งคราว หรืออาจพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อประเภทวงเงินหมุนเวียน ซึ่งกำหนดระยะเวลาชำระคืนเป็นงวดหรือชำระคืนแบบขั้นต่ำ    ในกรณีที่ผู้ให้กู้อนุมัติวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน ผู้ให้กู้สามารถพิจารณาเปิดให้ใช้ ระงับ หรือเปลี่ยนแปลงประเภทของสินเชื่อที่ให้บริการ ตลอดจนทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด) ในภายหลัง โดยพิจารณาจากประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน ประวัติการชำระคืนของผู้กู้ รวมถึงระยะเวลาที่ผู้กู้ใช้สินเชื่อของผู้ให้กู้ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ รวมถึงหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อตลอดจนการระงับหรือเปลี่ยนแปลงประเภทสินเชื่อดังกล่าว ไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระคืนสินเชื่อที่ผู้กู้ได้เบิกใช้ไปแล้ว

3.     ในกรณีการเบิกใช้เงินสินเชื่อ ผู้ให้กู้จะส่งมอบเงินสินเชื่อโดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากของผู้กู้ตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร หรือตามที่ผู้กู้แจ้งผ่านช่องทางอื่นของผู้ให้กู้ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสินเชื่อโดยชอบแล้วของผู้กู้ นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ให้กู้เปิดให้ใช้บริการสินเชื่อประเภทวงเงินหมุนเวียน ผู้กู้สามารถทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ผ่านทางแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดไว้ให้ โดยใช้รหัสประจำตัวที่ผู้กู้กำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือที่ผู้ให้กู้จัดส่งให้ผู้กู้ตามที่ร้องขอ หรือที่ผู้กู้ลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินที่ผู้ให้กู้กำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีดังกล่าว ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด โดยให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้กู้ได้รับตามสัญญากู้ที่ผู้กู้ทำไว้กับผู้ให้กู้ก่อนหน้านี้
4.     ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ดังต่อไปนี้
4.1     ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ในอัตราที่ตกลงกับผู้ให้กู้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามอัตราที่ผู้ให้กู้ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากผู้ให้กู้
4.2     ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้ได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ เช่น ค่าติดตามทวงถาม หากมีการติดตามทวงถามให้ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ค้างชำระ ในกรณีการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใดๆ ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ให้กู้จนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

5.     ผู้ให้กู้จะส่งใบแจ้งยอดบัญชีและ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดปกติหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางไปรษณีย์หรือไปยังที่อยู่อีเมลที่ผู้กู้แจ้งไว้แก่ผู้ให้กู้ หรือทางแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นใดของผู้กู้ หรือให้ผู้กู้ตรวจสอบจากเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ (แล้วแต่กรณี) หรือผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้กำหนด ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และผู้กู้ตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใด รวมทั้งค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือนนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่ผู้กู้ได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ หากผู้กู้ชำระสินเชื่อก่อนวันที่กำหนดในงวดใดๆ ให้ถือว่าผู้กู้ยินยอมให้นำเงินค่างวดดังกล่าวหักเข้าบัญชีเพื่อหักหนี้คงค้างของผู้กู้ ณ วันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระเงินจากผู้กู้ 
กรณีที่ผู้กู้ไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมด หรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบภายในสิบ (10) วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชีผู้ให้กู้จะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่ผู้กู้โต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้กู้ทราบโดยเร็วที่สุด หากผู้กู้เพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่ผู้กู้จะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้อง และความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของผู้กู้เอง
เมื่อผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่ผู้กู้แจ้งได้ความประสงค์ต่อผู้ให้กู้แล้ว ให้ถือว่าผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

6.     ผู้กู้อาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนกำหนดตามที่ได้ตกลงกับผู้ให้กู้ โดยผู้กู้ต้องติดต่อผู้ให้กู้เพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีตามช่องทางที่กำหนด และผู้กู้ต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงินค่าธรรมเนียมและหนี้อื่นๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่ผู้ให้กู้ทั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป

7. ผู้กู้ตกลงชำระคืนค่างวดเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระคืนให้แก่ผู้ให้กู้ตามคำขอรับสินเชื่อฉบับนี้โดยการชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินและ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้กู้และธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินต้นที่ค้างชำระ ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี

8.     กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา
8.1    ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดและไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือบุคคลใดๆ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้กู้อาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น
8.2    ผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญา หรือดำเนินการใดๆ อันไม่เป็นไปตามวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด
8.3    ผู้กู้ถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือผู้กู้มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
8.4    ผู้กู้ถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินอื่น
8.5    ผู้กู้แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่ผู้ให้กู้ หรือจัดให้ผู้ให้กู้เข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นซึ่งทำให้ผู้ให้กู้สำคัญผิดในคุณสมบัติของผู้กู้ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันส่งผลให้ผู้ให้กู้เห็นว่าผู้กู้ไม่สมควรที่จะได้รับสินเชื่อ หรือมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้
8.6    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของผู้ให้กู้
8.7    ผู้กู้ไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อผู้ให้กู้หรือผู้ให้กู้ไม่สามารถติดต่อผู้กู้ได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
8.8    ผู้กู้ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ


9.      เมื่อเกิดเหตุตามที่กำหนดในข้อ 8.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการ ให้สินเชื่อชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ผู้กู้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญาและเตือนให้ผู้กู้ดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้ แต่ผู้กู้ละเลยเสีย ไม่แก้ไข หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวนั้น ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้และให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที พร้อมทั้งเรียกให้ผู้กู้ชำระคืนบรรดาหนี้ทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หนี้ที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวนที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ได้ทันที และผู้กู้ตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้กู้ สำหรับบรรดาความเสียหายที่ผู้ให้กู้ได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้กู้ตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าผู้ให้กู้สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆแก่ผู้กู้แต่ประการใด อย่างไรก็ดี กรณีผู้กู้ถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าสัญญากู้ฉบับนี้สิ้นสุดลงและผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทันที โดยผู้ให้กู้ไม่จำต้องส่งคำบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา

10.     เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใดๆ ตามที่กำหนดในข้อ 8. (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 9.)
10.1     ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่ได้มอบให้กับผู้กู้จนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
10.2     กรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง หากผู้กู้ได้รับดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 4.1 ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิ์ในการคิดดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในกรณีผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่ผู้ให้กู้กำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้ให้กู้ต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย


11.     ผู้ให้กู้จะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายหรือตามสัญญาฉบับนี้ให้ผู้กู้ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ตามที่อยู่ที่ระบุในสัญญา (หรือใบสมัครสินเชื่อ) หรือที่อยู่ที่แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือครั้งหลังสุด เว้นแต่กรณีที่ผู้กู้แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดให้มี ว่าผู้กู้มีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ผู้ให้กู้จะส่งคำบอกกล่าวให้แก่ผู้กู้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้กู้แจ้งความประสงค์ ทั้งนี้ หากผู้กู้ย้ายที่อยู่ หรือที่ทำงาน หรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือประสงค์จะเปลี่ยนช่องทางการรับแจ้ง ผู้กู้จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้กู้ทราบทันที โดยทำเป็นหนังสือหรือแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบตามวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด

12.     ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้โอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยผู้ให้กู้และผู้รับโอนสิทธิจะส่งคำบอกกล่าวการโอนสิทธิให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

13.     ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อ หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ให้กู้

14.     ผู้ให้กู้สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เบี้ยปรับค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่างๆ ได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบเป็นหนังสือ ล่วงหน้าก่อนจะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน กรณีที่ผู้ให้กู้เปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินอันก่อให้เกิดภาระแก่ผู้กู้ ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.firstchoice.co.th เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ทราบทางจดหมาย หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยแพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่ผู้กู้แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ว่าผู้กู้มีความประสงค์จะขอรับคำบอกกล่าวเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ผู้ให้กู้จะแจ้งการเปลี่ยนแปลงตามที่ระบุในสัญญานี้ให้แก่ผู้กู้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นตามที่ผู้กู้แจ้งความประสงค์

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่ผู้กู้ ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับได้ทันที โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบผ่านช่องทางระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ผู้ให้กู้ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดไว้ให้ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และผู้กู้ตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้อีกทั้งสิ้น


15.     ในกรณีที่ผู้ให้กู้มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ไว้ หากผู้ให้กู้จะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม ผู้ให้กู้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยผู้กู้มีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้ว ผู้กู้มีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

16.    ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมต่างๆ ที่ผู้กู้ได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่ผู้ให้กู้อาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) บันทึกวิธีการคิดคำนวณ เอกสารประกอบการขาย ตลอดจนตารางแสดงภาระหนี้ (เฉพาะกรณีชำระเป็นงวด) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใดๆ ตามกฎหมาย ให้ส่วนอื่นๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น

ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจข้อตกลงและเงื่อนไขสัญญาให้สินเชื่อฉบับนี้แล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อ หรือดำเนินการด้วยวิธีการลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ให้กู้กำหนดในการยืนยันตัวตนเพื่อทำสัญญาฉบับนี้ (แล้วแต่กรณี) และผู้กู้รับทราบว่าในกรณีที่ทำสัญญาด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้กู้ได้จัดเก็บข้อมูลของผู้กู้และสัญญาให้สินเชื่อส่วนบุคคลฉบับนี้ไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาให้สินเชื่อ เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330


ข้าพเจ้า (ผู้กู้) ตกลงขอรับสินเชื่อ เฟิร์สช้อยส์ สแนปแคช (สินเชื่อ) จากบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (ผู้ให้กู้) ในวงเงินตามที่ผู้ให้กู้จะได้อนุมัติ และตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของการให้สินเชื่อ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ รวมทั้งที่ผู้ให้กู้จะได้กำหนดและให้มีผลใช้บังคับเป็นคราวๆ ไปทุกประการ
1.     ผู้กู้ตกลงขอรับสินเชื่อจากผู้ให้กู้ และผู้ให้กู้ตกลงให้สินเชื่อแก่ผู้กู้ในวงเงินสินเชื่อตามที่ผู้ให้กู้จะพิจารณาอนุมัติและแจ้งให้ผู้กู้ทราบ ผู้กู้รับทราบและตกลงว่าผู้กู้อาจขอรับเงินกู้ทั้งหมดในคราวเดียว หรือจะขอรับเงินกู้ส่วนที่เหลือเป็นคราวๆ ไป ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่าที่ผู้ให้กู้กำหนด โดยผู้กู้จะทำรายการผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ตามแบบและวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ให้กู้กำหนด และให้ถือว่าจำนวนเงินที่ผู้กู้ขอรับไปทั้งหมดเป็นจำนวนเงินกู้ตามสัญญานี้

2.     วงเงินสินเชื่อที่ผู้ให้กู้อนุมัติตามข้อ 1. เป็นวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนซึ่งผู้ให้กู้สามารถพิจารณาเปิดให้ใช้ ระงับ หรือเปลี่ยนแปลงประเภทของสินเชื่อที่ให้บริการ ตลอดจนทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด) ในภายหลัง โดยพิจารณาจากประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน ประวัติการชำระคืนของผู้กู้ รวมถึงระยะเวลาที่ผู้กู้ใช้สินเชื่อของผู้ให้กู้ เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้กู้ รวมถึงหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อตลอดจนการระงับหรือเปลี่ยนแปลงประเภทสินเชื่อดังกล่าว ไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระคืนสินเชื่อที่ผู้กู้ได้เบิกใช้ไปแล้ว

3.     ผู้กู้ตกลงว่า 
3.1    การเบิกใช้สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามที่ระบุในข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้อาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังถือเป็นการแสดงเจตนาเบิกใช้เงินสินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารหรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดเป็นหลักฐานการรับเงินสินเชื่อโดยชอบแล้วของผู้กู้ นอกจากนี้ผู้กู้สามารถทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ผ่านทางแอปพลิเคชันในโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดไว้ให้ โดยใช้รหัสประจำตัวที่ผู้กู้กำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือรหัสที่ผู้ให้กู้จัดส่งให้ผู้กู้ตามที่ร้องขอ หรือที่ผู้กู้ลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินที่ผู้ให้กู้กำหนด ทั้งนี้ ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด โดยให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้กู้ได้รับตามสัญญาที่ผู้กู้ทำไว้กับผู้ให้กู้ก่อนหน้านี้
3.2    ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่ผู้ให้กู้ให้ความเห็นชอบ
(ก)    สินค้า/บริการที่จะใช้สินเชื่อตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่ผู้ให้กู้กำหนด ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราว ผู้กู้จะต้องลงลายมือชื่อ หรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่ผู้ให้กู้และ/หรือบริษัทบัตรเครดิตที่ผู้ให้กู้เป็นสมาชิกอยู่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้าหรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ และ
(ข)    ผู้กู้ตกลงให้ผู้ให้กู้ชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนผู้กู้ และให้ถือว่าผู้กู้ได้เบิกใช้สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อผู้ให้กู้ชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า   และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้กู้
4.     ผู้กู้ตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ดังต่อไปนี้
4.1     ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ในอัตราที่ตกลงกับผู้ให้กู้ เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ตามอัตราที่ผู้ให้กู้ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากผู้ให้กู้
4.2     ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้ได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของผู้ให้กู้ เช่น ค่าติดตามทวงถาม  หากมีการติดตามทวงถามให้ผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ค้างชำระ ในกรณีการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใดๆ ผู้กู้ตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ให้กู้จนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

5.     ผู้ให้กู้จะส่งใบแจ้งยอดบัญชีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังที่อยู่อีเมล ที่ผู้กู้แจ้งไว้แก่ผู้ให้กู้ หรือผ่านช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้กู้กำหนด ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และผู้กู้ตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้ภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ ยอดเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้กู้จะต้องผ่อนชำระเป็นรายเดือนนี้อาจมีจำนวนแตกต่างกันตามยอดรวมต้นเงินกู้ที่ผู้กู้ได้เบิกใช้เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ หากผู้กู้ชำระสินเชื่อก่อนวันที่กำหนดในงวดใดๆ ให้ถือว่าผู้กู้ยินยอมให้นำเงินค่างวดดังกล่าวหักเข้าบัญชีเพื่อหักหนี้คงค้างของผู้กู้ ณ วันที่ผู้ให้กู้ได้รับชำระเงินจากผู้กู้ กรณีที่ผู้กู้ไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมด หรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้กู้จะต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบภายในสิบ (10) วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้กู้ได้รับใบแจ้งยอดบัญชีผู้ให้กู้จะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่ผู้กู้โต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้กู้ทราบโดยเร็วที่สุด หากผู้กู้เพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่ผู้กู้จะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้อง และความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของผู้กู้เอง
เมื่อผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับ ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังที่ระบุในข้อนี้ตามที่ผู้กู้แจ้งได้ความประสงค์ต่อผู้ให้กู้แล้ว ให้ถือว่าผู้ให้กู้ได้จัดส่งใบแจ้งยอดบัญชี และ/หรือ ใบกำกับภาษี และ/หรือ ใบรับอย่างสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

6.     ผู้กู้อาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนกำหนดตามที่ได้ตกลงกับผู้ให้กู้ โดยผู้กู้ต้องติดต่อผู้ให้กู้เพื่อสอบถามยอดชำระปิดบัญชีตามช่องทางที่กำหนด และผู้กู้ต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงินค่าธรรมเนียมและหนี้อื่นๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่ผู้ให้กู้ทั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป

7. ผู้กู้ตกลงชำระคืนค่างวดเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระคืนให้แก่ผู้ให้กู้ตามคำขอรับสินเชื่อฉบับนี้โดยชำระคืนผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่ผู้ให้กู้กำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินและ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้กู้และธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้นำเงินที่ได้รับจากผู้กู้ไปตัดชำระหนี้ตามลำดับก่อนหลังดังต่อไปนี้ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับและค่าใช้จ่ายต่างๆ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน และเงินต้นที่ค้างชำระ ตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี

8.     กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา
8.1    ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่างวดหนึ่งงวดใดและไม่ว่ากับผู้ให้กู้หรือบุคคลใดๆ หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้กู้อาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น
8.2    ผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญา หรือดำเนินการใดๆ อันไม่เป็นไปตามวิธีการที่ผู้ให้กู้กำหนด
8.3    ผู้กู้ถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือผู้กู้มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องครบถ้วนตามที่ผู้ให้กู้กำหนด
8.4    ผู้กู้ถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินอื่น
8.5    ผู้กู้แจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแก่ผู้ให้กู้ หรือจัดให้ผู้ให้กู้เข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นซึ่งทำให้ผู้ให้กู้สำคัญผิดในคุณสมบัติของผู้กู้ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอันส่งผลให้ผู้ให้กู้เห็นว่าผู้กู้ไม่สมควรที่จะได้รับสินเชื่อ หรือมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้
8.6    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของผู้ให้กู้
8.7    ผู้กู้ไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อผู้ให้กู้หรือผู้ให้กู้ไม่สามารถติดต่อผู้กู้ได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
8.8    ผู้กู้ได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม
8.9    ผู้กู้ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ

9.      เมื่อเกิดเหตุตามที่กำหนดในข้อ 8.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้ให้กู้มีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการ ให้สินเชื่อชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ผู้กู้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญาและเตือนให้ผู้กู้ดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้ แต่ผู้กู้ละเลยเสีย ไม่แก้ไข หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าวนั้น ผู้ให้กู้มีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้และให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที พร้อมทั้งเรียกให้ผู้กู้ชำระคืนบรรดาหนี้ทั้งปวงที่ถึงกำหนดชำระ หนี้ที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้กู้มีหน้าที่ต้องชำระให้แก่ผู้ให้กู้ รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวนที่ผู้กู้มีต่อผู้ให้กู้ได้ทันที และผู้กู้ตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้กู้ สำหรับบรรดาความเสียหายที่ผู้ให้กู้ได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้กู้ตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าผู้ให้กู้สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆแก่ผู้กู้แต่ประการใด อย่างไรก็ดี กรณีผู้กู้ถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงและผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องในยอดหนี้ค้างชำระทันที โดยผู้ให้กู้ไม่จำต้องส่งคำบอกกล่าวเพื่อเลิกสัญญา

10.     เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใดๆ ตามที่กำหนดในข้อ 8. (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 9.)br /> 10.1     ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่ได้มอบให้กับผู้กู้จนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข
10.2     กรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระงวดใดงวดหนึ่ง หากผู้กู้ได้รับดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราพิเศษที่ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 4.1 ผู้ให้กู้ขอสงวนสิทธิ์ในการคิดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ตามอัตราที่ผู้ให้กู้กำหนดจนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไขโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้กู้ต้องแจ้งให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย


11.     ผู้ให้กู้จะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายหรือตามสัญญาฉบับนี้ให้ผู้กู้ผ่านช่องทางออนไลน์ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) แอปพลิเคชัน เป็นต้น โดยบรรดาเอกสารที่ผู้ให้กู้ส่งไปยังผู้กู้ผ่านช่องทางตามที่ระบุข้างต้น ถ้าหากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือบัญชีการใช้งานแอปพลิเคชัน ตามที่แจ้งไว้ให้ถือว่าส่งให้ผู้กู้แล้วโดยชอบ ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องคำนึงว่าจะถึงตัวผู้กู้หรือมีผู้ใดรับไว้ หรือผู้กู้จะได้เห็นคำบอกกล่าวแล้วหรือไม่ก็ตาม

12.     ผู้กู้ยินยอมให้ผู้ให้กู้โอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยผู้ให้กู้และผู้รับโอนสิทธิจะส่งคำบอกกล่าวการโอนสิทธิให้ผู้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

13.     ผู้กู้ตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อ หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากผู้ให้กู้

14.     ผู้ให้กู้สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน เบี้ยปรับค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่างๆ ได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางหลัก ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ระบบออนไลน์ หรือเว็บไซต์ผู้ให้กู้ หรือแอปพลิเคชันใดๆ ที่ผู้ให้กู้จัดไว้ให้ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นของผู้ให้กู้ หรือช่องทางอื่นใดตามที่ผู้ให้กู้เห็นว่าเหมาะสม ล่วงหน้าก่อนจะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน ผู้ให้กู้จะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางที่ระบุข้างต้น หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และกรณีการประกาศทางหนังสือพิมพ์นั้น ผู้ให้กู้จะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่งซึ่งอาจพิจารณาแจ้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามสมควร

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่ผู้กู้ ให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลใช้บังคับได้ทันที โดยผู้ให้กู้จะแจ้งให้ผู้กู้ทราบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุข้างต้น ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และผู้กู้ตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใดๆ ให้แก่ผู้ให้กู้อีกทั้งสิ้น


15.     ในกรณีที่ผู้ให้กู้มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ไว้ หากผู้ให้กู้จะนำข้อมูลนั้นไปเปิดเผยให้บุคคลที่สาม ผู้ให้กู้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ก่อนเป็นกรณีรายครั้งไป โดยผู้กู้มีสิทธิจะให้ความยินยอมหรือไม่ก็ได้ และหากให้ความยินยอมไปแล้ว ผู้กู้มีสิทธิถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

16.    ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมต่างๆ ที่ผู้กู้ได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่ผู้ให้กู้อาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) บันทึกวิธีการคิดคำนวณ เอกสารประกอบการขาย ตลอดจนตารางแสดงภาระหนี้ (เฉพาะกรณีชำระเป็นงวด) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใดๆ ตามกฎหมาย ให้ส่วนอื่นๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น

ผู้กู้ได้อ่านและเข้าใจข้อตกลงและเงื่อนไขสัญญาให้สินเชื่อฉบับนี้แล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์ และความประสงค์ของผู้กู้ทุกประการ จึงได้ดำเนินการด้วยวิธีการลงลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ให้กู้กำหนดในการยืนยันตัวตนเพื่อทำสัญญาฉบับนี้และผู้กู้รับทราบว่าผู้ให้กู้ได้จัดเก็บข้อมูลของผู้กู้และสัญญาให้สินเชื่อส่วนบุคคลฉบับนี้ไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทั้งนี้ ผู้กู้จะได้รับสำเนาสัญญาให้สินเชื่อผ่านทางอีเมลที่ผู้กู้แจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นที่อยู่ในการติดต่อหรือส่งคำบอกกล่าว

สาขาเฟิร์สช้อยส์

ค้นหาสาขาใกล้บ้านคุณ

บลูพลัส & บลูเมมเบอร์

ข้อมูลที่ควรทราบและคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
พริวิเลจ บลูพลัส & บลูเมมเบอร์