รีวิวเปรียบเทียบสเปค iPhone SE 2020 กับ iPhone 11 รุ่นไหนน่าซื้อ แตกต่างกันอย่างไร พร้อมเคล็ดลับซื้อแบบไหนคุ้ม ได้เงินคืนสูง ราคาโดนใจ แถมผ่อนนาน


               

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนเตรียมซื้อมือถือเครื่องใหม่ แต่ก็ยังแอบน้อยใจแอปเปิลที่ไม่ยอมจัดหนักสเปคคุ้มๆ แน่นๆ มาให้สักที แต่รอบนี้เหมือนแอปเปิลจะเริ่มเล็งเห็นถึงปัญหาที่แท้จริง จึงกลับมาจัดหนัก จัดเต็มให้กับ iPhone SE 2020 และ iPhone 11 หลังจากที่ iPhone 11 เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อปี 2019 ราคาเริ่มต้นที่ 24,900 บาท (รุ่น 64 GB) ล่าสุดปี เมษายน 2020 ก็ได้เปิดตัว iPhone SE 2020 ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 14,900 บาท

สำหรับบางท่านที่มีความลังเลว่า แล้ว iPhone SE หรือ iPhone 11 ล่ะ อันไหนที่เหมาะกับเรามากกว่ากันนะ วันนี้เฟิร์สช้อยส์จะมาสรุปความแตกต่างระหว่าง iPhone SE 2020หรือ iPhone 11 กันค่ะ

iPhone 11 VS iPhone SE

Source : https://www.apple.com/

ขนาด และดีไซน์ ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

iPhone 11 มีขนาดที่ใหญ่กว่า และความคมชัดที่มากกว่า ด้วยหน้าจอ Liquid Retina HD ขนาด 6.1 นิ้ว จึงทำให้มีพื้นที่หน้าจอที่กว้างขึ้นเต็มหน้าจอไม่มีขอบดำ สามารถดูวิดีโอ หรือเล่นเกมได้เต็มตามากขึ้น ในขณะที่ iPhone SE จอภาพ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว โดยจะเน้นดีไซน์ไปในทางสะดวกต่อการพกพา และมีดีไซน์ที่คล้ายกับ iPhone 8 ซึ่งถ้าหากใครที่ยังรู้สึกชอบในดีไซน์แบบเดิม iPhone SE ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ค่ะ 

ที่สำคัญคือ iPhone SE ยังคงมีปุ่มโฮม Touch ID ซึ่งตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ชอบ Face ID หรือในขณะที่ไม่สะดวกสแกนใบหน้า เนื่องจากสถานการณ์ที่จำเป็นจะต้องใส่หน้ากาก รวมไปถึงหากกังวลในปัญหาของการทำธุรกรรมผ่าน Face ID ที่จะยุ่งยากกว่า ในเรื่องของการตั้งค่า ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าการใช้ Touch ID นั้นดีและสะดวกกว่ามากค่ะ

จุดที่แตกต่างกันอีก 1 จุด ก็ได้ มาตรฐานการกันน้ำ ของ iPhone 11 สามารถกันน้ำได้ลึกกว่า ถึงระดับความลึก 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที  ซึ่ง  iPhone SE  สามารถทำได้เพียง 1 เมตรเท่านั้น

iPhone SE มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ แดง, ขาว, ดำ  แต่ iPhone 11 มีสีให้เลือกที่หลากหลายกว่า ได้แก่ ดำ ขาว แดง เหลือง เขียว และ ม่วง หากใครที่ชอบสีสันเยอะ ๆ  iPhone 11 ก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า


ประสบการณ์ใหม่จากกล้องที่ขับเคลื่อนโดยชิพ A13 Bionic

Source : https://www.apple.com/th/newsroom/2020/04/iphone-se-a-powerful-new-smartphone-in-a-popular-design/

iPhone 11 มีกล้องที่เหนือกว่า

  

หากคุณไม่ได้เน้นในเรื่องการถ่ายภาพมากนัก กล้องหลัง 12 MP ของ iPhone SE ก็ถือว่าเพียงพอและคุ้มค่ามากแล้ว สำหรับในการถ่ายภาพทั่วไป ลง Social Media อย่างเช่น Instagram รวมไปถึงการถ่ายภาพในโหมด Portrait และสำหรับการถ่ายวิดีโอเป็นครั้งคราว ดีไซน์กล้องหลังดูดีในรูปแบบคล้ายรุ่นก่อนๆ หากรู้สึกชอบในสไตล์รุ่นเก่ามากกว่า iPhone SE ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย

แต่ถ้าหากคุณชอบการถ่ายภาพ ใช้โหมด และเครื่องมือต่างๆ ในการจัดแต่ง กำหนดความคมชัดของภาพ iPhone 11 สามารถทำได้ดีกว่า iPhone SE ด้วยกล้องหลังสองตัว 12 MP ของ iPhone 11 สามารถถ่ายภาพวิวมุมกว้างได้ดีกว่า รวมไปถึงมี Night mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืน ที่ iPhone SE ไม่มี และกล้องหน้า ของ iPhone 11 เป็น TrueDepth 12MP ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ส่วนกล้องหน้า iPhone SE เป็น FaceTime HD 7MP ถ่ายวิดีโอ 1080p 30fps เท่านั้น

A13 Bionic

Source : https://www.apple.com/th/newsroom/2020/04/iphone-se-a-powerful-new-smartphone-in-a-popular-design/

ชิพ A13 Bionic ชิพประมวลผลใหม่ล่าสุด เร็ว และแรงที่สุด เท่าที่เคยมีมา

ถ้าเทียบกับรุ่นเก่าๆ ในระดับราคาเดียวกันกับ iPhone SE จะได้ชิพประมวลผลที่ไม่เร็ว และแรงมากนัก แต่รอบนี้ Apple ยอมจัดหนักให้กับ iPhone SE ถือว่าคุ้มค่ามาก กับเทคโนโลยีล่าสุด ชิพ A13 Bionic เช่นเดียวกับใน iPhone 11 ซึ่งทำให้เราไม่ต้องจ่ายแพงนัก ก็ได้สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดมาครอบครอง

แบตเตอรี่ยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับ iPhone 11

จากข้อมูลแบตเตอรี่ของ iPhone SE ขนาด 1,821 mAh ซึ่งมีระยะเวลาการใช้งานได้ไม่นานเท่า iPhone 11 ที่มีแบตเตอรี่ขนาด 3,110 mAh และพบว่า iPhone 11 สามารถเล่นวิดีโอได้นาน 17 ชั่วโมง ในขณะที่ iPhone SE เล่นวิดีโอได้นานเพียงแค่ 13 ชั่วโมงเท่านั้น ถือว่าแตกต่างกันพอสมควรเลย

ราคา และอื่นๆ

โดยรวมแล้ว สเปค iPhone SE มีความใกล้เคียง iPhone 11 ในหลายๆ ด้าน แต่มีอีก 1 จุดแตกต่าง คือไม่มีเทคโนโลยีระบบเสียง Dolby Atmos ที่เป็นฟีเจอร์เล่นเสียงสมจริงรอบทิศทาง แต่เมื่อเทียบราคากับสเปคที่ได้รับถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก ราคาไม่แพง น่ารักสมกับสโลแกน “มีอะไรให้รักเยอะ แม้แต่ราคา” โดยในความจุเริ่มต้น 64 GB iPhone SE มีราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท ส่วน iPhone 11 มีราคาเริ่มต้นที่ 24,900 บาท ซึ่งถูกกว่า iPhone 11 ถึง 10,000 บาท เลยทีเดียว ถือว่าเป็นราคาเปิดตัวถูกที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ iPhone ทำให้เป็นที่น่าสนใจของสาวกไอโฟนอีกครั้ง

หากเน้นไปทางราคาถูก และสเปคที่คุ้มค่า อีกทั้งเคยชินกับการใช้ Touch ID มากกว่า iPhone SE ก็จะสามารถตอบโจทย์ ณ จุดนี้ได้ดีกว่า

แต่ถ้าเน้นการถ่ายภาพ ชอบเทคโนโลยี Face ID มากกว่าการ Touch ID แบบเดิมๆ iPhone 11 ก็น่าจะตอบโจทย์คนที่ชอบไลฟ์สไตล์แบบนี้ได้มากกว่า

เปรียบเทียบสเปค iPhone SE กับ iPhone 11 (ข้อมูลสเปคจาก Apple)
 

  iPhone SE iPhone 11
ปลดล็อค และระบบความปลอดภัย Touch ID Face ID
จอภาพ จอภาพ Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว
ขนาดเล็ก พกพาสะดวก
จอภาพ Liquid Retina HD ขนาด 6.1 นิ้ว ขนาดใหญ่ พกพาลำบาก
ดีไซน์ ดีไซน์แบบกระจกและอะลูมิเนียม ดีไซน์แบบกระจกและอะลูมิเนียม
กล้องหลัง กล้องเดี่ยวแบบไวด์
ความละเอียด 12MP
กล้องคู่แบบอัลตร้าไวด์และ ไวด์ ความละเอียด 12MP พร้อมโหมดกลางคืน
กล้องหน้า กล้อง FaceTime HD ความละเอียด 7MPพร้อมการบันทึกวิดีโอ ระดับ HD 1080p สูงสุด 30 fps กล้อง TrueDepth ความละเอียด 12MPพร้อมการบันทึกวิดีโอ ระดับ 4K สูงสุด 60 fps
ชิพประมวลผล ชิพ A13 Bionic พร้อม Neural Engine รุ่นที่ 3 ชิพ A13 Bionic พร้อม Neural Engine รุ่นที่ 3
แบตเตอรี่ 1,821 mAh
การเล่นวิดีโอ:
สูงสุด 13 ชั่วโมง

การเล่นวิดีโอ (ผ่านการสตรีม):
สูงสุด 8 ชั่วโมง

การเล่นเสียง: สูงสุด 40 ชั่วโมง
3,110 mAh
การเล่นวิดีโอ:
สูงสุด 17 ชั่วโมง

การเล่นวิดีโอ (ผ่านการสตรีม):
สูงสุด 10 ชั่วโมง

การเล่นเสียง: สูงสุด 65 ชั่วโมง
ทนน้ำ ทนน้ำถึงระดับความลึก 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที ทนน้ำถึงระดับความลึก 2 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที

 

เปรียบเทียบความคุ้มค่า เมื่อผ่อนผ่านบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์
 

ความจุ iPhone SE iPhone 11
64GB เริ่มต้นเพียง 621 บาท/เดือน
ผ่อน O% สูงสุด 24 เดือน
คืนเงิน 500 บาท
(ราคาเต็ม 14,900 บาท)
เริ่มต้นเพียง 1,660 บาท/เดือน
ผ่อน 0% สูงสุด 15 เดือน
คืนเงิน 600 บาท
(ราคาเต็ม 24,900 บาท)
128GB เริ่มต้นเพียง 705 บาท
ผ่อน O% สูงสุด 24 เดือน
คืนเงิน 500 บาท
(ราคาเต็ม 16,900 บาท)
เริ่มต้นเพียง 1,794 บาท/เดือน
ผ่อน 0% สูงสุด 15 เดือน
คืนเงิน 900 บาท
(ราคาเต็ม 26,900 บาท)
256GB เริ่มต้นเพียง 871 บาท
ผ่อน O% สูงสุด 24 เดือน
คืนเงิน 700 บาท
(ราคาเต็ม 20,900 บาท)
เริ่มต้นเพียง 2,060 บาท/เดือน
ผ่อน 0% สูงสุด 15 เดือน
คืนเงิน 1,200 บาท
(ราคาเต็ม 30,900 บาท)

 

เคล็ดลับซื้อ iPhone SE ยังไงให้คุ้มค่า ผ่อนน้อย ผ่อนนาน รับเงินคืน ผ่านบัตรเครดิต เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม หรือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ที่ AIS, Dtac, True สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ iPhone SE ใหม่ สุดยอดดีล 0% สูงสุด 24 เดือน เงินคืนสูง ระยะเวลาร่วมรายการ 31 พ.ค. 2563 - 30 มิ.ย. 2563

เคล็ดลับซื้อ iPhone 11 อย่างไร ให้ได้เงินคืนสูงสุด 1,200 บาท สายผ่อนนาน ผ่อนน้อย เตรียมพุ่ง กับโปรโมชั่นผ่อนไอโฟน 11 ผ่านบัตรเครดิต เฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม หรือบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ที่ AIS, Dtac, True สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ iPhone 11, iPhone 11 Pro ดีลคุ้มทุกมิติ 0% สูงสุด 15 เดือน ระยะเวลาร่วมรายการ 1 ก.พ. 2563 - 30 มิ.ย. 2563

 

Source :
https://www.fr24news.com/a/2020/04/iphone-se-vs-iphone-11-which-new-iphone-should-you-buy.html
https://www.beartai.com/news/mobilenews/425962

 

 



ย้อนกลับ   

ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ก่อนใคร

สมัครรับข่าวสารได้ที่นี่