มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 โครงการ #เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน ช่วยเหลือสมาชิกกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด-19

สมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ที่ต้องการรับสิทธิ์มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 โครงการ #เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน 

จำเป็นต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
ผ่านโมบายแอป UCHOOSE หรือ
ติดต่อศูนย์บริการบัตร 02-345-6789
***
เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 1ก.ย.63 - 31ธ.ค.63

 

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 โครงการ #เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน กับ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีดังนี้
  • เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลของ บริษัทในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์* เท่านั้น (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ลูกค้า”) 
  • ลูกค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษในครั้งแรกเมื่อ 13 เม.ย. 63- 31 ส.ค. 63
  • ลูกค้าที่มีบัญชีสินเชื่อกับบริษัทฯ ก่อนเดือนมีนาคม 2563  
  • ลูกค้าในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยว  โรงแรม สายการบิน
  • ลูกค้าในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่ปิดตัวลง หรือ ธุรกิจที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ตามประกาศของทางราชการ
  • ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยสามารถยื่นเอกสารเพิ่มเติม เพื่อขอให้บริษัทพิจารณาการเข้าร่วมโครงการได้ที่โมบายแอป UCHOOSE อาทิเช่น  ​บัตรพนักงาน และ หนังสือยกเลิกการจ้างงานหนังสือแจ้งพักงานชั่วคราวหนังสือแจ้งลดอัตราเงินเดือน
 
***บริษัทในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ หมายถึง บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด, บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด และ บริษัท เทสโก้ โลตัส มันนี่ เซอร์วิสเซส จำกัด

ทั้งนี้ ในการรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ สมาชิกตกลงและยินยอมให้กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลหรือเอกสารที่ยื่นเพิ่มเติมนี้ เพื่อใช้ในการประเมิน หรือพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธในการเข้าร่วมโครงการ โดยสมาชิกรับทราบว่าการอนุมัติหรือปฏิเสธดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ 


 
 

ลงทะเบียนผ่าน UCHOOSE ทันที

 


บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 โครงการ #เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีรายละเอียดดังนี้Refinance_Phase2_FB_01.jpg

ลูกค้าบัตรเครดิต

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเหลือ 12% ต่อปี
พร้อมขยายการผ่อนชำระคืนนานสูงสุด 96 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)



เงื่อนไขโครงการสำหรับ “ลูกค้าบัตรเครดิต” 
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ของบริษัทในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเป็น 12% ต่อปี และลดภาระการชำระคืน ด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 96 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป 
  • บริษัทจะเปลี่ยนทุกยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตคงค้าง*เป็นยอดแบ่งชำระรายเดือน ดังนี้ 
 
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตคงค้าง (บาท) จำนวนงวด
ตั้งแต่  2,500 - 10,000 บาท แบ่งชำระรายเดือน  ระยะเวลา 24 เดือน
ตั้งแต่ 10,001 – 30,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 36 เดือน
ตั้งแต่ 30,001 – 50,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 48 เดือน
ตั้งแต่ 50,001 – 100,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 60 เดือน
ตั้งแต่ 100,001 – 500,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 72 เดือน
ตั้งแต่ 500,001 – 750,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา  84 เดือน
มากกว่า 750,000   บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 96 เดือน
 

*ไม่รวมถึงรายการที่ยังไม่ถูกบันทึกรายการ ณ วันที่บริษัทดำเนินการ
​* ยอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงค้างจะถูกแบ่งเป็นยอดชำระรายเดือน 0%ตามระยะเวลาแบ่งชำระของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงค้าง



โปรดทำความเข้าใจก่อนรับสิทธิ์มาตรการสำหรับ   “ลูกค้าบัตรเครดิต”  
  • โครงการช่วยเหลือนี้ สำหรับสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เท่านั้น และไม่เคยเข้าร่วมมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสมาชิกสินเชื่อบัตรเครดิต
  • สมาชิกต้องคงสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และเฉพาะสมาชิก ที่มีบัญชีบัตรกับบริษัทฯ ก่อนเดือนมีนาคม 2563
  • สำหรับทุกบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้วงเงินร่วมยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าว จะถูกเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระรายเดือนภายใต้บัญชีบัตรเครดิตนั้นๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น 
  • วงเงินของท่านจะถูกปรับลดเท่ากับ ยอดสินเชื่อคงค้าง โดยเมื่อรวมกับวงเงินคงเหลือสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (หากมี) จะไม่เกินกว่ายอดวงเงินเดิม และระงับวงเงินในการเบิกถอนเงินสดเป็นการชั่วคราวตลอดระยะเวลาที่สมาชิกเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบวงเงินสินเชื่อของท่านได้ที่ใบแจ้งยอดบัญชี หรือ แอปพลิเคชัน UCHOOSE
  • เพื่อให้สมาชิกยังคงได้รับบริการและความคุ้มครองประกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นที่หักชำระอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุ (PA) ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองวงเงิน (PPI) และค่าสาธารณูปโภค ต่างๆ (หากมี) การไฟฟ้านครหลวง, การประปานครหลวง, บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นต้น จะยังคงเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวตามรอบบัญชีปกติต่อไป
  • บริษัทสงวนสิทธิ์ บัตรคอร์ปอเรท คาร์ด และบัตรเครดิตที่อายัดบัญชี ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
    บริษัทสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่สมาชิกได้รับ แล้วแต่กรณี และไม่รับการยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ เมื่อบริษัทได้ดำเนินการตามคำขอนี้แล้ว

Refinance_Phase2_FB_02.jpg

สินเชื่อส่วนบุคคล (1) ที่มียอดคงค้างน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 บาท

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 22% ต่อปี
พร้อมลดการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 3%


 
เงื่อนไขโครงการสำหรับ “ลูกค้าสินเชื่อบุคคล (1)” 
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 ของบริษัทในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่มียอดคงค้างน้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 บาท  มีดังนี้
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเป็น 22% ต่อปี ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป 
  • บริษัทจะเปลี่ยนยอดสินเชื่อคงค้าง* น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30,000 บาท บริษัทจะเปลี่ยนเป็นสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำเหลือเพียง 3% ตั้งแต่ 18 มี.ค. 2563 ถึง 31 ธ.ค. 2564
 
*ไม่รวมถึงรายการที่ยังไม่ถูกบันทึกรายการ ณ วันที่บริษัทดำเนินการ
​* ยอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงค้างจะถูกแบ่งเป็นยอดชำระรายเดือน 0%ตามระยะเวลาแบ่งชำระของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงค้าง
 

โปรดทำความเข้าใจก่อนรับสิทธิ์มาตรการสำหรับ   “ลูกค้าสินเชื่อบุคคล (1)”  
  • โครงการช่วยเหลือนี้ สำหรับสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เท่านั้น และไม่เคยเข้าร่วมมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสมาชิกสินเชื่อบุคคล
  • สมาชิกต้องคงสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และเฉพาะสมาชิก ที่มีบัญชีบัตรกับบริษัทฯ ก่อนเดือนมีนาคม 2563
  • สำหรับทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วมยอดใช้จ่ายบัตรคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าว จะถูกเปลี่ยนเป็นยอดสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำภายใต้สินเชื่อบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น 
  • วงเงินของท่านจะถูกปรับลดเท่ากับ ยอดสินเชื่อคงค้าง โดยเมื่อรวมกับวงเงินคงเหลือสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (หากมี) จะไม่เกินกว่ายอดวงเงินเดิมตลอดระยะเวลาที่สมาชิกเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบวงเงินสินเชื่อของท่านได้ที่ใบแจ้งยอดบัญชี หรือ แอปพลิเคชั่น UCHOOSE
  • เพื่อให้สมาชิกยังคงได้รับความคุ้มครองประกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุ (PA) ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองวงเงิน (PPI) เป็นต้น บริษัทจะยังคงเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวตามรอบบัญชีปกติต่อไป
  • บริษัทสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่สมาชิกได้รับ แล้วแต่กรณี และไม่รับการยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ เมื่อบริษัทได้ดำเนินการตามคำขอนี้แล้ว

Refinance_Phase2_FB_03.jpg

สินเชื่อส่วนบุคคล (2) ที่มียอดคงค้างมากกว่า 30,000 บาท

ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 22% ต่อปี
พร้อมขยายการผ่อนชำระคืนนานสูงสุด 96 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

 

เงื่อนไขโครงการสำหรับ “ลูกค้าสินเชื่อบุคคล (2)” 

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 ของบริษัทในกลุ่มกรุงศรีคอนซูมเมอร์ สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคลที่มียอดคงค้างมากกว่า 30,000 บาท  มีดังนี้

  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเป็น 22% ต่อปี และลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระ นานสูงสุด 96 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ย. 2563 เป็นต้นไป 
  • บริษัทจะเปลี่ยนยอดสินเชื่อคงค้าง* มากกว่า 30,000 บาท บริษัทจะเปลี่ยนเป็นสินเชื่อแบบชำระรายเดือน
 
ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตคงค้าง (บาท) จำนวนงวด
ตั้งแต่ 30,001 – 50,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 48 เดือน
ตั้งแต่ 50,001 – 100,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 60 เดือน
ตั้งแต่ 100,001 – 500,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 72 เดือน
ตั้งแต่ 500,001 – 750,000  บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา  84 เดือน
มากกว่า 750,000   บาท แบ่งชำระรายเดือน ระยะเวลา 96 เดือน
 

*ไม่รวมถึงรายการที่ยังไม่ถูกบันทึกรายการ ณ วันที่บริษัทดำเนินการ
​* ยอดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงค้างจะถูกแบ่งเป็นยอดชำระรายเดือน 0%ตามระยะเวลาแบ่งชำระของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรคงค้าง



โปรดทำความเข้าใจก่อนรับสิทธิ์มาตรการสำหรับ   “ลูกค้าสินเชื่อบุคคล (2)”   
  • โครงการช่วยเหลือนี้ สำหรับสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เท่านั้น และไม่เคยเข้าร่วมมาตรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับสมาชิกสินเชื่อบุคคล
  • สมาชิกต้องคงสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระ ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา และเฉพาะสมาชิก ที่มีบัญชีบัตรกับบริษัทฯ ก่อนเดือนมีนาคม 2563
  • สำหรับทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วมยอดใช้จ่ายคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าว จะถูกเปลี่ยนเป็นยอดสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำภายใต้สินเชื่อบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น 
  • วงเงินของท่านจะถูกปรับลดเท่ากับ ยอดสินเชื่อคงค้าง โดยเมื่อรวมกับวงเงินคงเหลือสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (หากมี) จะไม่เกินกว่ายอดวงเงินเดิมตลอดระยะเวลาที่สมาชิกเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบวงเงินสินเชื่อของท่านได้ที่ใบแจ้งยอดบัญชี หรือ แอปพลิเคชัน UCHOOSE
  • เพื่อให้สมาชิกยังคงได้รับความคุ้มครองประกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุ (PA) ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองวงเงิน (PPI) เป็นต้น บริษัทจะยังคงเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวตามรอบบัญชีปกติต่อไป
  • บริษัทสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่สมาชิกได้รับ แล้วแต่กรณี และไม่รับการยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ เมื่อบริษัทได้ดำเนินการตามคำขอนี้แล้ว
 
บริษัทฯ ขอเป็นกำลังใจให้ลูกค้าทุกท่าน
และขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจผลิตภัณฑ์และบริการด้วยดีเสมอมา


#เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน
#กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ #FirstChoice
#กรุงศรีคอนซูมเมอร์ 
            
 
คำถาม - คำตอบ : มาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ COVID-19 ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 63 เป็นต้นไป

ถาม : ถ้ากรณีลูกค้ามีบัตรเครดิตหลายใบ ต้องลงทะเบียนกี่ครั้ง

ตอบ : เมื่อดาวน์โหลดและเปิดหน้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านโมบายแอป UCHOOSE แล้ว ลูกค้าสามารถเลือกหน้าบัตรสำหรับการลงทะเบียนได้พร้อมกันทั้งหมด
 

ถาม : ถ้าลูกค้ามีบัตรเครดิต/สินเชื่อบุคคลที่มีวงเงินร่วม บริษัทจะทำอย่างไร

ตอบ :  บริษัทจะดำเนินการดังนี้ 
  • สำหรับทุกบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้วงเงินร่วม (Share Line)  ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นยอดแบ่งชำระรายเดือนภายใต้บัญชีบัตรเครดิตนั้น ๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีบัตรเครดิตที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น 
 
  • สำหรับทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วม (Share Line)  ยอดสินเชื่อคงค้างในทุกบัญชีดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นยอดสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำภายใต้บัญชีสินเชื่อบุคคลนั้น ๆ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามคำขอให้เฉพาะในกรณีที่ทุกบัญชีสินเชื่อบุคคลที่ใช้วงเงินร่วมมีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยมีประวัติค้างชำระเท่านั้น
 

ถาม : ถ้าลงทะเบียนแล้วสามารถยกเลิกได้หรือไม่

ตอบ :  ลูกค้าสามารถยกเลิกการลงทะเบียนได้ หากบริษัทยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงยอดสินเชื่อ (Refinance) กรณีบริษัทฯได้เปลี่ยนแปลงยอดคงค้างแล้ว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ แล้วแต่กรณี และไม่รับการยกเลิก เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข หากบริษัทฯได้ดำเนินการตามคำขอของท่านแล้วทุกกรณี
 

ถาม : สามารถลงทะเบียนได้เมื่อไหร่ 

ตอบ :  สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 1 ก.ย. 63 ถึง 31 ธ.ค. 63

 

ถาม : ถ้าลดวงเงิน แล้วจะตัดค่าน้ำค่า ไฟ ค่าประกันผ่านบัตรได้อย่างไร 

ตอบ :  เพื่อให้สมาชิกยังคงได้รับบริการและความคุ้มครองประกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นที่หักชำระอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุ(PA) ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองวงเงิน (PPI) และค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ (หากมี)   เป็นต้น  บริษัทฯ จะยังคงเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวตามรอบบัญชีปกติต่อไป 

 

ถาม : หลังจากเข้าร่วมโครงการ และเห็นว่ามีวงเงินบัตรเครดิต/ สินเชื่อบุคคลคงเหลือ บริษัทฯจะคิดดอกเบี้ยอย่างไร

ตอบ :  ท่านสามารถใช้จ่ายผ่านบัตร หรือทำรายการผ่านสินเชื่อบุคคลได้ตามปกติ ภายใต้วงเงินคงเหลือที่ลูกค้ามี โดยจะได้อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมตามปกติ (บัตรเครดิตสูงสุด 16% , สินเชื่อบุคคลสูงสด 25%)

 

ถาม : ขอเลือกเข้าร่วมโครงการเฉพาะบางรายการ/บางยอดหนี้ ได้หรือไม่?

ตอบ :  บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกรายการเพื่อเข้าร่วมโครงการ (ทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต/ยอดสินเชื่อภายใต้บัญชีเดียวกันต้องเข้าร่วมโครงการ) 

 

ถาม : หากเคยเข้าโครงการช่วยเหลือก่อนหน้านี้แล้ว ยังสามารถสมัครหรือขอเปลี่ยนแปลงสิทธิ์มาเข้าโครงการช่วยเหลือครั้งนี้ได้หรือไม่?

ตอบ : สามารถแบ่งเป็นกรณีดังนี้ 
  • กรณีที่เข้าร่วมมาตรการที่ 1 ปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำโดยอัตโนมัติ (Min Pay) และ/หรือ มาตรการที่ 2 พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย (Skip Payment) ลูกค้าสามารถขอสมัครเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือในครั้งนี้ได้หากลูกค้าอยู่ในกลุ่มของผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทั้งนี้บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของบริษัท
 
  • กรณีที่เข้าร่วมมาตรการที่ 3 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ (13 เม.ย. 63- 31 ส.ค. 63) ไปแล้ว ลูกค้าจะไม่สามารถเข้าร่วมมาตรการมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในสภาวะ Covid-19 ระยะที่ 2 นี้ได้อีก

 

ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ก่อนใคร

สมัครรับข่าวสารได้ที่นี่