FirstChoice > Lifestyle > บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มที่สุดในปี 2026

บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มที่สุดในปี 2026

CashFinance

28 เม.ย. 2026

1 นาที

บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนคุ้มที่สุดในปี 2026

CashFinance

28 เม.ย. 2026

1 นาที

สรุปสั้นๆ:

  • บัตรกดเงินสด: เหมาะสำหรับเงินสำรองฉุกเฉิน จุดเด่นคือไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนล่วงหน้า 3% และผ่อนสินค้า 0% ได้ยาวกว่าบัตรเครดิตทั่วไป
  • บัตรเครดิต: เหมาะสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพื่อรับแต้มหรือเครดิตเงินคืน แต่มีค่าธรรมเนียมสูงหากนำไปกดเงินสด
  • สินเชื่อส่วนบุคคล: เหมาะสำหรับเงินก้อนใหญ่เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์เฉพาะ โดยมีการกำหนดระยะเวลาคืนเงินที่แน่นอน

 


ในสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่หลายคนเผชิญภาวะเงินขาดมือ สินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบต่างๆ กลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการพยุงสภาพคล่อง แต่ก่อนจะตัดสินใจเลือกเครื่องมือทางการเงินชิ้นไหน เราควรทำความเข้าใจความแตกต่างของ "บัตรกดเงินสด" "บัตรเครดิต" และ "สินเชื่อส่วนบุคคล" เพื่อเลือกสิ่งที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

บัตรกดเงินสด คืออะไร

บัตรกดเงินสด คือ สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่งที่ให้เราสามารกดเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ตามวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อคืนเงินต้นก็จะได้วงเงินสินเชื่อคืนมาโดยอัตโนมัติ และสามารถกดเงินสดออกมาได้โดยไม่ต้องขออนุมัติวงเงินสินเชื่อใหม่

จุดเด่นที่สำคัญ:

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% : เมื่อกดเงินสดในจำนวนไม่เยอะมาก จึงทำให้ประหยัดกว่าบัตรเครดิตทั่วไป
  • ผ่อนสินค้า 0% : ได้มากกว่า 10 เดือน ซึ่งยาวกว่าบัตรเครดิตทั่วไป
  • ดอกเบี้ยคิดตามจริง: คิดดอกเบี้ยรายวันตามจำนวนเงินที่ใช้จริง ไม่ใช้ไม่เสียดอกเบี้ย เมื่อคืนเงินต้นวงเงินจะกลับคืนมาทันที
  • ความยืดหยุ่นสูง: สามารถเลือกชำระขั้นต่ำ หรือเลือกแบบแบ่งชำระรายเดือนได้
  • สมัครง่าย! อนุมัติไว: ด้วยเอกสารไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องมีคนค้ำประกัน จึงทำให้ได้เงินด่วนทันใจ วงเงินสูง

 

ข้อดีของบัตรกดเงินสด คือ ไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสด ดอกเบี้ยคิดรายวันตามจำนวนเงินที่ใช้ และเมื่อคืนเงินต้น วงเงินก็จะกลับคืนมาอัตโนมัติ โดยสามารถชำระคืนขั้นต่ำได้ จึงมีความยืดหยุ่นสูง ด้วยเหตุนี้ คนจำนวนมากจึงใช้บัตรกดเงินสดเป็นแหล่งเงินสำรองยามฉุกเฉิน เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องใช้เงินในการรักษาพยาบาล ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ หรือเพิ่มสภาพคล่องในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเงินเดือนออก

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ข้อดีอีกข้อของบัตรกดเงินสดคือ สามารถใช้ผ่อนชำระสินค้าและบริการต่างๆ ที่ร่วมรายการได้ เช่น ผ่อนโทรศัพท์ หรือผ่อนโน๊ตบุ๊ค ด้วยบัตรกดเงินสด ซึ่งจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือไม่เสียดอกเบี้ยเลย และมีระยะเวลาการผ่อนชำระนานกว่าการใช้บัตรเครดิต

บัตรกดเงินสด VS บัตรเครดิต VS สินเชื่อส่วนบุคคล

คนส่วนใหญ่มักจะนำบัตรกดเงินสดไปเปรียบเทียบกับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บัตรกดเงินสดเป็นบัตรที่อยู่ระหว่างบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยนำข้อดีของสินเชื่อทั้งสองแบบมารวมกัน กล่าวคือ บัตรกดเงินสดสามารถกดเงินได้ 24 ชั่วโมง ตามวงเงินที่ได้อนุมัติ เหมือนบัตรเครดิต แต่บัตรกดเงินสดจะไม่มีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินล่วงหน้า 3% และไม่คิดภาษีมูลค่าเพิ่มต่อปี 7%

เมื่อเทียบกับสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสดมีโอกาสอนุมัติผ่านง่ายกว่า เอกสารไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้คนค้ำ หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินสูง ไม่ต้องยื่นกู้ขอสินเชื่อใหม่ แค่ผ่อนชำระเงินต้น วงเงินก็จะกลับคืนมาอัตโนมัตินั่นเอง

  บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล
การรับเงิน กดผ่าน ATM/โอนเข้าบัญชี รูดซื้อสินค้า/กด ATM โอนเงินก้อนเข้าบัญชีครั้งเดียว
วงเงินกู้ เมื่อชำระเงินต้นจะได้จำนวนวงเงินคืน ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติสินเชื่อใหม่ เมื่อชำระเงินต้นจะได้จำนวนวงเงินคืน ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติสินเชื่อใหม่ อนุมัติเป็นรายครั้ง โอนเงินก้อนเข้าบัญชีผู้กู้ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นวงเงินกู้ครั้งใหม่ได้
รูปแบบดอกเบี้ย คิดดอกเบี้ยเป็นรายวันแบบลดต้นลดดอก นับตั้งแต่วันที่กดเงินออกไป คิดดอกเบี้ยตามยอดเงินค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและยอดคงค้างจากการจ่ายขั้นต่ำ  คิดดอกเบี้ยเป็นรายวันแบบลดต้นลดดอก หรือตามที่สัญญาเงินกู้กำหนด
การผ่อนชำระเงินกู้ ผ่อนชำระมาก ปิดยอดได้ไว สามารถเลือกชำระเต็มจำนวนเพื่อไม่ต้องเสียดอกเบี้ย หรือชำระขั้นต่ำ มักมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการชำระ เช่น 24 งวด
การผ่อนชำระสินค้าและบริการ สามารถทำได้ สามารถทำได้ ไม่สามารถทำได้
หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่มี ไม่มี มี
กดเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ 24 ชั่วโมง ได้ ได้  ไม่ได้
ค่าธรรมเนียมการกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม มี มี (ไม่มีบริการนี้)
การผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ของยอดเงินตามใบแจ้งยอดแต่ละเดือน (ไม่น้อยกว่า 500 บ.) 10% ของยอดค่าใช้จ่าย ตามสัญญาเงินกู้ที่ตกลงไว้กับธนาคาร
อัตราดอกเบี้ย ไม่เกิน 25% ต่อปี ไม่เกิน 16% ต่อปี ไม่เกิน 25% ต่อปี
ค่าธรรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า ไม่มี 3% ของจำนวนเงินที่เบิกถอน (+Vat  7%) ไม่มี
วัตถุประสงค์หลัก เงินสำรองฉุกเฉิน/ผ่อนสินค้า ใช้จ่ายรายวัน/สะสมแต้ม เงินก้อนใหญ่/รวมหนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบัตรกดเงินสดจะมีดอกเบี้ยสูงกว่า แต่เมื่อไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดก็อาจจะน้อยกว่าบัตรเครดิตที่มีค่าใช้จ่ายจุกจิกแบบแฝงอยู่ก็เป็นได้

บัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์ ดอกเบี้ยต่ำ ไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3%

หากคุณกำลังมองหาบัตรกดเงินสดดอกเบี้ยต่ำ เพียง 25% ต่อปี ไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า และอนุมัติเร็วภายใน 30 นาที กรุงศรีเฟิร์สชอยส์คือคำตอบ แม้ว่าบัตรกดเงินสดจะมีดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัตรเครดิต แต่หากจ่ายคืนเต็มจำนวนภายใน 30 วัน จะไม่มีค่าเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% และไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มต่อปี ทำให้เมื่อรวมยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับดอกเบี้ยแล้ว ยังน้อยกว่าบัตรเครดิต Save เงินได้มากกว่า 55%*

สิทธิประโยชน์ของบัตรกดเงินสดกรุงศรีเฟิร์สชอยส์

  • วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ ฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่ 12,000 บาท
  • เบิกถอนได้ 24 ชั่วโมงที่ตู้เอทีเอ็มของทุกธนาคาร
  • บัตรกดเงินสดกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินล่วงหน้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน
  • กดเงินผ่าน ATM ได้สูงสุด 3 ครั้งต่อวัน สูงสุดถึง 90,000 บาทต่อวัน
  • ผ่อนชำระสินค้าและบริการได้นานสูงสุด 36 เดือน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน ทอง ยางรถยนต์ ก็สามารถผ่อนชำระได้
  • บัตรกดเงินสดกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ

อ่านรายละเอียดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ที่นี่

ทำไม "บัตรกดเงินสดกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์" ถึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า?

  • ช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า 55%* เมื่อกดเงินสด 10,000 บาท และชำระคืนครบใน 30 วัน จะเสียดอกเบี้ยน้อยกว่ากดเงินสดจากบัตรเครดิต สามารถดูวิธีคำนวณดอกเบี้ยยอดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่
  • อนุมัติไว ทันใจทุกเรื่องฉุกเฉิน ทราบผลอนุมัติเร็วสุดภายใน 30 นาที พร้อมรับวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือคนค้ำประกัน
  • บัตรเดียวครบ นอกจากจะเป็นเงินสดสำรองพร้อมใช้ยามฉุกเฉินแล้ว ยังเป็นบัตรผ่อนสินค้า 0% และจ่ายทุกกที่ ที่มีสัญลักษณ์ VISA (ผ่านวงเงินสินเชื่อ) ได้อีก หากสมัครบัตรเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า ก็ยังสามารถใช้เป็นบัตรเครดิตได้อีกด้วย

 

Financial Tip: การมีบัตรกดเงินสดติดตัวไว้ไม่ใช่การสร้างหนี้ แต่คือการมี "แผนสำรองทางการเงิน" ที่ดีที่สุดในวันที่ต้องการสภาพคล่อง โดยเฉพาะบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝงอย่างเฟิร์สช้อยส์

อ่านรายละเอียดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม คลิก
สมัครบัตรกดเงินสดออนไลน์ คลิก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรเครดิต ต่างกันอย่างไร? (FAQs)

Q1 : บัตรกดเงินสด กับ บัตรเครดิต ต่างกันอย่างไร?

A1 : จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ "ค่าธรรมเนียมการกดเงินสด" โดยบัตรกดเงินสดจะไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอน 3% และไม่มี VAT 7% ทำให้ประหยัดกว่าบัตรเครดิตเมื่อต้องการเงินสดทันใจ นอกจากนี้บัตรกดเงินสดยังมักมีระยะเวลาผ่อนชำระสินค้า 0% ที่นานกว่าบัตรเครดิตทั่วไป

 

Q2 : ทำไมบัตรเครดิต เฟิร์สช้อยส์ ถึงกดเงินสดไม่มีค่าเบิกถอนล่วงหน้า 3% และผ่อนสินค้า 0% ได้นานกว่าบัตรเครดิตทั่วไป?

A2 : บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ให้บริการทั้ง 2 วงเงิน โดยสามารถรูดใช้จ่ายผ่านวงเงินบัตรเครดิต หรือ ผ่อนชำระสินค้า และกดเงินสดผ่านวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคล ในบัตรเดียว โดยไม่ต้องพกบัตรหลายใบ จึงช่วยทำให้ประหยัดกว่าการใช้บัตรเครดิตอื่นๆ ทั่วไป ในแง่ของการกดเงินสดในจำนวนไม่มาก และผ่อนสินค้า 0% ได้นานกว่า

 

Q3 : กดเงินสดจากบัตรกดเงินสด กับบัตรเครดิต แบบไหนเสียดอกเบี้ยถูกที่สุด?

A3 : สำหรับบัตรกดเงินสด อัตราดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก โดยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินจะคิดที่ 25% ต่อปี สำหรับบัตรเครดิต ดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรกดเงินสด (เช่น 16% ต่อปี) แต่จะมี ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% + VAT 7% เมื่อกดเงินสดยอด 10,000 บาท และชำระคืนครบใน 31 วัน จะคำนวณได้ ดังนี้

บัตรกดเงินสด
ดอกเบี้ย: 10,000 × 25% × 31 / 365 = 212.33 บาท
ยอดที่ต้องจ่ายคืนรวม = 10,212.33 บาท

บัตรเครดิต
ดอกเบี้ย: 10,000 × 16% × 31 / 365 = 135.89 บาท
ค่าธรรมเนียมเบิกถอนล่วงหน้า 3% : 10,000 × 3% = 300 บาท
VAT 7% จากค่าธรรมเนียม : 300 × 7% = 21 บาท

ยอดที่ต้องจ่ายคืนรวม = 10,456.89 บาท

จะเห็นได้ชัดว่าเมื่อกดเงินสดในจำนวนไม่มากนัก และคืนครบในระยะเวลา 30 วัน เช่น การหมุนเงินมาใช้ชีวิตประจำวันก่อนเงินเดือนออก หรือใช้จ่ายฉุกเฉินค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเทอม จำนวนเล็กน้อย 10,000 - 20,000 บาท จะทำให้การกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดประหยัดกว่าบัตรเครดิตทั่วไป

สามารถดูวิธีคำนวณดอกเบี้ยยอดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่


Q4 : บัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล เลือกอะไรดี?

A4 : เลือก บัตรกดเงินสด หากคุณต้องการ "วงเงินสำรอง" ที่มีความยืดหยุ่น กดใช้เมื่อไหร่ก็ได้และจ่ายคืนตามจริง แต่ถ้าคุณต้องการ "เงินก้อนใหญ่" เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (เช่น รวมหนี้หรือต่อเติมบ้าน) และต้องการงวดผ่อนชำระที่แน่นอนในแต่ละเดือน สินเชื่อส่วนบุคคล จะตอบโจทย์มากกว่า

บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
สินเชื่อส่วนบุคคล : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้ตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 3% - 25% ต่อปี

 

บัตรเครดิตเฟิร์สช้อยส์ เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล


สมัครบัตรเครดิตเฟิร์สช้อยส์ได้ที่นี่

สมัครบัตรทันที

 

สาขาเฟิร์สช้อยส์

ค้นหาสาขาใกล้บ้านคุณ

บลูพลัส เมมเบอร์

อัปเกรดสิทธิ์ ชีวิตพริวิลเลจ
อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่า เฉพาะสมาชิกพริวิเลจ บลูพลัส