ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อ

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี  เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
1.    สัญญาฉบับนี้ได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ ซึ่งหมายถึง ผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (“สินเชื่อส่วนบุคคล”), บัตรเครดิต และ/หรือสินเชื่อทุกชนิดทุกประเภท ที่ให้บริการโดย หรือรับโอนสิทธิมาโดย หรือออกโดยบริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (“บริษัท”)  โดย
1.1.    สำหรับสมาชิกที่ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สมาชิกตกลงยินยอมผูกพันและปฎิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานี้ทุกประการ หรือ
1.2.    สำหรับสมาชิกที่ใช้บริการบัตรเครดิต สมาชิกตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนด ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการบัตรเครดิต  รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ ซึ่งสมาชิกสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.firstchoice.co.th หรือตามช่องทางอื่นใดที่บริษัทกำหนดโดยสมาชิกไม่จำเป็นต้องลงนาม ทั้งนี้ ในกรณีที่สมาชิกร้องขอ บริษัทอาจจัดส่งสัญญาดังกล่าวให้แก่สมาชิกในภายหลัง   ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ในสัญญาไม่มีผลเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือทำให้ภาระหนี้ใด ๆ ของสมาชิกที่มีขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวสิ้นสุดลงแต่อย่างใด

2.    ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ บริษัทตกลงให้สินเชื่อแก่สมาชิกและสมาชิกตกลงรับสินเชื่อตามวงเงินที่บริษัทอนุมัติ 
วงเงินสินเชื่อที่บริษัทอนุมัติตามวรรคแรกเป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลดวงเงิน)ในภายหลังโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน, ประวัติการชำระหนี้ของสมาชิก รวมถึงระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิกของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท  ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อดังกล่าวไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระสินเชื่อที่สมาชิกได้เบิกใช้ไปแล้ว
3.    สมาชิกตกลงว่า
3.1.    ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ
(ก)    สินค้า/บริการที่จะใช้สินเชื่อตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด  ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราวสมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อหรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่บริษัทและ/หรือบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้าหรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ และ
(ข)     สมาชิกตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนสมาชิก และให้ถือว่าสมาชิกได้เบิกใช้สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า   และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของสมาชิก
3.2.    ในกรณีการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อครั้งแรกตามวิธีต่างๆ ในข้อ 4 (ยกเว้นการทำธุรกรรมทางเครื่อง ATM) สมาชิกตกลงให้บริษัทส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากที่สมาชิกมีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้องหรือตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และให้ถือว่าสมาชิกได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่บริษัทนำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าสมาชิกจะได้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม
4.    ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3.2) สมาชิกสามารถขอรับต้นเงินกู้เพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สมาชิกตกลงว่าการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทอาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังนั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าธนาคาร, รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของสมาชิก
4.1.    การทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือผ่านระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของทางบริษัท โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น  สมาชิกตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งหมด  เปรียบเสมือนสมาชิกได้ทำคำขอเบิกใช้ต้นเงินกู้ด้วยตัวเอง ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกใช้ทางช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่สมาชิกได้รับตามสัญญากู้ที่สมาชิกทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
4.2.    สำหรับสมาชิกที่สามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) สมาชิกสามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ  โดยสมาชิกรับทราบว่าอาจต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าว 
5.    สมาชิกตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้แก่บริษัทดังต่อไปนี้
5.1.    ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับบริษัท (รวมเรียกว่า “ค่าธรรมเนียมสินเชื่อหรือบัตรเครดิต”) เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามอัตราที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่สมาชิกได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัทหรือวันที่บันทึกรายการบัตรเครดิต ตามแต่ผลิตภัณฑ์ 
5.2.    ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่บริษัทได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของบริษัท และในกรณีการติดตามทวงถามหนี้ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใด ๆ สมาชิกตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัทจนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.3.    กรณีสินเชื่อส่วนบุคคล สมาชิกรับทราบและตกลงว่าค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัญชี (รวมถึงการเบิกใช้เงินสด) เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับบริษัท ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาทเพื่อเรียกเก็บกับบริษัท ทั้งนี้สมาชิกสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก:
กรณีบัตรVISA: http://corporate.visa.com/pd/consumer_services/consumer_ex_rates.jsp
นอกจากนี้ สมาชิกรับทราบและตกลงให้บริษัทคิดค่าคามเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่เกินร้อยละ 2.5 จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น
6.    สมาชิกตกลงชำระคืนสินเชื่อเป็นรายงวดต่อเดือนตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะส่งใบแจ้งยอดบัญชี (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดปกติหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และสมาชิกตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใด ๆ ให้แก่บริษัทภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ในกรณีที่สมาชิกชำระเงินเข้าบัญชีก่อนวันที่ถึงกำหนดในงวดใด ๆ ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเพื่อหักหนี้คงค้างของสมาชิก ณ วันที่บริษัทได้รับชำระเงินจากสมาชิก 
กรณีที่สมาชิกไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี บริษัทจะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่สมาชิกโต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้สมาชิกทราบโดยเร็วที่สุด หากสมาชิกเพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่สมาชิกจะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้องและความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของสมาชิกเอง ทั้งนี้สมาชิกต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี
7.    สมาชิกตกลงชำระค่างวด  ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้โดยการชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทกำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินและ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัตตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด 
สมาชิกยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากสมาชิกไปชำระตามลำดับก่อนหลังดังนี้คือ ดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน, ค่าปรับ, ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่บริษัทเรียกเก็บและถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่ และหากยังมีเงินคงเหลือจึงนำไปชำระหนี้สินเชื่อที่ถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่ต่อไป หรือนำไปชำระตามลำดับก่อนหลัง หรือในลำดับก่อนหลังตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี 
8.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด สมาชิกอาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนถึงกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยสมาชิกต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และสมาชิกต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัททั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป 
9.    กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา 
9.1.    สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใด ๆ  หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสมาชิกอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น 
9.2.    สมาชิกไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้ 
9.3.    สมาชิกถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
9.4.    สมาชิกถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
9.5.    สมาชิกแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อบริษัท หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงอันมีผลให้บริษัทเห็นว่าสมาชิกมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้ 
9.6.    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของบริษัท
9.7.    สมาชิกไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อบริษัทหรือบริษัทไม่สามารถติดต่อสมาชิกได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
9.8.    สมาชิกได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม 
9.9.    ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ  
9.10.    กรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญแก่บริษัท เช่น การระงับหรือยกเลิกการใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลกรณีที่บริษัทตรวจพบการทุจริต หรือพบว่าการให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
10.    เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญา ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 9.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด บริษัทมีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้ผลิตภัณฑ์ชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่บริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวให้แก่สมาชิกตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้  เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้สมาชิกดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด (ในกรณีที่สามารถแก้ไขได้) บริษัทมีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้ทันที พร้อมทั้งเรียกให้สมาชิกชำระคืนเงินที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ, ค่าปรับ , ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่สมาชิกมีต่อบริษัทได้ทันที และสมาชิกตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใด ๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าบริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่สมาชิกแต่ประการใด
11.    ในระหว่างที่มีเหตุผิดสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มอบให้กับสมาชิก รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีที่สมาชิกได้รับอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษ (ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 5.1) โดยเมื่อมีเหตุผิดสัญญาเกิดขึ้น บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษที่สมาชิกได้รับให้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่ออัตราปกติ จนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่บริษัทต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า
12.    ในกรณีที่บัตรสูญหาย หรือถูกโจรกรรม หรือสมาชิกประสงค์ขอระงับการใช้บัตร สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ สมาชิกต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้ง หากปรากฏโดยชัดแจ้งว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของสมาชิกเองสำหรับกรณีการเบิกใช้เงินสด สมาชิกจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่เบิกตลอดจนค่าธรรมเนียมการเบิกใช้เงินสดล่วงหน้าจนกว่าบริษัทจะได้รับแจ้งว่าสมาชิกประสงค์จะขอระงับการใช้บัตรและ บริษัทได้ระงับการให้บริการบัตรแล้ว

13.    ในกรณีที่สมาชิกย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน สมาชิกจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้บริษัททราบทันทีโดยทำเป็นหนังสือหรือตามวิธีที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้สมาชิกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ บรรดาเอกสาร หรือหนังสือใด ๆ ที่บริษัทส่งไปยังสมาชิก ไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือให้คนนำไปส่งเองก็ตาม ถ้าหากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือที่ทำงานตามที่แจ้งไว้ให้ถือว่าส่งให้สมาชิกแล้วโดยชอบ ทั้งนี้ไม่จำต้องคำนึงว่าจะถึงตัวสมาชิกหรือมีผู้ใดรับไว้หรือไม่ก็ตาม

14.    สมาชิกยินยอมให้บริษัทโอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยบริษัทจะส่งคำบอกกล่าวการโอนให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

15.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท

16.    บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและทาง www.firstchoice.co.th ล่วงหน้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมายหรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่สมาชิกซึ่งมีผลใช้บังคับได้ทันที บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบ (30) วันหลังมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และสมาชิกตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น

17.    ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่สมาชิกได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมาย   ให้ส่วนอื่น ๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น
สมาชิกได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อภายใต้สัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของสมาชิกทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์  ทั้งนี้ บริษัทจะทำการแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อให้สมาชิกทราบต่อไป
 

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี  เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

ในสัญญานี้หากไม่กำหนดไว้โดยเฉพาะเป็นอย่างอื่นแล้ว
“ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ” หมายถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินตามอัตราที่ระบุในข้อ 5.1r-spacing: 0pของสัญญานี้

“บริษัท” หมายถึง บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
“บัตร” หมายถึง กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ดที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือบัตร (บัตรหลัก) และให้แก่บุคคลตามที่ผู้ถือบัตรหลักร้องขอ (บัตรเสริม)
“ผู้ถือบัตร” หมายถึง ผู้ที่บริษัทได้อนุมัติให้เป็นสมาชิกของบริษัทเพื่อใช้บริการบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลและส่งมอบบัตรให้ใช้ในฐานะผู้ถือบัตรหลักและผู้ถือบัตรเสริม

ก่อนการเปิดใช้บริการบัตร การลงลายมือชื่อหลังบัตรและ/หรือการใช้วงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ ผู้ถือบัตรกรุณาอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ตามสัญญานี้ เพราะโดยการลงลายมือชื่อหลังบัตร การเปิดใช้บริการบัตร การใช้บัตรนี้และ/หรือการใช้วงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ของผู้ถือบัตรจะถือว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญานี้ทุกประการและถือว่าให้สัญญาฉบับนี้เป็นสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรหรือวงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ที่ผู้ถือบัตรทำขึ้นกับบริษัทก่อนหน้านี้และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับดังกล่าวโดยไม่ถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือทำให้สิทธิและ/หรือหน้าที่ใดๆ ของคู่สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่จำเป็นที่ผู้ถือบัตรต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ อีก
1. คุณสมบัติของบัตรและวัตถุประสงค์การใช้บัตร
1.1 บัตรนี้เป็นการรวมวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และสินเชื่อเงินสดให้อยู่ในบัตรเพียงใบเดียวโดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้วงเงินประเภทต่างๆ ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ (รวมถึงการเบิกถอนเงินสด) ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้สินค้าและ/หรือบริการไปใช้ในการประกอบธุรกิจของผู้ถือบัตรหรือบุคคลอื่นๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ผิดกฎหมายหรือที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
1.2 วงเงินที่ผู้ถือบัตรได้รับภายใต้บัตรนี้ประกอบไปด้วย (1) วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต (2) วงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และ (3) วงเงินสินเชื่อเงินสด โดยจำนวนวงเงินที่ผู้ถือบัตรได้รับในแต่ละวงเงินจะเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรตามหลักเกณฑ์ของบริษัท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้บัตร ประวัติการชำระเงิน ลักษณะการใช้บัตรและ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยการใช้วงเงินในแต่ละประเภทจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานี้
1.3 นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญานี้ วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตจะเป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการบัตรเครดิต และวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และวงเงินสินเชื่อเงินสดจะเป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อส่วนบุคคล
2. สิทธิหน้าที่ของผู้ถือบัตร
2.1 บัตรที่บริษัทออกให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทซึ่งมอบให้ผู้ถือบัตรเป็นผู้ใช้เท่านั้น ผู้ถือบัตรจะไม่จำหน่ายหรือโอนสิทธิตามบัตรและ/หรือสัญญานี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลอื่นใดรวมทั้งต้องไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใดใช้บัตรแทนและ/หรือลงลายมือชื่อแทนในทุกกรณี ทั้งนี้ผู้ถือบัตรจะต้องลงลายมือชื่อในช่องที่กำหนดไว้ด้านหลังบัตรทันทีที่ได้รับบัตร การลงลายมือชื่อหลังบัตรและ/หรือการใช้บัตรนี้ ให้ถือว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญานี้ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นใดที่จะได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยบริษัทในอนาคต
2.2 ในการใช้บัตรนี้ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรในการเบิกเงินสดล่วงหน้าหรือใช้บัตรนี้ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ตามลักษณะวงเงินแต่ละประเภทภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากบริษัท ทั้งนี้บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อนุมัติและไม่รับผิดชอบวงเงินจากการใช้บัตรที่เป็นการฝ่าฝืนวัตถุประสงค์ของการใช้บัตร หรือเป็นการฝ่าฝืนตามข้อ 3.1 โดย (ก) ในการใช้บัตรในการซื้อสินค้าและ/หรือบริการตามร้านค้าหรือสถานที่ให้บริการที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์บัตรติดตั้งอยู่จะเป็นการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตโดยผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ 6 ของสัญญานี้ (ข) ในการใช้บัตรในการเบิกเงินสดล่วงหน้าจะเป็นการใช้วงเงินสินเชื่อเงินสดโดยผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ 7 ของสัญญานี้ และ (ค) ในการใช้บัตรในการชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแบบผ่อนชำระ จะเป็นการใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า โดยผู้ถือบัตรต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อ 8 ของสัญญานี้ ทั้งนี้ในการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าว (รวมถึงการหักชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ผ่านบัญชีบัตรของผู้ถือบัตร) ผู้ถือบัตรตกลงให้ข้อสัญญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมต่างๆ ดังกล่าว (ถ้ามี) ไม่ว่าจะมีการลงนามโดยผู้ถือบัตรหรือไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้ และตกลงยอบรับในข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุในสัญญาดังกล่าวทุกประการ
2.3 ในกรณีที่ผู้ถือบัตรใช้วงเงินใดวงเงินหนึ่ง (หรือทั้งหมด) เกินกว่าวงเงินที่บริษัทกำหนดโดยได้รับอนุมัติจากบริษัทเป็นครั้งคราวไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม ไม่ถือว่าการอนุมัตินั้นเป็นการเพิ่มวงเงินถาวรให้ผู้ถือบัตร และผู้ถือบัตรตกลงยินยอมรับผิดชอบในการชำระหนี้ส่วนที่เกินวงเงินที่ใช้ไปให้กับบริษัททั้งจำนวน โดยผู้ถือบัตรไม่สามารถเลือกชำระขั้นต่ำตามข้อ 4.1 ได้ในกรณีนี้
2.4 นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ตามข้อ 3.2 ผู้ถือบัตรตกลงว่าวงเงินต่างๆ ภายใต้บัตรที่บริษัทอนุมัติให้ผู้ถือบัตรนั้นเป็นวงเงินที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาเปลี่ยนแปลง (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลด) ในภายหลังได้ตามหลักเกณฑ์ของบริษัท โดยบริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเพิ่มหรือลดวงเงินต่างๆ ของผู้ถือบัตร (รวมถึงการยกเลิกวงเงินเบิกเงินสด) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ถือบัตร ลักษณะการใช้บัตร ประวัติการชำระเงิน และ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรสามารถทำการตรวจสอบวงเงินของผู้ถือบัตรได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท
2.5 ในกรณีที่บริษัทอนุมัติออกบัตรเสริมแก่ผู้ถือบัตรเสริมแล้ว ผู้ถือบัตรหลักตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียมต่างๆ) ที่เกิดขึ้นจากหรือเป็นผลมาจากการที่บริษัทออกบัตรให้แก่ผู้ถือบัตรเสริมและ/หรือการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมตามที่ผู้ถือบัตรหลักร้องขอให้แก่บริษัทโดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดเรื่องความสามารถทางกฎหมายของผู้ถือบัตรเสริมและจะไม่ยกข้อจำกัดดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อปฏิเสธความรับผิดดังกล่าว หรือเป็นข้อโต้แย้งสิทธิของบริษัทในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเช่นว่านั้นทั้งหมดจากผู้ถือบัตรหลัก และผู้ถือบัตรหลักตกลงว่าการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมในการเบิกใช้สินเชื่อตามวงเงินสินเชื่อต่างๆ ภายใต้บัตรนี้เป็นการกระทำภายใต้อำนาจของผู้ถือบัตรหลักทุกประการโดยผู้ถือบัตรหลักจะไม่ปฏิเสธความรับผิดใดๆ ที่เกิดจากการใช้บัตรของผู้ถือบัตรเสริมไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม นอกจากนี้ผู้ถือบัตรเสริมตกลงรับผิดร่วมกันกับผู้ถือบัตรหลักในฐานะลูกหนี้ร่วมเพื่อชำระเงินค่าสินค้าและ/หรือบริการอันเกิดจากการใช้บัตร รวมทั้งดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้แก่บริษัท ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทติดตามหนี้จากผู้ถือบัตรหลักหรือผู้ถือบัตรเสริมรายใดรายหนึ่ง ไม่ถือเป็นการตัดสิทธิบริษัทในการติดตามหนี้จากผู้ถือบัตรที่เหลือจนกว่าบริษัทจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนหมดสิ้นแล้วทั้งจำนวน
2.6 ในการใช้บัตรเพื่อชำระค่าสินค้าหรือค่าใช้บริการแทนการชำระเงินสด (ไม่ว่าโดยการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตหรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า) ตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ผู้ถือบัตรจะแสดงบัตรต่อพนักงานของสถานประกอบการนั้น และลงลายมือชื่อในเอกสารการขายหรือการให้บริการ (Sales Slip)หรือบนเครื่องรับลายเซ็น (Electronic Sign Pad) หรืออุปกรณ์อื่นใดตามแบบที่บริษัทกำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการใช้บัตรแทนการชำระเงินทุกครั้ง ผู้ถือบัตรอาจขอรับใบเสร็จรับเงินจากสถานประกอบการได้แต่ใบเสร็จรับเงินดังกล่าวไม่ถือเป็นหลักฐานการชำระเงินของผู้ถือบัตรต่อบริษัทและไม่เป็นการปลดเปลื้องภาระรับผิดชอบของผู้ถือบัตรที่จะต้องชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่บริษัทจนครบถ้วน
2.7 ในกรณีที่ผู้ถือบัตรสั่งซื้อสินค้าโดยใช้บัตรชำระค่าสินค้าหรือค่าใช้บริการโดยการแจ้งหมายเลขบัตรด้วยวาจาหรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ขายสินค้าหรือแก่ผู้ให้บริการเพื่อทำการเรียกเก็บเงินจากบริษัท ผู้ถือบัตรและบริษัทตกลงดังนี้
(ก) กรณีผู้ถือบัตรทักท้วงว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือไม่ได้เป็นผู้ขอใช้บริการจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการหรือกรณีได้ถูกเรียกเก็บเงินไปแล้วบริษัทจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตรเว้นแต่บริษัทพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้ถือบัตรเองโดยบริษัทจะใช้สิทธิเรียกเก็บเงินคืนจากผู้ถือบัตรในภายหลัง โดยผู้ถือบัตรตกลงที่จะรับผิดในดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าวด้วย
(ข) ผู้ถือบัตรมีสิทธิขอยกเลิกการซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในระยะเวลา 45 วัน นับแต่วันที่สั่งซื้อหรือขอใช้บริการ หรือภายในระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการ กรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบสินค้าหรือบริการเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้ถือบัตรพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือไม่ได้ขอใช้บริการ หรือเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าแต่ได้รับไม่ตรงตามกำหนดเวลา หรือได้รับแล้วแต่ไม่ครบถ้วนหรือชำรุดบกพร่องหรือไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ บริษัทจะระงับการเรียกเก็บเงินจากผู้ถือบัตร หรือกรณีเรียกเก็บเงินไปแล้วถ้าเป็นการสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศบริษัทจะคืนเงินให้ผู้ถือบัตรภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่ผู้ถือบัตรแจ้ง ถ้าเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการจากต่างประเทศ บริษัทจะคืนเงินให้ภายในระยะเวลา 60 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้ถือบัตร
2.8 ในกรณีที่บัตรสูญหายหรือถูกโจรกรรมหรือมีการทำธุรกรรมผ่านบัญชีบัตรโดยบุคคลอื่น (ไม่ว่าโดยการใช้บัตรหรือไม่ก็ตาม) หรือผู้ถือบัตรประสงค์จะขอระงับการใช้บัตรไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวทันทีเพื่อทำการระงับการใช้บัตรและยกเลิกรหัสประจำบัตร ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการบัตรดังกล่าวภายใน 5 นาทีนับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง โดยผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในจำนวนภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนมีการแจ้งดังกล่าว (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าธรรมเนียมต่างๆ (ถ้ามี)) ทั้งนี้ หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้นและมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากภายหลังบริษัทตรวจสอบและพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นดังกล่าว (ไม่ว่าก่อนหรือหลังการแจ้ง) เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ถือบัตรหรือผู้ถือบัตรมีส่วนรู้เห็นด้วยผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในหนี้จำนวนดังกล่าวเต็มจำนวน ในกรณีที่ผู้ถือบัตรต้องการให้บริษัทออกบัตรให้ใหม่ ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร (ในส่วนที่ผู้ถือบัตรต้องรับผิดชอบ) และผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่และ/หรือรหัสประจำตัวใหม่ในอัตราที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบ หากผู้ถือบัตรพบบัตรที่สูญหายหรือได้รับบัตรที่สูญหายคืน ผู้ถือบัตรต้องทำการตัดบัตรดังกล่าวออกเป็น 2 ส่วน เพื่อป้องกันมิให้มีการนำบัตรดังกล่าวไปใช้ได้อีก
2.9 ผู้ถือบัตรให้ความยินยอมแก่บริษัทและบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลเครดิตอื่นๆ ที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ในการตรวจสอบหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และ/หรือข้อมูลเครดิต และ/หรือข้อมูลอื่นใดที่มีอยู่ในใบสมัครหรือการสื่อสารใดๆ ที่มีอยู่กับบริษัท บริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลเครดิตอื่นๆ ธนาคาร สถาบันการเงินและนิติบุคคลอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิต บริษัทประมวลผลข้อมูลอื่นๆ และบริษัทในเครือของบริษัท รวมถึงการส่งข้อมูลไปยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นต้น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาสินเชื่อ การสนับสนุน หรือการประเมินเครดิตของผู้ถือบัตรได้ แม้ว่าผู้ถือบัตรจะได้ปิดบัญชีหรือยกเลิกการใช้บริการของบริษัท ไปแล้วก็ตาม ทั้งนี้ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของ บริษัท ในการพิจารณาให้สินเชื่อหรือวัตถุประสงค์อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนดและผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทสามารถนำผลการตรวจสอบดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ถือบัตรว่ามีลักษณะเข้าข่ายกรณีต่างๆ ตามข้อ 3.2 หรือไม่
2.10 ผู้ถือบัตรยินยอมให้บริษัทเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ถือบัตรที่ให้ไว้กับบริษัท ทั้งในใบสมัคร หรือทางการสื่อสารใดๆ แก่บริษัทแม่ บริษัทในเครือและบุคคลอื่น รวมทั้งการใช้หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail address) และ/หรือหมายเลขวิทยุติดตามตัวของผู้ถือบัตรในการติดต่อสื่อสารหรือการส่งใบแจ้งหนี้และ/หรือส่งข้อมูลหรือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลเครดิตแก่ผู้ถือบัตรผ่านทางระบบสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต หรือคอมพิวเตอร์ หรือใช้ข้อมูลดังกล่าวในการเสนอสินค้าหรือบริการที่ บริษัทเห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ถือบัตรหรือเพื่อทบทวนวงเงินสินเชื่อ รวมทั้งการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (หากมี) โดยระบุจำนวนค้างชำระได้ และผู้ถือบัตรจะแจ้งให้บริษัททราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งนี้ สำหรับการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระ (ถ้ามี) นั้น ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าบริษัทจะทำการมอบหมายให้กับบุคคลอื่นเพื่อดำเนินการแทนบริษัทหรืออาจจะดำเนินการด้วยตนเองก็ได้ และให้ความยินยอมกับบริษัท และ/หรือตัวแทนของบริษัทในการดำเนินการติดต่อกับบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือบัตรในการติดตามทวงถามหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่จำเป็นหรือไม่สามารถติดต่อกับผู้ถือบัตรได้ พร้อมทั้งยินยอมให้บริษัทและ/หรือผู้แทนของบริษัททำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สินของผู้ถือบัตรให้กับบุคคลต่างๆ ดังกล่าวรวมถึงตกลงให้บริษัทสามารถรับชำระหนี้ใดๆ ตามบัตรของผู้ถือบัตรจากบุคคลอื่นได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการติดตามทวงถามหนี้ค้างชำระของผู้ถือบัตรและให้ความยินยอมนี้มีอยู่ตลอดไป แม้จะได้มีการยกเลิกบัญชีบัตรแล้วก็ตาม
2.11 ผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล อาชีพ สถานที่ทำงาน สถานที่อยู่ และรายละเอียดอื่นๆ โดยทำเป็นหนังสือหรือตามวิธีที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้ผู้ถือบัตรทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ทั้งนี้ บรรดาเอกสารหรือหนังสือใดๆ ที่บริษัทส่งไปยังผู้ถือบัตรไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือให้คนนำไปส่งเองก็ตาม หากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือที่ทำงานและ/หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ถือบัตรได้แจ้งไว้ ให้ถือว่าส่งให้ผู้ถือบัตรแล้วโดยชอบแล้วโดยไม่จำต้องคำนึงว่าจะถึงตัวผู้ถือบัตรหรือมีผู้ใดรับไว้หรือไม่ก็ตาม
2.12 หากบริษัทมิได้แจ้งยกเลิก เรียกคืน หรือระงับการใช้บัตรตามข้อ 3.2 ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรนี้ไปใช้ได้จนถึงวันที่บัตรหมดอายุซึ่งได้กำหนดไว้บนบัตร โดยการพิจารณาอนุมัติบัตรใหม่ให้กับผู้ถือบัตรนั้นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทซึ่งบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ต่ออายุบัตรให้กับผู้ถือบัตรที่คุณสมบัติไม่ตรงตามเกณฑ์ ทั้งนี้ หากบริษัทพิจารณาต่ออายุบัตรให้ ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับการต่ออายุบัตรนั้นโดยการขอเปิดใช้บัตรตามวิธีที่บริษัทกำหนด หรือในกรณีที่บริษัทไม่ต่ออายุบัตรให้ถือว่าสิทธิของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้สิ้นสุดลงโดยผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ใดๆ ที่คงค้างตามสัญญานี้ต่อไปจนกว่าจะชำระครบถ้วนหมดสิ้นทั้งจำนวน
2.13 ผู้ถือบัตรสามารถแจ้งบริษัทเพื่อยกเลิกการใช้บัตรเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งไปยังบริษัทและ/หรือโดยการตัดบัตรออกเป็น 2 ส่วนและส่งกลับคืนไปยังบริษัท โดยผู้ถือบัตรมีสิทธิได้รับการคืนค่าธรรมเนียมรายปีตามส่วนของระยะเวลาที่ยังมิได้ใช้บริการคืนจากบริษัทโดยจะต้องทำเรื่องขอคืนค่าธรรมเนียมภายใน 1 ปีนับจากวันที่แจ้งยกเลิก
2.14 ผู้ถือบัตรสามารถที่จะทำการขอเปลี่ยนแปลงปรับลดวงเงินสินเชื่อแต่ละประเภทหรือทั้งหมดของผู้ถือบัตรได้ตามวิธีและรูปแบบที่บริษัทกำหนด โดยถือว่าการเปลี่ยนแปลงวงเงินดังกล่าวมีผลผูกพันกับผู้ถือบัตรในทุกกรณีไม่ว่าจะได้มีการลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานหรือไม่ก็ตามและไม่ถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งในกรณีที่เป็นการเพิ่มวงเงินในส่วนที่เกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้าและ/หรือสินเชื่อเงินสด ผู้ถือบัตรรับทราบว่าจะต้องรับผิดชอบในค่าอากรตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ณ ขณะทำสัญญาในอัตราร้อยละ 0.05%) ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคำขอดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์และข้อกำหนดของบริษัท รวมถึงประกาศของหน่วยงานราชการและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. สิทธิหน้าที่ของบริษัท
3.1 บริษัทไม่รับผิดชอบในกรณีที่ ร้านค้า หรือผู้ประกอบการไม่รับบัตรหรือปฏิเสธการรับบัตรของผู้ถือบัตรในการทำธุรกรรมต่างๆ และไม่รับผิดชอบในข้อตกลงหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าหรือบริการซึ่งผู้ถือบัตรได้ทำไว้กับร้านค้าหรือสถานที่เหล่านั้น ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรตกลงว่าบริษัทมีสิทธิระงับการใช้บัตรในการทำธุรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งตามกฏหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนรวมถึงการใช้บัตรใดๆ ที่เป็นไปในลักษณะเชิงพาณิชย์หรือมีลักษณะการใช้บัตรที่ไม่เหมาะสม
3.2 กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา โดยผู้ถือบัตรตกลงว่าเพื่อประโยชน์ของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย บริษัทมีสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้บัตรและ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตร (ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม และวงเงินสินเชื่อใดๆ หรือทั้งหมด) เมื่อใดก็ได้ในกรณีที่เกิดเหตุผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ขึ้น
(ก) ผู้ถือบัตรแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในการสมัครเป็นผู้ถือบัตรไม่ว่าข้อความอันเป็นเท็จนั้นจะได้ปรากฏขึ้นหรือเป็นที่รับทราบของบริษัทก่อนหรือภายหลังการออกบัตรให้ผู้ถือบัตร
(ข) ผู้ถือบัตรไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้
(ค) ผู้ถือบัตรผิดนัดไม่ชำระหนี้ใดๆ ที่ค้างชำระเมื่อถึงกำหนดชำระไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใดๆ หรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ที่ค้างชำระกับบริษัทเมื่อถึงกำหนดชำระเป็นจำนวนรวมกันตั้งแต่ 2 งวดขึ้นไปภายในรอบ 6 เดือน
(ง) เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของผู้ถือบัตรหรือรายได้จากแหล่งที่มาต่างๆ (หรือผู้ถือบัตรมีภาระหนี้หรือวงเงินไม่ว่ากับบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่นสูงเกินกว่ารายได้) และบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถือบัตรเป็นผู้มีฐานะการเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตร หรือผู้ถือบัตรประสบปัญหาอื่นใดอันเป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ถือบัตร
(จ) บริษัทพบว่าผู้ถือบัตรใช้บัตรผิดวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญานี้และ/หรือมีพฤติกรรมหรือคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมในการใช้บัตรหรือเป็นสมาชิกผู้ถือบัตร รวมถึงการใช้บัตรเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ หรือมีพฤติกรรมการใช้บัตรในทางฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการปลอมและการใช้เอกสารปลอมในการขอใช้บัตร และ/หรือการกระทำอันมีลักษณะฟอกเงิน) หรือเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(ฉ) ผู้ถือบัตรถูกดำเนินคดีแพ่ง อาญาหรือถูกฟ้องล้มละลาย หรือเป็นบุคคลที่ถูกหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมอันถือได้ว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
(ช) ผู้ถือบัตรเสียชีวิต สาปสูญ หรือตกเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือตกเป็นบุคคลล้มละลายตามคำพิพากษา ตามแต่กรณี
(ซ) ผู้ถือบัตรไม่แสดงหรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเงินได้ขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดภายในระยะเวลาที่บริษัทกำหนด
(ฌ) เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย กฎกระทรวง และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญแก่การประกอบกิจการของบริษัทและ/หรือการให้บริการของบริษัทตามสัญญาฉบับนี้หรือบริษัทตัดสินใจยกเลิกการให้บริการบัตรตามสัญญานี้
(ญ) ในกรณีที่ผู้ถือบัตรไม่มียอดคงค้าง ไม่มีค่าใช้จ่ายผ่ายบัญชีของผู้ถือบัตร ไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่ได้มีการติดต่อกับบริษัท และ/หรือบริษัทไม่สามารถติดต่อผู้ถือบัตรได้(กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
(ฎ) กรณีอื่นๆ ตามที่บริษัทจะประกาศให้ทราบต่อไป
นอกจากสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้บัตรและ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตรดังกล่าวข้างต้น เมื่อมีเหตุผิดสัญญาและ/หรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาตามที่กำหนดไว้ข้างต้นไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใดและบริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวให้แก่ผู้ถือบัตรตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้เพื่อแจ้งถึงเหตุผิดสัญญา และเตือนให้ผู้ถือบัตรดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด (เฉพาะในกรณีที่สามารถแก้ไขได้) แล้ว บริษัทมีสิทธิระงับหรือบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้ทันที พร้อมทั้งเรียกให้ผู้ถือบัตรชำระคืนเงินที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่ผู้ถือบัตรมีต่อบริษัทได้ทันที และผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา
นอกจากนี้ ในกรณีที่บัตรหลักถูกระงับหรือถูกยกเลิก (รวมถึงกรณีที่ไม่ได้รับการต่ออายุบัตร) จะมีผลทำให้บัตรเสริมถูกระงับและ/หรือถูกยกเลิกพร้อมกันกับบัตรหลักทันที
3.3 ในระหว่างที่มีเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือจากสิทธิในการลดวงเงิน พิจารณาไม่ต่ออายุบัตร ระงับสิทธิการใช้ และ/หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเป็นผู้ถือบัตรเมื่อเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งตามที่ระบุในข้อ 3.2 ข้างต้นแล้ว) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่มอบให้กับผู้ถือบัตร รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีการที่ผู้ถือบัตรได้รับอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษ โดยเมื่อมีเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษที่ผู้ถือบัตรได้รับให้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราสูงสุดที่บริษัทเรียกเก็บได้ในขณะนั้น (ในขณะทำสัญญานี้อัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินจะเป็นไปตามที่ระบุในข้อ 5.1) จนกว่าแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่บริษัทต้องแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบล่วงหน้า
3.4 บริษัทมีสิทธิที่จะโอนสิทธิ หน้าที่และผลประโยชน์ใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมใดๆ จากผู้ถือบัตร ทั้งนี้บริษัทจะแจ้งการโอนเป็นหนังสือไปยังผู้ถือบัตร
3.5 บริษัทมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงงวดบัญชีของผู้ถือบัตร โดยจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้ถือว่าหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรนั้นถึงกำหนดชำระตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีโดยไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่
3.6 บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบโดยปิดประกาศที่สำนักงานหรือสาขาของบริษัทหรือทาง www.firstchoice.co.th ล่วงหน้าก่อนที่จะถือปฏิบัติ ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมายหรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่ผู้ถือบัตรซึ่งมีผลใช้บังคับได้ทันที บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบ (30) วันหลังมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และผู้ถือบัตรตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น
3.7 การล่าช้าหรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทฯ ตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้น ไม่ถือว่าบริษัท สละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้ถือบัตรแต่ประการใด
3.8 ใบสมัคร ใบคำขอสินเชื่อ หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่ผู้ถือบัตรได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับบัตรหรือสัญญานี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ และในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมายให้ส่วนอื่นๆของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น
3.9 ในการใช้สินเชื่อใดๆ ภายใต้สัญญานี้ ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าบริษัทไม่รับผิดชอบในความชำรุดหรือบกพร่องของสินค้าและ/หรือบริการใดๆ ซึ่งผู้ถือบัตรซื้อหรือใช้บริการ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนหรือคืนสินค้า ผู้ถือบัตรตกลงที่จะปฏิบัติตามระเบียบและหรือข้อกำหนดในการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าของร้านค้าหรือสถานประกอบการนั้นๆ
4. การชำระหนี้คืนให้บริษัท
4.1 ผู้ถือบัตรจะชำระหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรตามอัตราและวิธีการที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะจัดทำใบแจ้งยอดบัญชี (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดปกติหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) เพื่อแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นรายเดือนโดยจะส่งใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวให้ผู้ถือบัตรทราบทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์และ/หรือให้ผู้ถือบัตรทำการตรวจสอบจากเว็บไซต์ของบริษัทเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 วันล่วงหน้าก่อนวันถึงกำหนดชำระ และผู้ถือบัตรตกลงชำระเงินค่าสินค้า ค่าบริการ วงเงินสินเชื่อ หนี้อื่นใดอันเกิดจากการใช้บัตรโดยผู้ถือบัตรหลักและ/หรือผู้ถือบัตรเสริม รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่นๆ ให้บริษัทภายในวันที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชีบัตร ยอดเงินขั้นต่ำที่แสดงไว้ในใบแจ้งยอดบัญชีบัตรจะเป็นยอดเงินขั้นต่ำที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในแต่ละเดือน ในกรณีที่ผู้ถือบัตรเห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีบัตรที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด ผู้ถือบัตรจะต้องปฏิบัติดังนี้
(ก) ทักท้วงภายใน 10 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ผู้ถือบัตรได้รับใบแจ้งยอดบัญชี จากบริษัทและ/หรือวันที่บริษัททำการแจ้งให้ท่านตรวจสอบข้อมูลใบแจ้งยอดบัญชีจากเว็บไซต์ของบริษัท ในการพิจารณาวันครบกำหนดดังกล่าวบริษัทจะนำสืบวัน เวลา ที่นำส่งใบแจ้งยอดบัญชีให้แก่ผู้ขนส่ง และการทำงานของผู้ขนส่ง
(ข) ในกรณีที่บริษัทตรวจสอบแล้วเห็นว่ารายการในใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้องแล้ว ผู้ถือบัตรจะต้องพิสูจน์ว่ารายการและยอดค่าใช้จ่ายตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีไม่ถูกต้องและความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้ถือบัตรเอง ทั้งนี้ผู้ถือบัตรจะต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้ถือบัตรได้รับในใบแจ้งยอดบัญชีจากบริษัท
ทั้งนี้ ในกรณีผู้ถือบัตรต้องการสำเนาใบแจ้งยอดบัญชี หรือสำเนาใบบันทึกการขายเพื่อตรวจสอบรายการที่เกิดจากการใช้บัตร ผู้ถือบัตรตกลงจ่ายค่าธรรมเนียมการออกสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีในอัตราที่บริษัทกำหนดให้แก่บริษัท
4.2 การใช้บัตรเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าหรือใช้ชำระค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ แทนการชำระเงินสด ผู้ถือบัตรตกลงที่จะชำระคืนให้แก่บริษัทพร้อมกับค่าธรรมเนียม (ถ้ามี) โดยที่ยอดชำระขั้นต่ำในแต่ละงวดต้องไม่น้อยกว่าผลรวมของ
(1) จำนวนร้อยละ 10 ของยอดสินเชื่อบัตรเครดิตคงค้างที่ต้องชำระหรือต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่บริษัทประกาศใช้ ณ ขณะนั้น แล้วแต่ยอดใดจะมากกว่า และ
(2) ยอดชำระต่องวดของสินเชื่อเงินสดหรือยอดผ่อนชำระขั้นต่ำจำนวนร้อยละ 5 ของยอดสินเชื่อเงินสดคงค้าง (ตามแต่กรณี) และ
(3) ยอดชำระต่องวดของสินเชื่อผ่อนชำระสินค้าที่ถึงกำหนดชำระในงวดนั้นๆ ตามที่แสดงในใบแจ้งยอดบัญชีบัตร
ทั้งนี้ยอดชำระขั้นต่ำดังกล่าวข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของบริษัทหรือเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยบริษัทจะทำการแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบก่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
4.3 สำหรับกรณีวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้าผู้ถือบัตรมีสิทธิขอชำระสินเชื่อทั้งหมดก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป โดยผู้ถือบัตรจะต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และจะต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ (ที่เกี่ยวข้องกับวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงยอดคงค้างที่เกี่ยวข้องกับวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต) ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัท ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะคิดค่าปรับชำระหนี้คืนก่อนกำหนด โดยค่าปรับดังกล่าวจะเท่ากับผลต่างของ (1) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในกรณีที่ไม่ได้มีการชำระสินเชื่อคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด ลบด้วย (2) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรได้ชำระจริงในวันที่มีการชำระสินเชื่อคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม เมื่อรวมค่าปรับดังกล่าวกับจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรต้องชำระจะไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทสามารถคิดได้ตามอัตราที่กฏหมายกำหนด
4.4 นอกเหนือจากกรณีตามข้อ 4.3 ในกรณีที่ผู้ถือบัตรได้รับค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษต่ำกว่าอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อปกติในการทำธุรกรรมผ่านวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า และผู้ถือบัตรต้องการชำระเงินคงค้างที่เกิดจากรายการดังกล่าวทั้งหมดในคราวเดียวก่อนกำหนดระยะเวลาที่ตกลงไว้กับบริษัท บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะปรับค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษดังกล่าวกลับมาเป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราปกติที่บริษัทสามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยจำนวนค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่ผู้ถือบัตรต้องชำระให้กับบริษัทจะเท่ากับผลต่างของ
(1) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดในอัตราสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดบนยอดเงินต้นทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรขอใช้โดยคำนวณนับจากวันที่ผู้ถือบัตรได้รับเงินต้นหรือวันที่มีการบันทึกรายการ (ตามแต่กรณี) จนถึงวันที่ผู้ถือบัตรทำการขอชำระคืนทั้งหมด ลบด้วย
(2) จำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ผู้ถือบัตรได้ชำระให้แก่บริษัททั้งหมดแล้วจนถึงวันก่อนวันที่ผู้ถือบัตรจะทำการชำระเงินต้นทั้งหมดคืนก่อนระยะเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม เมื่อรวมจำนวนดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรต้องชำระจะไม่เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่บริษัทสามารถคิดได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
4.5 ผู้ถือบัตรตกลงชำระยอดค่าใช้จ่าย ค่างวดเงินกู้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใดๆ ที่ผู้ถือบัตรต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้ตามวิธีที่ระบุในใบแจ้งยอดหนี้หรือโดยวิธีดังต่อไปนี้
(1) ชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทแจ้งให้ทราบตามเงื่อนไขที่กำหนด
(2) ชำระเงินผ่านบริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสหรือจุดบริการรับชำระเงินต่างๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
(3) ชำระเงินผ่านบริการของที่ทำการไปรษณีย์ (PAY AT POST) ตามเงื่อนไขที่กำหนด
(4) ชำระโดยวิธีหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร หรือ
(5) วิธีการอื่น ๆ ที่บริษัทจะกำหนดและแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบต่อไป
ทั้งนี้ ยอดเงินที่ผู้ถือบัตรชำระให้กับบริษัทจะถูกหักออกจากยอดหนี้คงค้างของผู้ถือบัตร ณ วันที่บริษัทได้รับชำระเงินจากผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรตกลงและยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับชำระจากผู้ถือบัตรไปชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่บริษัทเรียกเก็บ และถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่ และหากยังมีเงินคงเหลือจึงนำไปชำระหนี้สินเชื่อที่ถึงกำหนดชำระ หรือค้างชำระอยู่ต่อไป หรือในลำดับก่อนหลังตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี
4.6 ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัญชี (รวมถึงการเบิกเงินสด) เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับบริษัท ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาทเพื่อเรียกเก็บกับบริษัท ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก:
กรณีบัตรVISA: http://corporate.visa.com/pd/consumer_services/consumer_ex_rates.jsp
นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงให้บริษัทคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่
เกินร้อยละ 2.5 จากยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าว
ข้างต้น

4.7 สำหรับวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้านั้น วิธีการคิดดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินของบริษัทจะใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณแบบลดต้นลดดอก อย่างไรก็ตามเพื่อวัตถุประสงค์ในการคำนวณจำนวนงวดการผ่อนชำระและจำนวนยอดเงินที่ต้องชำระในแต่ละงวดนั้น ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าจำนวนเงินที่ผู้ถือบัตรต้องชำระแต่ละงวดตามที่บริษัทแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบนั้นเป็นการคำนวณเบื้องต้นโดยใช้อัตราดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินแบบคงที่ ดังนั้น หากผู้ถือบัตรมีการชำระเงินงวดหนึ่งงวดใดน้อยหรือมากกว่าจำนวนที่ระบุข้างต้นและ/หรือมีการชำระไม่ตรงเวลาที่กำหนดจะไม่มีผลกระทบต่อจำนวนยอดเงินที่จะชำระในแต่ละงวด (ยกเว้นงวดสุดท้าย) แต่จะมีผลให้จำนวนยอดเงินที่ผู้ถือบัตรต้องชำระในงวดสุดท้ายเพิ่มขึ้นหรือลดลง (ตามแต่กรณี) และ/หรืออาจทำให้จำนวนงวดที่ต้องชำระลดลงหรือเพิ่มขึ้น
5. ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและค่าธรรมเนียม
5.1 ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทจะเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและ/หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้วงเงินสินเชื่อประเภทต่างๆ ภายใต้สัญญานี้ ตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามกฎหมายในขณะทำสัญญาหรือที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในภายหน้า โดย
5.1.1 สำหรับวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าในกรณีที่ผู้ถือบัตรมิได้ชำระเงินเต็มตามจำนวนของยอดหนี้ทั้งหมดในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตที่ระบุในใบแจ้งยอดบัญชีในวันถึงกำหนดชำระ (ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยเงินหรือด้วยวิธีใด) ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังต่อไปนี้จากยอดค้างชำระของวงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตนับจากวันที่บันทึกรายการจนถึงวันที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้ดังกล่าวให้กับบริษัท (ก) ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ในขณะทำสัญญานี้อยู่ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี) และ (ข) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดในอัตราไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด (ในขณะทำสัญญานี้อยู่ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี)
5.1.2 สำหรับวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าบริษัทจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังต่อไปนี้จากยอดค้างชำระของวงเงินสินเชื่อเงินสดและ/หรือวงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้านับจากวันที่ผู้ถือบัตรได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัทจนถึงวันที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้ดังกล่าวให้กับบริษัท (ก) ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด (ในขณะทำสัญญานี้อยู่ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี) และ (ข) ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับในการชำระหนี้ล่าช้ากว่ากำหนด หรือค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดในอัตราไม่เกินกว่าอัตราสูงสุดที่กฎหมายกำหนด (ในขณะทำสัญญานี้อยู่ในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี)
ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบว่าการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ตามข้อ 5.1.1 และ 5.1.2 นั้นเป็นการเรียกเก็บตามอัตราที่บริษัทในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกเก็บได้ภายใต้ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องโดยอัตราดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบตามวิธีที่ระบุในข้อ 3.6
5.2 นอกจากอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามข้อ 5.1 ผู้ถือบัตรตกลงว่า บริษัทอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ตามที่ได้มีการระบุไว้ในใบสมัคร (หรือที่จะได้มีการแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมในภายหน้า) ที่เกิดขึ้นกับบริษัทจากการให้บริการภายใต้สัญญานี้ (ถ้ามี) ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือหน่วยงานราชการใดที่เกี่ยวข้อง อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
5.2.1 กรณีที่ผู้ถือบัตรชำระหนี้โดยใช้เช็ค และเช็คดังกล่าวถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้ถือบัตรตกลงเสียค่าปรับกรณีเช็คคืนในอัตราที่บริษัทกำหนด แต่ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทจะเรียกเก็บได้ตามกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
5.2.2 ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์และ/หรือการใช้บัตรผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ให้กับบริษัท
5.2.3 ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีการเรียกเก็บโดยผู้ประกอบการหรือร้านค้าโดยทำการเรียกเก็บผ่านทางบัญชีบัตร ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าผู้ถือบัตรได้รับทราบถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ณ ขณะทำรายการหรือใช้บัตร และตกลงที่จะชำระค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวที่เกิดขึ้นให้กับบริษัท
5.3 นอกจากนี้ หากมีการติดตามทวงถามหนี้ใดๆ อันเกิดจากบัตร ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้นให้บริษัทเต็มตามจำนวนซึ่งรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฏหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในการที่บริษัทจะใช้สิทธิทางศาลบังคับให้ผู้ถือบัตรชำระหนี้ตามความในสัญญานี้
6. ข้อกำหนดเฉพาะการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต
นอกเหนือจากข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่ระบุในสัญญานี้หรือเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าในการใช้วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิตผู้ถือบัตรจะปฏิบัติตามนี้
6.1 ผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรนี้ในการชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการต่างๆ ตามร้านค้าหรือสถานที่ให้บริการที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์บัตรติดตั้งอยู่ภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากบริษัท
6.2 ผู้ถือบัตรตกลงว่าการใช้วงเงินบัตรเครดิตโดยการใช้บัตรในการทำรายการ หรือทำรายการผ่านทางอินเตอร์เน็ตหรือระบบโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บัตรในการทำรายการหรือโดยการแจ้งหมายเลขบัตรด้วยวาจาหรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ผู้ขายสินค้าหรือแก่ผู้ให้บริการเพื่อทำการเรียกเก็บเงินจากบริษัท ผู้ถือบัตรตกลงว่าบรรดาเอกสารการขายหรือการให้บริการ (Sales Slip) หรือ รายงานหรือข้อมูลการทำธุรกรรมจากระบบคอมพิวเตอร์ (ไม่ว่าจากธนาคารผู้รับบัตร หรือจากบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่) นั้นถือเป็นหลักฐานแห่งการรับสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้แล้ว โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ อีก
7. ข้อกำหนดเฉพาะการใช้วงเงินสินเชื่อเงินสด
นอกเหนือจากข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่ระบุในสัญญานี้หรือเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าในการใช้วงเงินสินเชื่อเงินสดผู้ถือบัตรจะปฏิบัติตามนี้
7.1 ผู้ถือบัตรตกลงขอรับสินเชื่อเงินสดจากบริษัท และบริษัทตกลงให้สินเชื่อเงินสดแก่ผู้ถือบัตรในวงเงินสินเชื่อตามที่บริษัทจะพิจารณาอนุมัติและแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบเป็นคราวๆ โดยผู้ถือบัตรตกลงว่าจะปฏิบัติและยินยอมผูกพันตนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของการให้สินเชื่อตามที่ระบุในสัญญานี้ รวมทั้งที่บริษัทจะได้กำหนดและให้มีผลใช้บังคับเป็นคราวๆ ไปทุกประการ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรรับทราบและตกลงว่าผู้ถือบัตรอาจขอรับสินเชื่อทั้งหมดในคราวเดียวหรือจะขอรับสินเชื่อส่วนที่เหลือเป็นคราวๆไป ซึ่งแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่าจำนวนขั้นต่ำที่บริษัทกำหนดภายในวงเงินที่ได้รับการอนุมัติจากบริษัท โดยผู้ถือบัตรจะลงลายมือชื่อในคำขอรับสินเชื่อตามแบบที่บริษัทกำหนด หรือปฏิบัติตามวิธีการขอรับสินเชื่อตามข้อ 7.3 หรือวิธีอื่นที่บริษัทกำหนดเป็นคราวๆ ไป และให้ถือว่าจำนวนที่ผู้ถือบัตรขอรับไปทั้งหมดเป็นจำนวนสินเชื่อตามสัญญานี้
สินเชื่อเงินสดนี้เป็นสินเชื่อประเภทวงเงินกู้หมุนเวียนแบบมีกำหนดระยะเวลาชำระคืนที่แน่นอน และ/หรือแบบมีกำหนดการชำระคืนขั้นต่ำ ผู้ถือบัตรมีสิทธิร้องขอใช้วงเงินสินเชื่อประเภทหนึ่งประเภทใดหรือทุกประเภท อย่างไรก็ตาม บริษัทสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเปิดใช้ ระงับ ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงประเภทของสินเชื่อที่ให้บริการรวมถึงการพิจารณาอนุมัติการให้หรือการปรับ/ลดวงเงินสินเชื่อแก่ผู้ถือบัตรตามหลักเกณฑ์ของบริษัทโดยขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้บัตร ประวัติการชำระเงิน ลักษณะการใช้บัตรและ/หรืออายุการเป็นสมาชิกบัตรของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรสามารถทำการตรวจสอบวงเงินสินเชื่อเงินสดของผู้ถือบัตรได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัท
7.2 วงเงินสินเชื่อเงินสดที่บริษัทอนุมัตินี้ เป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อในภายหลังได้ ในกรณีที่บริษัทพิจารณาอนุมัติให้วงเงินสินเชื่อแก่ผู้ถือบัตรเท่าเดิม หรืออนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมให้แก่ผู้ถือบัตร ผู้ถือบัตรจะมีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อจากบริษัทได้ต่อไป ในกรณีที่บริษัทพิจารณาไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้ถือบัตร ผู้ถือบัตรจะไม่มีสิทธิเบิกถอนสินเชื่อจากบริษัทอีก ทั้งนี้ไม่กระทบกับสินเชื่อที่ผู้ถือบัตรได้เบิกถอนไปแล้ว ซึ่งผู้ถือบัตรจะต้องชำระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผู้ถือบัตรมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิดทุกจำนวนที่ผู้ถือบัตรมีต่อบริษัทภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้กับบริษัท
7.3 ในกรณีเบิกถอนวงเงินสินเชื่อเงินสดตามสัญญานี้ ผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนสินเชื่อ (1) เป็นเงินสด หรือ (2) โดยการให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตรที่ได้แจ้งไว้กับบริษัท (3) โดยการโอนเงินสินเชื่อเพื่อชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
(1) กรณีขอรับเป็นเงินสด ผู้ถือบัตรสามารถทำได้โดยการใช้บัตรเบิกเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ/หรือธนาคารอื่นที่เข้าร่วมเครือข่ายเอทีเอ็มพูล (ATM POOL) และ/หรือเครือข่ายพลัส (PLUS) (ตามแต่กรณี) โดยการใช้บัตรกับเลขรหัสประจำตัวที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับผู้ถือบัตรกรณีที่ผู้ถือบัตรร้องขอ โดยผู้ถือบัตรยอมรับว่าการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อโดยการใช้บัตรทำธุรกรรมที่เครื่องATM ย่อมถือเป็นการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อ ของผู้ถือบัตรภายใต้สัญญานี้ที่ผู้ถือบัตรจะต้องรับผิดชอบในจำนวนหนี้ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ผู้ถือบัตรจะต้องระมัดระวังมิให้ผู้อื่นล่วงรู้เลขรหัสประจำตัวเป็นอันขาด
โดยการใช้บริการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่อง ATM ผู้ถือบัตรต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าธรรมเนียมใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการดังกล่าวตามอัตราที่บริษัทประกาศไว้ ซึ่งหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM ที่อยู่ภายใต้เครือข่ายมากกว่า 1 เครือข่ายนั้นการเก็บค่าใช้จ่ายจะเก็บเพียงเครือข่ายเดียว/ ครั้งตามรายละเอียดที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบในคู่มือการใช้บริการผลิตภัณฑ์ของบริษัท
(2) กรณีการให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือบัตร ผู้ถือบัตรสามารถขอเบิกใช้สินเชื่อโดยวิธีดังต่อไปนี้
ก. ทำคำขอเบิกถอนสินเชื่อตามแบบที่บริษัทกำหนดและส่งให้กับบริษัทที่สาขาของบริษัท และ/หรือผ่านตัวแทนของบริษัท โดยบริษัทจะส่งมอบต้นเงินกู้ตามที่ผู้ถือบัตรร้องขอโดยการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ถือบัตรที่ได้แจ้งไว้กับบริษัทในคำขอเบิกถอนสินเชื่อ
ข. ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของทางบริษัท โดยใช้รหัสประจำตัวที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับผู้ถือบัตรกรณีที่ผู้ถือบัตรร้องขอ หรือที่ผู้ถือบัตรลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกถอนด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น  ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบต่อความเสียหายและจำนวนเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ทั้งหมด  เปรียบเสมือนผู้ถือบัตรได้ทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ด้วยตัวเองในทุกกรณี ในกรณีการเบิกต้นเงินกู้ทางโทรศัพท์หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของทางบริษัทดังกล่าวให้ถือต้นเงินกู้จากการเบิกทางช่องทางต่างๆ ดังกล่าวเป็นอีกจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือบัตรได้รับตามสัญญากู้ที่ผู้ถือบัตรทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
ค. เบิกสินเชื่อโดยทำธุรกรรมผ่านเครื่อง EDC ณ จุดที่บริษัทเปิดให้บริการดังกล่าว โดยผู้ถือบัตรสามารถใช้บัตรในการทำรายการเบิกใช้สินเชื่อผ่านทางเครื่อง EDC ตามวิธีการของบริษัท (ไม่ว่าจะต้องใช้รหัสประจำตัวที่บริษัทกำหนดให้หรือไม่ก็ตาม) และลงลายมือชื่อในเอกสารการเบิกสินเชื่อ (Sales Slip) หรือบนเครื่องรับลายเซ็น(Electronic Sign Pad) หรืออุปกรณ์อื่นใด เพื่อเป็นหลักฐานในการเบิกและรับสินเชื่อทุกครั้ง ทั้งนี้ในการเบิกถอนด้วยวิธีดังกล่าว ผู้ถือบัตรตกลงให้ถือต้นเงินกู้ดังกล่าวเป็นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือบัตรได้รับตามสัญญากู้ที่ทำไว้กับบริษัท
ง. วิธีการอื่น ๆ ที่บริษัทจะกำหนดและแจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบต่อไป

ในกรณีนี้ เมื่อบริษัทได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ถือบัตรที่ได้แจ้งไว้กับบริษัทแล้ว ให้ถือว่าผู้ถือบัตรได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่วันที่บริษัทนำเงินที่ผู้ถือบัตรขอเบิกถอนเข้าบัญชีของผู้ถือบัตร ไม่ว่าผู้ถือบัตรจะได้เบิกถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม หากผู้ถือบัตรต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของบัญชีเงินฝากธนาคาร ผู้ถือบัตรตกลงแจ้งให้บริษัททราบเป็นหนังสือตามแบบที่บริษัทกำหนด

(3) กรณีการให้บริษัทโอนเงินสินเชื่อเพื่อชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ ผู้ถือบัตรสามารถทำได้โดยทำการเบิกใช้สินเชื่อโดยทำธุรกรรมผ่านเครื่อง EDC ณ จุดที่บริษัทเปิดให้บริการหรือผ่านบุคคลที่ได้รับมอบหมายดังกล่าว โดยผู้ถือบัตรสามารถทำรายการเบิกใช้สินเชื่อผ่านเครื่อง EDC ตามวิธีการของบริษัท (ไม่ว่าจะต้องใช้รหัสประจำตัวที่บริษัทกำหนดให้หรือไม่ก็ตาม) และลงลายมือชื่อในเอกสารการเบิกสินเชื่อ (Sales Slip) เอกสารการรับสินค้า/บริการ หรือบนเครื่องรับลายเซ็น (Electronic Sign Pad) หรืออุปกรณ์/เอกสารอื่นใด เพื่อเป็นหลักฐานในการเบิกและรับสินเชื่อทุกครั้ง ทั้งนี้ในการเบิกถอนด้วยวิธีดังกล่าว ผู้ถือบัตรตกลงให้ถือต้นเงินกู้ดังกล่าวเป็นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือบัตรได้รับตามสัญญากู้ที่ทำไว้กับบริษัท

ในกรณีนี้ เมื่อบริษัทได้โอนเงินสินเชื่อเพื่อชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ ให้ถือว่าผู้ถือบัตรได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่วันที่บริษัทโอนเงินสินเชื่อเพื่อชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้าและ/หรือผู้ให้บริการ


7.4 ผู้ถือบัตรตกลงว่าการเบิกถอนเงินสด/สินเชื่อโดยการใช้บัตรสมาชิกที่บริษัทออกให้แก่ผู้ถือบัตรผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อ 7 นี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่ตกลงกับบริษัทซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) โดยการทำคำขอรับเงินสด/สินเชื่อของผู้ถือบัตร (ข) ผ่านทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของทางบริษัท (ค) ผ่านเครื่อง EDC และ/หรือ (ง) จากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ นั้น ให้การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และตกลงว่าบรรดาใบนำฝากเข้าบัญชี คำขอรับสินเชื่อของผู้ถือบัตร รายงานการเบิกจ่ายบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือรายงานการโอนเงินหรือรับเงินอื่นใดข้อมูลที่บริษัทได้รับจากระบบคอมพิวเตอร์ของธนาคารเจ้าของเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ หรือเอกสารการรับสินค้า/บริการนั้นถือว่าผู้ถือบัตรได้รับสินเชื่อแล้วและให้เอกสารเหล่านั้นถือเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตรตามสัญญานี้แล้ว โดยไม่ต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดๆ อีก
8. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการซื้อสินค้า/บริการแบบผ่อนชำระ
นอกเหนือจากข้อกำหนดอื่นๆ ตามที่ระบุในสัญญานี้หรือเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น ผู้ถือบัตรตกลงว่าในการใช้วงเงินสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ผู้ถือบัตรจะปฏิบัติตามนี้
8.1 ผู้ถือบัตรอาจใช้บัตรซื้อสินค้าหรือใช้บริการแบบผ่อนชำระภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) สินค้าหรือบริการนั้นจะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด
(2) บริษัทจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดำเนินการสำหรับสินค้าหรือบริการบางประเภท (ถ้ามี) และ/หรือค่าธรรมเนียมสินเชื่อซึ่งจะคำนวณระยะเวลาและเงื่อนไขที่ตกลงกันซึ่งเมื่อรวมกับค่าสินค้าหรือบริการแล้วจะเป็นยอดเงินทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรจะต้องผ่อนชำระ
(3) ผู้ถือบัตรตกลงผ่อนชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการเป็นรายงวดตามที่ตกลงกับบริษัทและ/หรือร้านค้า ทั้งนี้ จำนวนงวดการชำระและ/หรือจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในงวดสุดท้ายอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับจำนวนเงินและระยะเวลาในการชำระเงินในแต่ละงวดของผู้ถือบัตร
(4) ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราว ผู้ถือบัตรจะต้องลงลายมือชื่อในเอกสารหรือบนเครื่องรับลายเซ็น(Electronic Sign Pad)หรืออุปกรณ์อื่นใดตามแบบที่บริษัทกำหนดเพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้า หรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้
(5) ผู้ถือบัตรตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการแทนผู้ถือบัตร และให้ถือว่าผู้ถือบัตรได้รับเงินต้น/สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้าให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้าและ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของผู้ถือบัตร โดยผู้ถือบัตรตกลงผ่อนชำระคืนสินเชื่อค่าสินค้าและ/หรือบริการเป็นรายงวดเดือนตามที่จะได้ตกลงกับบริษัท
8.2 กรณีใช้สินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระสินค้า ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่บริษัทให้ความเห็นชอบ และในกรณีที่บริษัทบอกเลิกการให้สินเชื่อตามความในข้อ 3.2 ผู้ถือบัตรตกลงส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้กับบริษัทยึดถือจนกว่าผู้ถือบัตรจะชำระค่างวด หรือหนี้อื่นใดที่ค้างชำระต่อบริษัทจนครบถ้วน หรือตกลงให้บริษัททำการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวในนามของผู้ถือบัตร และตกลงให้นำเงินที่ได้จากการขายสินค้าดังกล่าว (หลังหักค่าใช้จ่ายของบริษัท) มาใช้ในการชำระหนี้ให้กับบริษัท ทั้งนี้หากจำนวนเงินดังกล่าวมีมูลค่า (ก) น้อยกว่าหนี้ค้างชำระ ผู้ถือบัตรตกลงชำระส่วนต่างให้แก่บริษัท หรือ (ข) เกินกว่ายอดหนี้ค้างชำระ บริษัทจะคืนส่วนที่เกินให้แก่ผู้ถือบัตร
9. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการและทำธุรกรรมทางโทรศัพท์
9.1 ผู้ถือบัตรสามารถใช้รหัสประจำตัวของผู้ถือบัตร ซึ่งใช้กับบัตร หรือที่ได้รับแจ้งจากบริษัท หรือที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่จะได้มีการเปลี่ยนแปลงในภายหน้าในการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ของบริษัท ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสัญญาว่าจะรักษารหัสดังกล่าวไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากผู้ถือบัตรประสงค์จะเปลี่ยนรหัสดังกล่าวก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบ
9.2 ผู้ถือบัตรตกลงรับผิดชอบในการกระทำใดๆ ที่ดำเนินการผ่านบริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์โดยใช้รหัสประจำตัวของผู้ถือบัตรและ/หรือที่ได้ทำผ่านโทรศัพท์โดยการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท (ซึ่งจะได้มีการตรวจสอบยืนยันข้อมูลส่วนตัวของผู้ถือบัตร) รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการขอเบิกใช้เงินสดล่วงหน้า หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้ถือว่าเมื่อได้ทำธุรกรรมหรือคำร้องขอใดๆ แล้วให้มีผลผูกพันผู้ถือบัตรโดยไม่อาจเพิกถอนได้เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือยืนยันการเพิกถอนธุรกรรมนั้นๆ และให้ผลแห่งการกระทำใดๆ ที่กระทำผ่านทางโทรศัพท์มีผลผูกพันทั้งผู้ถือบัตรหลักและบัตรเสริมทุกประการ
9.3 ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับว่าบรรดาคู่มือวิธีการใช้บริการอัตโนมัติทางโทรศัพท์ เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการดังกล่าว ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ หรือที่จะมีต่อไป (หรือแก้ไข) ในภายหน้าซึ่งบริษัทฯได้มอบหรือจัดส่งให้แก่ผู้ถือบัตร รวมทั้งคำสั่ง คำแนะนำ คำตอบรับหรือธุรกรรมใดๆ ทางเครื่องโทรศัพท์ซึ่งผู้ถือบัตรใช้ในการดำเนินการต่างๆ นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขนี้ด้วย
9.4 ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมใดๆ ผ่านทางโทรศัพท์ (รวมถึงการติดต่อใดๆ กับบริษัทผ่านทางโทรศัพท์) นั้นอาจมีการบันทึกเสียงหรือบันทึกข้อมูลในระบบคอมพิเวเตอร์เพื่อใช้ในการตรวจสอบหรือใช้เป็นหลักฐาน โดยผู้ถือบัตรตกลงและยินยอมให้บริษัทสามารถบันทึกเสียงและข้อมูลดังกล่าวได้และสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างบริษัทกับผู้ถือบัตรโดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรอีก
10. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บัตรกับเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM)
10.1 ผู้ถือบัตรสามารถนำบัตรไปใช้บริการต่างๆ ผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารพาณิชย์ทั้งในและต่างประเทศตามแต่คุณสมบัติของแต่ละประเภทบัตรที่บริษัทกำหนด โดยผู้ถือบัตรต้องใช้รหัสประจำตัว (PIN) ที่ผู้ถือบัตรกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับผู้ถือบัตรกรณีที่ผู้ถือบัตรร้องขอ (หรือที่ผู้ถือบัตรจะได้เปลี่ยนแปลงในภายหลังเอง) ประกอบการใช้บัตรผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ทุกครั้ง ทั้งนี้ผู้ถือบัตรสัญญาว่าจะรักษารหัสดังกล่าวไว้เป็นความลับแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น หากผู้ถือบัตรประสงค์จะเปลี่ยนรหัสดังกล่าวก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้บริษัททราบ
10.2 ผู้ถือบัตรจะใช้บัตรทำรายการต่างๆ ได้ไม่เกินจำนวนครั้ง และจำนวนเงินที่บริษัทกำหนด และกรณีการใช้บริการผ่านเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) หากผู้ถือบัตรกดรหัสผิดเกินกว่าจำนวนที่ผู้ให้บริการเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) แต่ละรายกำหนด ผู้ถือบัตรจะไม่สามารถทำรายการใดๆ ผ่านบัตรได้อีก จนกว่าผู้ถือบัตรจะติดต่อกับบริษัท
11. ข้อกำหนดและเงื่อนไขการทำธุรกรรมและ/หรือการใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ของบริษัท
11.1 ผู้ถือบัตรสามารถใช้บริการบางประเภทผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ของทางบริษัท (ตามที่มีให้บริการอยู่ ณ ขณะใดขณะหนึ่ง) ได้โดยทำการลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ของบริษัท โดยผู้ถือบัตรจะต้องใช้รหัสประจำตัวที่ได้รับจากการลงทะเบียน (หรือที่ผู้ถือบัตรเป็นผู้กำหนด) ในการทำธุรกรรมหรือใช้บริการต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ของบริษัท
11.2 ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการใดๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ของบริษัท ผู้ถือบัตรตกลงยอมรับและจะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ดังกล่าวทุกประการ และให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวมีผลผูกพันผู้ถือบัตรตามสัญญาฉบับนี้แล้วโดยไม่จำต้องทำเป็นเอกสารลงลายมือชื่อของผู้ถือบัตรอีก
11.3 ผู้ถือบัตรรับทราบว่าในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการใดๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือระบบโปรแกรมทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Application) ของบริษัทนั้น อาจมีการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวเพื่อใช้ในการตรวจสอบและสามารถให้ใช้บันทึกดังกล่าวเป็นหลักฐานอ้างอิงในการทำธุรกรรมใดๆ ระหว่างบริษัทกับผู้ถือบัตรโดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตรอีก
12. ข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับคะแนนสะสม การแลกของรางวัลและรายการส่งเสริมการขาย
12.1 ผู้ถือบัตรตกลงและรับทราบว่าบริษัทอาจจัดให้มีรายการคะแนนสะสม หรือรายการส่งเสริมการขายเป็นครั้งคราวอันเนื่องมาจากการใช้บัตรของผู้ถือบัตร ตามเงื่อนไขของรายการนั้นๆ ที่บริษัทจะได้แจ้งให้ผู้ถือบัตรทราบ ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรตกลงผูกพันตามเงื่อนไขต่างๆ ดังกล่าวที่เกี่ยวข้องและให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
12.2 ผู้ถือบัตรตกลงว่าบรรดาสิทธิพิเศษใดๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิพิเศษจากรายการส่งเสริมการขาย รายการคะแนนสะสม หรือสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่บริษัทจะจัดให้กับผู้ถือบัตรนั้น นอกเหนือจากที่ได้มีการระบุไว้ในเงื่อนไขของรายการนั้นๆ ผู้ถือบัตรตกลงว่าบริษัทมีสิทธิที่จะมอบสิทธิพิเศษต่างๆ ดังกล่าวให้กับผู้ถือบัตรเฉพาะผู้ที่บัญชียังไม่ถูกระงับหรือยกเลิก มีประวัติการชำระเงินดี และ/หรือไม่ได้มีการทำผิดข้อกำหนดและเงื่อนไขใดๆ ตามสัญญานี้เท่านั้น

ผู้ถือบัตรได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ดฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์ และความประสงค์ของผู้ถือบัตรทุกประการ และตกลงว่าการลงลายมือชื่อหลังบัตร การเปิดใช้บริการบัตร การใช้บัตรนี้และ/หรือการใช้วงเงินสินเชื่อใดๆ ภายใต้บัตรนี้ของผู้ถือบัตรเป็นหลักฐานว่าผู้ถือบัตรตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญานี้ทุกประการ และตกลงว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ดฉบับนี้เป็นสำเนาสัญญาการใช้สินเชื่อกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ วีซ่าคาร์ด ที่บริษัทส่งมอบให้กับผู้ถือบัตรไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

สัญญาฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายของประเทศไทย ในกรณีที่มีการจัดทำขึ้นทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ หากมีข้อความขัดแย้งกัน ให้ใช้สัญญาฉบับภาษาไทยเป็นหลักในการบังคับใช้และตีความ

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาการใช้สินเชื่อเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์

ทำที่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด
อาคารกรุงศรีเพลินจิต ทาวเวอร์ 550 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี  เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

1. สัญญาฉบับนี้ได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ เซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ (“สินเชื่อส่วนบุคคล”) ที่ให้บริการโดย บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด (“บริษัท”)  โดยสมาชิกตกลงยินยอมผูกพันและปฎิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญานี้ทุกประการ

2. ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้ บริษัทตกลงให้สินเชื่อแก่สมาชิกและสมาชิกตกลงรับสินเชื่อตามวงเงินที่บริษัทอนุมัติ 

วงเงินสินเชื่อที่บริษัทอนุมัติตามวรรคแรกเป็นวงเงินสินเชื่อที่บริษัทสามารถทำการพิจารณาทบทวนวงเงินสินเชื่อ (ไม่ว่าปรับเพิ่มหรือลดวงเงิน)ในภายหลังโดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ประวัติและลักษณะการใช้วงเงิน, ประวัติการชำระหนี้ของสมาชิก รวมถึงระยะเวลาที่ท่านเป็นสมาชิกของบริษัท เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัท  ทั้งนี้ การพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดวงเงินสินเชื่อดังกล่าวไม่กระทบกับหน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระสินเชื่อที่สมาชิกได้เบิกใช้ไปแล้ว 

3. สมาชิกตกลงว่า

3.1 ในกรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้า/ที่บริษัทให้ความเห็นชอบ
(ก) สินค้า/บริการที่จะใช้สินเชื่อตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาฉบับนี้จะต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าที่บริษัทกำหนด  ในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการแต่ละคราวสมาชิกจะต้องลงลายมือชื่อ หรือวิธีการอื่นใดตามแบบที่บริษัทและ/หรือบริษัทบัตรเครดิตที่บริษัทเป็นสมาชิกอยู่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันการซื้อสินค้าหรือใช้บริการโดยการใช้สินเชื่อตามสัญญาฉบับนี้ และ
(ข) สมาชิกตกลงให้บริษัทชำระค่าสินค้า และ/หรือบริการแทนสมาชิก และให้ถือว่าสมาชิกได้เบิกใช้สินเชื่อแล้วโดยสมบูรณ์เมื่อบริษัทชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ขายสินค้า และ/หรือผู้ให้บริการ โดยให้ถือว่าหลักฐานการจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายสินค้า   และ/หรือผู้ให้บริการเป็นหลักฐานแห่งการใช้เงินสินเชื่อโดยชอบของสมาชิก

3.2 ในกรณีการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อครั้งแรกตามวิธีต่างๆ ในข้อ 4 (ยกเว้นการทำธุรกรรมทางเครื่อง ATM) สมาชิกตกลงให้บริษัทส่งมอบเงินสินเชื่อให้แก่สมาชิก โดยฝากเข้าบัญชีเงินฝากที่สมาชิกมีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ตามที่ระบุไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้องหรือตามวิธีการที่บริษัทกำหนด และให้ถือว่าสมาชิกได้รับต้นเงินกู้นับตั้งแต่ที่บริษัทนำเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ไม่ว่าสมาชิกจะได้ถอนเงินจากบัญชีธนาคารที่ได้แจ้งไว้แล้วหรือไม่ก็ตาม

4. ในการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ (ตามหลักเกณฑ์ในข้อ 3.2) สมาชิกสามารถขอรับต้นเงินกู้เพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ สมาชิกตกลงว่าการเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านทางช่องทางต่างๆ ตามข้อนี้ และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทอาจจัดให้มีเพิ่มเติมในภายหลังนั้น ถือเป็นการแสดงเจตนาการขอเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อ และให้บรรดาหลักฐานการนำฝากเงินเข้าธนาคาร, รายงานการเบิกจ่ายซึ่งบันทึกโดยเครื่องฝากถอนอัตโนมัติ หรือหลักฐานการโอนเงินอื่นใดนั้นถือเป็นหลักฐานการรับเงินสด/สินเชื่อโดยชอบแล้วของสมาชิก

4.1 การทำคำขอเบิกต้นเงินกู้ทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ หรือผ่านทางโปรแกรมของบริษัทผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือผ่านระบบออนไลน์ หรือระบบเว็บไซต์ของทางบริษัท โดยใช้รหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ หรือที่สมาชิกลงทะเบียนได้มาตามวิธีการเบิกต้นเงินกู้ที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ในการเบิกใช้ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ข้างต้น  สมาชิกตกลงรับผิดชอบต่อจำนวนต้นเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งหมด  เปรียบเสมือนสมาชิกได้ทำคำขอเบิกใช้ต้นเงินกู้ด้วยตัวเอง ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่าต้นเงินกู้จากการเบิกใช้ทางช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นต้นเงินกู้อีกจำนวนหนึ่งที่สมาชิกได้รับตามสัญญากู้ที่สมาชิกทำไว้กับบริษัทก่อนหน้านี้
4.2 สำหรับสมาชิกที่สามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อผ่านเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) สมาชิกสามารถเบิกใช้เงินสด/สินเชื่อจากเครื่องฝากถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) โดยการใช้บัตรสมาชิกกับเลขรหัสประจำตัวที่สมาชิกกำหนดด้วยตนเองตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด หรือที่บริษัทออกและจัดส่งให้กับสมาชิกกรณีที่สมาชิกร้องขอ  โดยสมาชิกรับทราบว่าอาจต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมดังกล่าว

5. สมาชิกตกลงชำระดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้แก่บริษัทดังต่อไปนี้
5.1 ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินในอัตราที่ตกลงกับบริษัท (รวมเรียกว่า “ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ”) เพื่อวัตถุประสงค์ในการอ้างอิงในขณะทำสัญญาดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าอากรแสตมป์และ/หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ตามอัตราที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทสามารถเรียกเก็บได้ตามกฎหมาย โดยจะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินนับแต่วันที่สมาชิกได้รับหรือถือว่าได้รับสินเชื่อจากบริษัทหรือวันที่บันทึกรายการบัตรเครดิต ตามแต่ผลิตภัณฑ์ 
5.2 ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่บริษัทได้ประกาศแจ้งไว้ในตารางอัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในเอกสารฉบับนี้ หรือในเว็บไซต์ของบริษัท และในกรณีการติดตามทวงถามหนี้ เนื่องจากการผิดนัดหรือผิดข้อสัญญาใด ๆ สมาชิกตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่บริษัทจนเต็มจำนวน ซึ่งรวมทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

6.    สมาชิกตกลงชำระคืนสินเชื่อเป็นรายงวดต่อเดือนตามที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยบริษัทจะส่งใบแจ้งยอดบัญชี (ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบของใบแจ้งยอดปกติหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) ทางไปรษณีย์หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ล่วงหน้าก่อนถึงวันกำหนดชำระไม่น้อยกว่าสิบ (10) วัน และสมาชิกตกลงชำระค่างวดหรือหนี้อื่นใดรวมทั้งค่าธรรมเนียมใด ๆ ให้แก่บริษัทภายในเวลาที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี ทั้งนี้ในกรณีที่สมาชิกชำระเงินเข้าบัญชีก่อนวันที่ถึงกำหนดในงวดใด ๆ ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเพื่อหักหนี้คงค้างของสมาชิก ณ วันที่บริษัทได้รับชำระเงินจากสมาชิก 
กรณีที่สมาชิกไม่ได้รับ หรือได้รับแต่เห็นว่าใบแจ้งยอดบัญชีที่ได้รับไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือบางส่วนไม่ว่าด้วยประการใด สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี บริษัทจะตรวจสอบข้อมูลไม่ถูกต้องตามที่สมาชิกโต้แย้ง และแจ้งผลการตรวจสอบให้สมาชิกทราบโดยเร็วที่สุด หากสมาชิกเพิกเฉยไม่โต้แย้งให้ถือว่ารายการและยอดหนี้ที่เรียกเก็บตามใบแจ้งยอดบัญชีนั้นถูกต้อง เว้นแต่สมาชิกจะพิสูจน์ได้ว่ารายการและยอดหนี้ตามที่ปรากฏในใบแจ้งยอดบัญชีดังกล่าวไม่ถูกต้องและความไม่ถูกต้องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิด หรือความบกพร่องของสมาชิกเอง ทั้งนี้สมาชิกต้องทักท้วงภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกได้รับใบแจ้งยอดบัญชี

7.    สมาชิกตกลงชำระค่างวด  ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อและค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทตามสัญญาฉบับนี้โดยการชำระเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่บริษัทกำหนด หรือชำระเงินผ่านผู้ให้บริการเคาน์เตอร์รับชำระเงินและ/หรือชำระผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด (รวมถึงช่องทางการชำระเงินในรูปแบบอื่นโดยผู้ให้บริการรับชำระเงินอิสระ) หรือโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ตามที่ได้ทำความตกลงไว้ล่วงหน้ากับบริษัทและธนาคาร หรือวิธีการอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด 
สมาชิกยินยอมให้บริษัทนำเงินที่ได้รับจากสมาชิกไปชำระตามลำดับก่อนหลังดังนี้คือ ดอกเบี้ย, ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน, ค่าปรับ, ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่บริษัทเรียกเก็บและถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่ และหากยังมีเงินคงเหลือจึงนำไปชำระหนี้สินเชื่อที่ถึงกำหนดชำระหรือค้างชำระอยู่ต่อไป หรือนำไปชำระตามลำดับก่อนหลัง หรือในลำดับก่อนหลังตามที่ระบุไว้ในใบแจ้งยอดบัญชี 

8.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่า สำหรับสินเชื่อที่มีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด สมาชิกอาจชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดก่อนถึงกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับบริษัท โดยสมาชิกต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี และสมาชิกต้องชำระต้นเงินกู้ส่วนที่เหลือทั้งหมด ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินคำนวณจนถึงวันชำระเงิน ค่าธรรมเนียมและหนี้อื่น ๆ ที่ค้างชำระทั้งหมดแก่บริษัททั้งจำนวนก่อนครบกำหนดเวลาชำระคืนในวันครบรอบกำหนดชำระเงินงวดถัดไป 

9.    กรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุแห่งการผิดสัญญาหรือเหตุแห่งการบอกเลิกสัญญา 
9.1.    สมาชิกผิดนัดชำระหนี้หรือค่างวดที่ถึงกำหนดชำระ ไม่ว่ากับบริษัทหรือบุคคลใด ๆ  หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าสมาชิกอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้จนเสร็จสิ้น 
9.2.    สมาชิกไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดของสัญญานี้ 
9.3.    สมาชิกถึงแก่ความตาย สาบสูญ ล้มละลาย ตกเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
9.4.    สมาชิกถูกฟ้องในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย หรือถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา หรือถูกยึด/อายัดทรัพย์ หรือมีพฤติกรรมที่เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฉ้อฉลบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่น
9.5.    สมาชิกแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อบริษัท หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงอันมีผลให้บริษัทเห็นว่าสมาชิกมีฐานะทางการเงินไม่เพียงพอ หรือประสบปัญหาอันมีผลต่อการชำระหนี้ 
9.6.    เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย และ/หรือประกาศของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ อันมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ/การให้บริการของบริษัท
9.7.    สมาชิกไม่มียอดค้าง หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่มีการติดต่อบริษัทหรือบริษัทไม่สามารถติดต่อสมาชิกได้ (กรณีใดกรณีหนึ่ง) เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน
9.8.    สมาชิกได้รับเงินสดจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแทนสินค้าหรือบริการ (กรณีใช้สินเชื่อซื้อสินค้า/บริการ) หรือลักษณะอื่นซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม 
9.9.    ใช้สินเชื่อผิดวัตถุประสงค์ หรือมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งตามกฎหมาย หรือเพื่อการฉ้อฉลหรือทุจริต หรือเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ  
9.10.    กรณีที่อาจจะเกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญแก่บริษัท เช่น การระงับหรือยกเลิกการใช้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อบุคคลกรณีที่บริษัทตรวจพบการทุจริต หรือพบว่าการให้ใช้ผลิตภัณฑ์มีความเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนระเบียบของบริษัทและ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

10.    เมื่อเกิดเหตุผิดนัดเหตุผิดสัญญาใด ๆ ตามที่กำหนดในข้อ 9.ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด บริษัทมีสิทธิในการพิจารณาลดวงเงิน หรือระงับสิทธิการใช้ผลิตภัณฑ์ชั่วคราวได้ทันที และในกรณีที่บริษัทได้ส่งคำบอกกล่าวให้แก่สมาชิกตามหลักเกณฑ์การบอกกล่าวตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้  เพื่อแจ้งถึงเหตุแห่งการผิดนัดหรือผิดสัญญา และเตือนให้สมาชิกดำเนินการแก้ไขการผิดสัญญาหรือผิดเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด (ในกรณีที่สามารถแก้ไขได้) บริษัทมีสิทธิบอกเลิกการให้สินเชื่อตามสัญญานี้ได้ทันที พร้อมทั้งเรียกให้สมาชิกชำระคืนเงินที่ค้างชำระ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินค้างชำระ, ค่าปรับ , ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่สมาชิกมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัท รวมทั้งหนี้ทุกชนิด ทุกจำนวน ที่สมาชิกมีต่อบริษัทได้ทันที และสมาชิกตกลงรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทสำหรับบรรดาความเสียหายที่บริษัทได้รับ หรือพึงได้รับในกรณีการผิดสัญญา ทั้งนี้ การล่าช้าหรืองดเว้นใด ๆ ในการใช้สิทธิของบริษัทตามกฎหมาย หรือตามข้อกำหนดและเงื่อนไขนั้นไม่ถือว่าบริษัทสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่สมาชิกแต่ประการใด

11.    ในระหว่างที่มีเหตุผิดสัญญาเหตุใดเหตุหนึ่งเกิดขึ้น (นอกเหนือจากสิทธิตามข้อ 10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิพิเศษหรือสิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่ได้มอบให้กับสมาชิก รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีที่สมาชิกได้รับอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อในอัตราพิเศษ (ต่ำกว่าอัตราปกติที่ระบุในข้อ 5.1) โดยเมื่อมีเหตุผิดสัญญาเกิดขึ้น บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่อพิเศษที่สมาชิกได้รับให้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสินเชื่ออัตราปกติ จนกว่าเหตุแห่งการผิดสัญญานั้นจะได้ถูกแก้ไข โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและ/หรือค่าธรรมเนียมที่บริษัทต้องแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้า

12.    ในกรณีที่บัตรสูญหาย หรือถูกโจรกรรม หรือสมาชิกประสงค์ขอระงับการใช้บัตร สมาชิกจะต้องแจ้งให้บริษัททราบด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษรทันที หลังจากบริษัทได้รับแจ้งแล้วบริษัทจะระงับการให้บริการดังกล่าวภายใน 5 นาที นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง หากบริษัทไม่ได้รับแจ้งดังกล่าวข้างต้น และมีผู้อื่นนำบัตรไปใช้ สมาชิกต้องรับผิดชอบชดใช้หนี้ตามรายการที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรที่เกิดขึ้นภายหลังจากการแจ้ง หากปรากฏโดยชัดแจ้งว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของสมาชิกเองสำหรับกรณีการเบิกใช้เงินสด สมาชิกจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินที่เบิกตลอดจนค่าธรรมเนียมการเบิกใช้เงินสดล่วงหน้าจนกว่าบริษัทจะได้รับแจ้งว่าสมาชิกประสงค์จะขอระงับการใช้บัตร และบริษัทได้ระงับการให้บริการบัตรแล้ว

13.    ในกรณีที่สมาชิกย้ายที่อยู่หรือที่ทำงาน สมาชิกจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้บริษัททราบทันทีโดยทำเป็นหนังสือหรือตามวิธีที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะส่งหนังสือหรือคำบอกกล่าวสำคัญตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคให้สมาชิกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ บรรดาเอกสาร หรือหนังสือใด ๆ ที่บริษัทส่งไปยังสมาชิก ไม่ว่าจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียน หรือให้คนนำไปส่งเองก็ตาม ถ้าหากส่งไปยังที่อยู่ และ/หรือที่ทำงานตามที่แจ้งไว้ให้ถือว่าส่งให้สมาชิกแล้วโดยชอบ ทั้งนี้ไม่จำต้องคำนึงว่าจะถึงตัวสมาชิกหรือมีผู้ใดรับไว้หรือไม่ก็ตาม

14.    สมาชิกยินยอมให้บริษัทโอนสิทธิตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกได้โดยบริษัทจะส่งคำบอกกล่าวการโอนให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบบัญชี

15.    สมาชิกตกลงและรับทราบว่าการยกเลิกการขอรับสินเชื่อหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้นั้นจะทำได้เมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท

16.    บริษัทสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการต่าง ๆ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยบริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษรและทาง www.firstchoice.co.th ล่วงหน้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ไม่น้อยกว่าสามสิบ (30) วัน เว้นแต่ในกรณีเร่งด่วน บริษัทจะแจ้งให้ทราบทางจดหมายหรือประกาศทางหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่แพร่หลายในประเทศล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ด (7) วัน และแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวข้างต้นเป็นประโยชน์หรือลดภาระแก่สมาชิกซึ่งมีผลใช้บังคับได้ทันที บริษัทจะแจ้งให้สมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบ (30) วันหลังมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้ถือว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้และสมาชิกตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขใหม่ที่แจ้งให้ทราบแล้วโดยไม่ต้องทำเอกสารหลักฐานใด ๆ ให้แก่บริษัทอีกทั้งสิ้น

17.   ใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่สมาชิกได้ลงนาม ประกาศอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม (รวมทั้งที่บริษัทอาจประกาศเปลี่ยนแปลงภายหลัง) ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ ในกรณีที่ข้อความใดข้อความหนึ่ง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้กลายเป็นข้อความที่เป็นโมฆะ ขัดกับกฎหมาย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ตามกฎหมาย   ให้ส่วนอื่น ๆ ของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย และใช้บังคับได้ตามกฎหมายและไม่เสื่อมเสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อความดังกล่าวนั้น

สมาชิกได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้สินเชื่อภายใต้สัญญาการใช้สินเชื่อฉบับนี้แล้วเห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์และความประสงค์ของสมาชิกทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบสมัครสินเชื่อเซ็นทรัล เดอะวัน เฟิร์สช้อยส์ทั้งนี้ บริษัทจะทำการแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อให้สมาชิกทราบต่อไป
 

คำถามและข้อสงสัย

ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ก่อนใคร

สมัครรับข่าวสารได้ที่นี่