โรคแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?


นับตั้งแต่ต้นปี 2020 เป็นต้นมา เราต้องเผชิญกับการมาถึงของโลกร้ายอย่าง COVID-19 ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปแล้วมากมาย และเปลี่ยนวิถีชีวิตเราสู่รูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน และอีกหลายมาตรการที่มีออกมาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

แต่ไม่ใช่แค่เพียง COVID-19 เท่านั้น ยังมีโรคใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้นมาในยุคดิจิทัล จนหลายโรคเราอดสงสัยไม่ได้ว่า โรคแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ ว่าแต่จะมีโรคอะไรบ้าง แล้วคุณจะเข้าข่ายเป็นโรคเหล่านี้ไหม มา Checklist กันเลย

รักนะแต่อย่าผูกมัดกันเลย - โรคกลัวการผูกมัด Commitment Phobia

เคยเป็นไหม รู้สึกดีนะ แต่ขอแค่คุยไม่อยากคบ คุณกำลังเข้าข่ายเป็นโรคกลัวการผูกมัด (Commitment Phobia) หรือสภาวะกลัวการตกลงปลงใจ ไม่ชอบผูกมัดกับใคร ไม่อยากใช้ชีวิตคู่ ร่วมกับใคร รู้สึกวิตกกังวล อึดอัดไม่สบายใจ ซึ่งต้องบอกว่าโรคนี้คนส่วนใหญ่ในยุคนี้กำลังเป็นกัน จะด้วยสาเหตุที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหา พ่อแม่แยกกันอยู่ หรือเคยผิดหวังในความรัก อย่างรุนแรงจนไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใคร และหลายครั้งที่ความกลัวนี้เองทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตไปโดยไม่รู้ตัว

ลักษณะอาการของคนเป็นโรคกลัวการผูกมัด คือ จะคาดเดาไม่ได้ว่าคิดอะไรในใจ ไม่เคยเอ่ยคำว่ารัก ไม่เคยให้คำสัญญา ไม่อยากให้คนรอบตัวรับรู้เรื่องความสัมพันธ์ เมื่ออีกฝ่ายเริ่มมีท่าทีจริงจัง จะตีตัวออกห่างทันที โรคนี้มีทางรักษาหายได้ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนความคิด เลิกกลัว กล้าเปิดใจ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่

ความจำดีบางทีก็เป็นอันตราย - โรคความจำดี Hyperthymesia

ใครบ้างไม่อยากเป็นโรคนี้ โรคความจำดี หรือ Hyperthymesia คือการที่คุณมีความจำที่แม่นยำราวกับจับวาง แม้แต่เรื่องราวในอดีตสมัยเด็ก คุณก็สามารถจดจำได้เป็นอย่างดี ซึ่งโรคความจำดีนี้ หน่วยความจำระยะสั้นและระยะยาวของคุณจะถูกสั่งการให้จดจำได้แม่นยำ เช่น เมื่อวานทานอาหารอะไรไป ใส่เสื้อสีอะไร เป็นต้น ด้านหน่วยความจำอัตชีวประวัติ คุณก็จะจำเรื่องราวในอดีตเกิน 10 ปีขึ้นไปได้ดี เช่น เคยเจอใคร เคยคุยกับใครเมื่อ 10 ปีก่อน เป็นต้น

แต่ที่ต้องนับว่าโรคความจำดี เป็นโรคชนิดหนึ่ง เพราะการที่คุณจดจำอะไรได้หมดแบบนี้ เปรียบเสมือนดาบสองคม หากคุณเคยเกิดเรื่องสะเทือนใจในอดีต เช่น ประสบอุบัติเหตุ หรือต้องสูญเสียคนที่รักในเหตุการณ์สำคัญ คุณก็จะจำได้แม่นยำ จนนำไปสู่ภาวะวิตกกังวล จิตตก และโรคซึมเศร้าในที่สุด นั่นเอง

ตึกก็ทำเราป่วยได้ - โรคตึกเป็นพิษ Sick Building Syndrome

โรคที่มักเกิดกับมนุษย์เงินเดือน โรคตึกเป็นพิษ หรือ Sick Building Syndrome มีสาเหตุอาการป่วยมาจากตึกหรืออาคารที่เราทำงานหรืออาศัยอยู่ โดยเกิดจากสภาพแวดล้อม หรือมลภาวะภายในอาคาร ไม่ว่าจะเป็นอากาศถ่ายเทไม่สะดวก ความอับทึบ สารเคมี ฝุ่นละออง และความเครียดที่เกิดจากการทำงาน จนทำให้เรามีอาการเจ็บป่วย เช่น จาม ไอ คัดจมูก ไปจนถึง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นผื่นลมพิษ คันตามตัว เป็นลมเฉียบพลัน ฟังดูจะคล้ายกับอาการภูมิแพ้ แต่จะมีอาการมากกว่า และคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีประสาทสัมผัสต่ออาการตึกเป็นพิษเร็วและมากกว่า

วิธีการป้องตัวเองจากโรคตึกเป็นพิษ คือ พยายามอยู่ในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวก หมั่นทำความสะอาดโต๊ะทำงานของเราเอง และหลีกเลี่ยงสารเคมีที่จะทำให้เราระคายเคืองผิว หรือเกิดอาการแพ้ได้

เห็นหน้านิ่ง แต่ไม่ได้หยิ่งนะ - โรคหน้าหยิ่ง Resting Bitch Face

เราไม่ได้หยิ่งแต่หน้าเรานิ่งแบบนี้เอง คุณเคยมีอาการหน้าหยิ่งไม่รู้ตัว จนคนรอบข้างพากันกลัวไหม Resting Bitch Face หรือโรคหน้าหยิ่ง ถือเป็นโรคชนิดหนึ่ง อาการนี้พบได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงซึ่งไม่ได้มีเรื่องของอารมณ์ภายในมากเกี่ยวข้องเลย แต่เป็นเรื่องของกล้ามเนื้อบนใบหน้าโดยเฉพาะ ทั้งใบหน้า ดวงตา และริมฝีปาก ลักษณะอาการคือริมฝีปากข้างหนึ่งจะตึง ตาเหล่หรือหรี่ตา และยกมุมปากเหมือนจะยิ้ม แต่ไม่ใช่ ที่สำคัญอาการหน้าหยิ่งนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยนะ ทำได้แค่ปรับโดยการพยายามยิ้มให้บ่อยขึ้น หรือไม่ก็ต้องถึงขั้นไปทำศัลยกรรมใบหน้ากันเลย

แต่อย่างไรตามหากเกิดเจ็บไข้ขึ้นมาก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราเป็นห่วงทุกคนเสมอ และสุดพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ยอดใช้จ่ายค่ารักษาโรงพยาบาลและค่าประกัน! เลือกแผนผ่อน 0% ตามใจ ตามไลฟ์สไตล์ใช้จ่าย สั่งได้ 6 เดือน รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก

#ห่วงเสมอเธอก็รู้

Sources:
https://cities.trueid.net/east/chon-buri/โรคกลัวการผูกมัด-หรือ-commitment-phobia-trueidintrend_106695
https://www.sanook.com/health/20205/
https://www.punpro.com/p/Sick-Building-Syndrome
https://themomentum.co/resting-bitch-face/
https://www.instagram.com/p/CFCKHJ_DMB_/



ย้อนกลับ   

ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ก่อนใคร

สมัครรับข่าวสารได้ที่นี่