10 ที่เที่ยวสงขลา 2021 ที่ไม่ได้มีดีแค่ หาดใหญ่ มุมถ่ายรูปสตรีทอาร์ท ได้กลิ่นอายของวัฒนธรรม


ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้คิดหนัก จนอยากจะพาตัวและหัวใจ ออกเดินทางไปพักผ่อนเพื่อเติมความสุข สร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับชีวิต รอบนี้กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และ เพจ Lazy Coup พร้อมพาทุกคนไปหลงใหลกับเสน่ห์แห่งความวินเทจกันที่จังหวัด "สงขลา" ที่นี่ไม่ได้มีที่เที่ยวแค่เฉพาะ "หาดใหญ่" เท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวย้อนยุคสวยงามแบบที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อน จะมีมุมไหนน่าไปบ้าง มาดูกันเลยยย

พิกัดที่ 1 : Street Art ย่านเมืองเก่าสงขลา


 

เริ่มออกสตาร์ทกันที่แรก "สตรีทอาร์ทสงขลา" ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนนางงามตัดถนนรามัน เขตเทศบาลนครสงขลา อาคารเก่าคลาสสิคสไตล์ชิโนโปรตุกีส สร้างเมื่อ พ.ศ.2462 บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพศิลปะบนกำแพงสีสันสดใส สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชุมชน และกลิ่นอายของวัฒนธรรม ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้เข้ามาสัมผัสและเยี่ยมชม



แน่นอนว่าที่นี่แหละ คือ สวรรรค์ของคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพโดยเฉพาะ เพราะไม่ว่าจะถ่ายมุมไหนก็ฮิปและมีความคลาสสิค จนทำให้ได้รูปเซลฟี่แบบชิคๆในโลเคชั่นไม่ซ้ำกันเลยสักมุม ความสนุกอยู่ตรงที่เราจะได้เดินถ่ายภาพกับ "Street Art" เพลินๆทั้งหมด 15 จุด โดยระหว่างทางจะได้เสพบรรยากาศตึกอาคารวินเทจต่างๆ เสมือนเราได้ย้อนอดีตกลับไปอีกครั้ง

พิกัดที่ 2 : บ้านนครใน


อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากให้ทุกคนได้ไปกัน นั่นก็คือ "พิพิธภัณฑ์เมืองเก่าสงขลา" จากบ้านเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี ตั้งอยู่บนถนนนครใน ก่อตั้งโดยคุณกระจ่าง จารุพฤกษ์พันธ์ ที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงศิลปะ วัฒนธรรม และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสงขลา จนตอนนี้กลายเป็นแหล่งมรดกล้ำค่าคู่เมืองสงขลาไปแล้ว



"บ้านนครใน" อาคารจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีน และบ้านตึกสีขาวเป็นแบบชิโนยูโรเปี้ยน ภายในจัดแสดงของเก่าเก็บสะสมที่ทรงคุณค่าต่างๆมากมาย สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวชมก็สามารถมาได้ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.00 - 18.30 น. และ เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.00 - 19.00 น. อ๋อ!! ที่นี่ยังเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้อีกด้วย

พิกัดที่ 3 : หับ โห้ หิ้น


โรงสีข้าวโบราณอายุกว่า 100 ปี คนในพื้นที่จะรู้จักกันดีในชื่อ "โรงสีแดง" เพราะอาคารทั้งหลังทาด้วยสีแดง ตั้งอยู่ที่ถนนนครนอก ริมทะเลสาบสงขลา ที่แห่งนี้ถือเป็นโรงสีขนาดใหญ่ และทันสมัยที่สุดในยุคนั้น มีคนงานทำงานตลอด 24 ชั่วโมง สามารถผลิตข้าวสาร จำหน่ายให้คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงต่างประเทศ

แต่ภายหลังโรงสีข้าวแห่งนี้ได้ปิดกิจการลงไป และกลายสภาพเป็นท่าเทียบเรือประมงขนาดเล็กแทน เสน่ห์ของที่นี่ก็คืออาคารที่ยังคงความสมบูรณ์ จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2554 ประเภทอาคารพาณิชย์จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ใครที่มาเที่ยวแล้วแต่ไม่มาถือว่ามาไม่ถึงสงขลา

พิกัดที่ 4 : Titan Project Space


พื้นที่ใหม่ที่บอกเล่าเรื่องเก่าเมืองสงขลา จากไดอารี่คุณยายของคุณกอบลาภ ไทยทัน ณ ที่แห่งนี้เราจะได้เพลิดเพลินไปกับโซนต่างๆ ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวอารยธรรม การพัฒนา วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสงขลาในช่วงอดีต ผ่านสื่อศิลปะและเทคโนโลยี "Digital Interactive installation" ที่ทำให้คนในยุคปัจจุบันได้ศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

"พิพิธภัณฑ์ไททัน" ถูกออกแบบจากการนําวัสดุใหม่ๆ และวัสดุท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ซึ่งกระเบื้องดินเผาพื้นบ้านสงขลาก็เป็นหนึ่งในวัสดุที่ได้ถูกนำมาทดลองใช้ในบริเวณทางขึ้นดาดฟ้าของอาคาร และแน่นอนว่ากลายเป็นจุด Check-in ที่ใครมาก็ต้องขึ้นไปถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก


หลังจากเดินชมภายในอย่างเต็มอิ่มแล้ว อีกบริเวณที่ควรมาคงหนีไม่พ้น "ริมทะเลสาบสงขลา" บริเวณเมืองเก่า อะไรจะดีไปกว่าได้สัมผัสกับบรรยากาศก่อนพระอาทิตย์ตก​ มองเห็นเรือประมงเข้าเทียบท่า ถือเป็นฟีลพักผ่อน พักใจ ได้อย่างดีเลยแหละ โดยที่นี่จะเปิดให้บริการในวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งเเต่เวลา 10.30 - 18.30 น.

พิกัดที่ 5 : Clay Room Café By Titan Project


ต่อเนื่องจาก "ไททันโปรเจกสเปส" ต้องมาเช็คอินกันต่อที่ "โรงนํ้าชา" สไตล์โมเดิร์นอย่าง "Clay Room" ตั้งอยู่หลังอาคาร Titan Project บริเวณริมทะเลถนนนครนอก ที่นี่มีบริการชากว่า 12 ชนิด ทั้งชา Single Origin และชา Special Blend โดยเราสามารถเลือกได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ที่สำคัญต้องทานคู่กับ "ขนมต้ม" ขนมพื้นเมืองของชาวปักษ์ใต้ สูตรโบราณของนางเชียงให่ ที่เคยอาศัยอยู่ในย่านนครนอกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 สำหรับคนรักการดื่มชา ขอบอกเลยว่าที่นี่แหละคือที่สุดของที่แล้ว เปิดให้บริการในวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งเเต่เวลา 10.30 - 18.30 น.

พิกัดที่ 6 : แต้เฮียงอิ้ว


เที่ยวกันมาหลายที่แล้ว ต้องแวะเติมพลังกันสักหน่อย สำหรับทริปนี้เราอยากจะพาทุกคนไปลิ้มรสความอร่อยที่ร้าน "แต้เฮียงอิ้ว" ร้านอาหารไทย-จีน ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2480 ตั้งอยู่บนถนนนางงาม บอกเลยว่าใครที่ฝากท้องไว้ที่ร้านนี้ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน นอกจากรสชาติจะอร่อยถูกปากแล้ว เรื่องคุณภาพก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะการคัดสรรวัตถุดิบของที่นี่จะเน้นสดและคุณภาพเยี่ยม แถมราคาก็ไม่แพง จึงเป็นอีกร้านที่อยากแนะนำให้ได้มาลองกัน โดยร้านจะเปิดบริการทุกวัน ในเวลา 11.30 -14.00 น. และ 17.00 - 20.00 น.

พิกัดที่ 7 : จิ่น กั้ว หยวน ไอติมยิว


กินของคาวเสร็จแล้ว ต้องมาตบด้วยเมนูของหวานชื่นใจกันที่ร้าน "จิ่น กั้ว หยวน ไอติมยิว" ร้านไอศกรีมเก่าแก่ของเมืองสงขลา ตั้งอยู่บนถนนนางงาม มั่นใจเรื่องความอร่อยได้เลย เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2476 สำหรับเมนูไฮไลท์ของที่นี่ต้องยกนิ้วให้ "ไอศกรีมใส่ไข่" ซึ่งไอศกรีมจะเป็นรสวนิลาสูตรลับเฉพาะรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร ทานคู่กับไข่แดง ใครที่กลัวว่าจะคาว หมดห่วงไปได้เลย ราคาความอร่อยของแก้วนี้ก็อยู่แค่แก้วละ 20 - 25 บาทเท่านั้น

พิกัดที่ 8 : Songkhla Station


สถานีความสุข สถานีสร้างสรรค์ "Songkhla Station" ร้านกาแฟน่านั่งอยู่ในย่านเมืองเก่าสงขลา อาคารสไตล์ชิโนโปรตุกีสยืนเด่นสง่าในถนน ชั้นล่างเป็นร้านกาแฟ ส่วนชั้น 2 เป็น Work Space ภายในร้านและนอกร้านมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย ใครที่เที่ยวจนเหนื่อยแล้วก็สามารถแวะไปหาเมนูเครื่องดื่มอร่อยๆทานได้เลย ร้านเปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09:30 - 18:00 น. และ เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 09:00 - 18:00 น.

พิกัดที่ 9 : The Stand Brew Coffee and Bakery


"สแตนด์บรูว" คาเฟ่สุดฮิปในย่านเมืองเก่าสงขลา ตัวอาคารจะเป็นสไตล์ลอฟท์ปูนเปลือย ภายในตกแต่งด้วยเถาวัลย์และต้นไม้ จุดนี้ใครมาถึงร้านแล้วไม่ถ่ายรูป ถือว่าพลาดมาก!! ส่วนเรื่องขึ้นชื่อของที่นี่ก็ต้องเป็นเบเกอรี่ เพราะทางร้านใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบที่เลือกใช้ก็ล้วนแต่คัดสรรมาอย่างดี ยิ่งได้ทานคู่เมนูเครื่องดื่ม อร่อยลงตัวแบบพอดี๊พอดี เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่ไม่ควรพลาดเลย เปิดบริการทุกวัน ตั้งเวลา 07.30 - 17.00 น.

พิกัดที่ 10 : เขาตังกวน



สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.สงขลา ต้องที่นี่เลย "เขาตังกวน" สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบทั้งฝั่งทะเลเเละฝั่งเมือง บนยอดประดิษฐานเจดีย์พระธาตุคู่เมือง ซึ่งสร้างในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช นอกจากเจดีย์พระธาตุแล้ว ยังมีประภาคาร ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และศาลาพระวิหารแดง เรื่องความสวยงามและทัศนียภาพโดยรอบนั้นไม่ต้องเอ่ยถึง เพราะสวยงามเกินกว่าจะบรรยายได้ จึงทำให้ที่นี่กลายแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดสงขลา


มาถึงข้อมูลสำคัญที่ทุกคนอยากรู้ว่าทำไมถึงถ่ายรูปออกมาได้แบบ โอโห้!! สวยทุกมุม คมชัดทุกภาพ ครั้งนี้ เพจ Lazy Coup พร้อมมาบอกตามคำเรียกร้อง เริ่มต้นกันที่พระเอกของทริปนี้กล้องถ่ายภาพ "Sony A7C" ตามมาด้วยสมาร์ทโฟนรุ่น "OPPO Find X3 Pro" ประกบคู่มากับ Gadget อย่าง "เครนโทรศัพท์มือถือ" และ "GoPro" ปิดท้ายด้วย "หูฟัง Sony แบบครอบหู" เห็นแต่ละไอเท็มแล้ว ใครที่กำลังเล็งอยู่ อย่ารอช้า!! ต้องจัดแล้วแหละ ยิ่งรูดผ่าน "บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ เพราะสามารถเลือกได้ทั้งแบบรูดเต็ม และผ่อนชำระ แล้วแต่สะดวกกันไปเลย

1. สายรูดเต็ม : "โปรโมชั่นรูดหมวดไหนก็ได้ Cash Back" รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3% เพียงมียอดใช้จ่ายสะสมตามหมวดที่ร่วมรายการ เพิ่มเติมคลิก นอกจากจะได้คะแนนสะสมแล้ว ยังสามารถทำรายการ "0% สั่งได้ทุกอย่าง" ได้ด้วยนะ (แต่ถ้าทำรายการ 0% สั่งได้ทุกอย่าง จะไม่ได้รับคะแนนสะสม) เพิ่มเติมคลิก

2. สายผ่อน : "ผ่อนกล้อง และอุปกรณ์ถ่ายภาพ O% สูงสุด 24 เดือน*" พร้อมรับเงินเครดิตคืนสูง บอกเลยว่าผ่อนชิลล์สบายมากเว่อร์ เพิ่มเติมคลิก
 


ทริปนี้ขอแนะนำ "The Habita Hotel" โรงแรมทันสมัยแห่งนี้ใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที จากตลาดกิมหยง ห่างจากวัดหาดใหญ่ และท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ 15 กม. ภายในถูกตกแต่งเน้นโทนสีเทาดำน้ำตาล ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆก็ครบครัน และยิ่งใช้ "บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" จองผ่าน Booking ก็ได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 10% เพิ่มเติมคลิก



สำหรับทริปนี้ตัวช่วยในเรื่องของความคุ้มค่าในการใช้จ่ายต้องขออวยยศให้ "บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" บัตรเดียวตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะกิน เที่ยว ช้อป เติมน้ำมัน และอื่นๆอีกมากมาย เพราะมีโปรโมชั่นที่เหมาะสำหรับทุกคนนั่นก็คือ

1. "0% สั่งได้ทุกอย่าง" เวลาที่เรารูดค่าใช้จ่ายผ่านบัตรขั้นต่ำ 500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป และรวมยอดแบ่งชำระเริ่มต้น 3,000 บาทขึ้นไป ก็สามารถเปลี่ยนเป็นผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน ได้เลย (ไม่มีดอกเบี้ยเกิดขึ้นสักบาท) เพิ่มเติมคลิก

2. "#คืนทุกครั้งทันทีที่ใช้" รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3%* ครอบคลุมแทบทุกหมวดในชีวิต ยังไม่พอ!! สามารถตรวจสอบแทรคกิ้งยอดใช้ที่ร่วมแคมเปญ และยอดเงินคืนที่จะได้รับง่ายๆผ่านแอป "UCHOOSE" เพิ่มเติมคลิก

เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของทริป "สงขลา" กันแล้ว หวังว่าทริปนี้น่าจะช่วยเยียวยาจิตใจของหลายๆคนในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว อย่าลืมเตรียมแพ็คกระเป๋าไปตามรอยทั้ง 10 จุดในจังหวัดสงขลากันเลยนะ รับรองว่าทุกคนจะหลงรักจังหวัดนี้อย่างไม่รู้ตัวแน่นอน และที่สำคัญสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ​ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ช่วงนี้ยังคงน่าเป็นห่วงอยู่มาก กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ขอส่งกำลังใจให้กับคนไทยทุกคนฝ่าวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้ อย่าประมาทโดยเด็ดขาด ส่วนเวลาใช้จ่ายก็อย่าลืมใช้จ่ายผ่าน "บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม" รับรองว่าทุกทริป ทุกการใช้จ่ายของคุณจะคุ้มค่าอย่างแน่นอน



ย้อนกลับ   

บทความยอดนิยม

ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ก่อนใคร

สมัครรับข่าวสารได้ที่นี่